Untitled Document |หน้าแรก ||สมัครสมาชิก ||อ่านคำตอบ-ถาม-ตอบ |

มือใหม่ขอคำแนะนำ
ลูกสาวของผม ถูกวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก เมื่อ 16 ก.พ.53 ไม่ต้องบอกก็พอจะรูว่าผมและแฟนรู้สึกอย่างไร
ก่อนหน้านั้น ประมาณ 8 เดือน ผมพาลูกสาวไปตรวจด้วยอาการที่ ลูกสาวอายุ 1 ปี 8 เดือน ยังไม่พูดคำที่มีความหมายเลยแม้แต่คำเดียว เรียกไม่หัน ไปตรวจที่โรงพยาบาลเกี่ยวกับการเห็นและการได้ยินนานเกือบ 2 เดือน
หมอไม่ฟันธงแล้วนัดอีก 3 เดือน มาใหม่ แต่ในระหว่างนั้นให้ไปพบนักบำบัดเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับการพูด
เดือนละ 1 ครั้ง มาพบคุณหมออีกครั้งบอกว่ามีอาการของออทิสติกแต่ไม่ชัดเจน(มีการสบตาบ้าง แต่น้อย)
และให้เราพบนักบำบัดเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับการพูดต่อไป จนเมื่อเดือน มกราคม 2553 ลูกก็ยังไม่พูดคำที่มีความหมายเลยแม้แต่คำเดียว เราร้อนใจจึงไปที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ และเจ้าหน้าที่ให้เราขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือ ช่วงแรกผมกับแฟนไปด้วยกันและดูลูกฝึกปรับพฤติกรรม เขาทรมานมากร้องไห้ตลอดเลย
ผ่านไป 1 สัปดาห์ จากที่เคยให้พ่ออุ้ม ชอบเล่นกับพ่อ จูงมือพ่อ เขาไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้เขาอีกเลย ติดแม่มาก
ไม่อยู่กับใครเลย สัปดาห์ที่ 2 ผมให้แฟนไปกับยาย (ลางานยาวเลย ขับรถไป-กลับ วันละ 140 กม.)
จนมาพบหมอครั้งที่ 3 หมอบอก 100% ลูกผมเป็นออฯ และแนะนำให้อ่าน ฟลอร์ไทม์ ผมพอรู้มาก่อนเพราะหาอ่านในเน็ต แต่พอทราบจากหมอจริงๆแล้ว พูดไม่ออก ผ่านไป2-3 วัน พอตั้งสติไปผมก็ไปหาหนังสือตามที่คุณหมอแนะนำ ได้เล่มสีขาวผมอ่านด้วยความเคลียด และพออ่านจบเริ่มเห็นความหวังแม้จะไม่ไร้เรื่องเท่าไหร่
ผมและแฟนเริ่มเล่นกับลูกตามหนังสือบอก(สนุกอย่างเดียว) ผ่านไป 4 วัน เห็นได้เลยว่า ลูกมองเรามากขึ้น สบตามากขึ้นกว่าแต่ก่อน ยอมเล่นกับพ่อแต่ยังไม่ยอมให้อุ้ม หรืออยู่ด้วยกัน 2 คน ผมรู้เรื่องการอบรม
ก่อน 1 วันทางเน็ต และตัดสินใจมากับแฟนเดินทางไปกลับ 1,000 กม. มาอบรมกับคุณหมอกิ่งแก้วทันที
ในวันที่ 27 ก.พ.2553 (ทั้งที่ไม่เคยขับรถมาถึงสระบุรี) พอกลับถึงบ้านอ่านหนังสือทั้ง 4 เล่มจบ ก็วางแผนกันใหม่(ลืมบอกไปว่า ลูกสาวไม่เห็นพ่อกับแม่ 2 วัน ถึงกับไข้ขึ้นสูง อาเจียนหลายครั้งจนยายกลัว)
ทุกวันนี้ผมกับแฟนทำฟลอร์ไทม์ มาได้ 10 วันแล้ว โดยเน้นที่เล่นสนุก ตื้อ แกล้งงง ร้องเพลงประกอบท่า
ลูกสาวผมมีสิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เขาสบตาเรามากขึ้นแต่ละครั้งก็นานขึ้นกว่าแต่ก่อน มีเสียงที่เขาเปล่งออกมาหลายเสียง มีความหมาย 1 คำ คือ กิ..กิ..กิ (หมายถึง กิน) ทุกครั้งที่เขาอยากกิน เขามีความพยายามมากในการขอกิน สามารถตื้อได้เกิน 10 รอบ ชี้บอกสิ่งที่ต้องการ(กิน)ได้ ให้พ่ออุ้มได้ เล่นกับพ่อ 2 คนโดยไม่ต้องมีแม่อยู่ด้วยได้ กอดกันได้(ทำทุกครั้งที่พ่อเลิกงานกลับบ้าน) บ้ายบายได้บ้าง ส่งจูบ แต่ยังวิ่งไม่หยุดเมื่อไปห้างฯ กินข้าวเองโดยใช้ช้อน และ มือ (แต่ก็หกมาก) กินน้ำเต็มแก้วไม่หก(ศูนย์ฯให้ลองทำ และกล่องงานที่เอามาไม่นานก็ทำได้หมด ผมลืมบอกไปว่า ตั้งแต่กลับมาจากอบรม ผมให้แฟนพาลูกไปศูนย์เพียงวันจันทร์วันเดียว เพื่อไปขออุปกรณ์ฝึกใหม่ๆ) ผมเขียนซะยืดยาว ก็เพราะอยากให้คุณหมอกิ่งแก้วและผู้มีประสบการทั้งหลาย เห็นภาพที่หลากหลาย เพื่อจะขอคำแนะนำต่อไปว่าเราควรเดินไปอย่างไรต่อไป เหนื่อยก็เหนื่อย เครียดก็มาก
ตอนนี้ลูกสาวผมอายุ 2 ปี 8 เดือน ครับ
...พ่อน้องฟ้า...
 
โดย    พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 2010/ 3/ 12 , 00: 21, IP : 125.26.176.197  

ความคิดเห็นที่ 1
ช่วงนี้คุณพ่อเล่นกับลูกให้สนุกมากๆนะค่ะ เล่นอะไรก็ได้ที่ลูกชอบ ลูกหัวเราะ

เหตุผลที่เราต้องเล่นกับลูกให้สนุก เพราะ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาเด็กออทิสติก คือ ให้เด็กออกจากโลกส่วนตัว มาสนใจคน อยากอยู่กับคน ชอบคน และสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น

วิธีที่จะทำให้เด็กออกจากโลกส่วนตัว ก็คือ เล่นให้สนุก อะไรก็ได้ที่ลูกชอบ คุณพ่อคุณแม่ก็เข้าไปเล่นด้วย ลูกทำอะไรคุณพ่อคุณแม่ก็เข้าไปอยู่ด้วย ทำด้วยกัน

ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจจะเหนื่อยบ้าง และ ยังมีความเครียด ความกังวลต่างๆ แต่อยากให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า ปัจจุบันออทิสติกเป็นโรคที่รักษาได้ เด็กที่มีศักยภาพดีและพ่อแม่ตั้งใจเต็มที่ เด็กสามารถหาย หรือ หลุดจากภาวะออทิสติกได้ ความก้าวหน้าของลูกที่คุณพ่อได้เล่ามาแสดงให้เห็นว่าน้องฟ้าน่าจะอยู่ในกลุ่มที่ก้าวหน้าได้ ต้องคอยติดตามกันต่อค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่ลงมือทำเต็มที่ ให้เวลากับลูกเต็มที่ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ ๓ – ๕ เดือนเต็ม ในการทำให้ลูกออกมาสนใจคน สนใจสิ่งแวดล้อม ติดพ่อแม่ ชักชวนพ่อแม่เล่น วิ่งเข้ามาหา เริ่มเห็นพ่อแม่เป็นที่พึ่ง เข้ามาหาเวลากลัว เวลาเสียใจ เวลาไปเดินห้างก็จะวิ่งเตลิดน้อยลง อาจจะวิ่งไปมาบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อเรียกก็กลับมา หันมามอง หรือ บางคนก็อยู่ติดพ่อแม่ได้ตลอด

การบริหารจัดการชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญค่ะ ค่อยๆคิด ว่าจะปรับตัวอย่างไรให้มีเวลาคุณภาพให้ลูกมากขึ้นค่ะ

ช่วงเวลาอื่นๆที่ไม่ได้เล่นสนุกด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่ก็ให้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ อาบน้ำ กินข้าว วิ่งเล่นนอกบ้าน ก็อยู่ด้วยกัน ให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ที่มีพ่อแม่อยู่ด้วย

ถ้าเด็กเริ่มออกจากโลกส่วนตัวแล้ว การเรียนรู้ต่างๆ การสื่อสารจะก้าวต่อได้ง่ายขึ้นค่ะ

คุณพ่อลองอ่านเรื่อง ถามตอบ เรื่องของพ่อน๊อตกับน้องภู นะค่ะ จะเข้าใจรายละเอียดอื่นๆมากขึ้นค่ะ
 
โดย   แก้วตา   เมื่อ 12/03/2010,07:11 , IP : 124.121.48.138  

ความคิดเห็นที่ 2
ดูที่นี่ค่ะ

http://www.cf.mahidol.ac.th/floortime/autopage/file/ThuAugust2009-9-38-29-น้องภู%201.pdf

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 12/03/2010,07:15 , IP : 202.28.187.208  

ความคิดเห็นที่ 3
คุณพ่อมาถูกทางแล้วครับ
เท่าที่อ่านมา ผมว่าน้องฟ้าสามารถพัฒนาการดีขึ้นให้ดีได้ด้วยฟลอร์ไทม์อย่างแน่นอนครับ

อ่านแล้วผมคิดย้อนกลับไปถึงตอนที่น้องภูอายุ 1 ขวบ 8 เดือนเลยครับ ความรู้สึกเดียวกันเลย
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 12/03/2010,11:17 , IP : 222.123.55.125  

ความคิดเห็นที่ 4

ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของคุณพ่อ

ความตั้งใจ และลงมือทำจริง ด้วยความเพียร
เป็นฐานสำคัญของความสำเร็จ

แต่ยังต้องกรอปด้วยปัญญา ความรู้ และความคิดเห็น ที่ชอบ
เพื่อจะเป็นเข็มทิศ และแผนที่กำกับ
ให้ใช้พลังแห่งความเพียรนั้นใด้ถูกทาง


สิ่งที่อยากเตือนก็มีเพียงว่า..

เรามักรู้สึกว่าทุกอย่างสำคัญ.. ซึ่งนั่นก็จริง
แต่เหนือกว่านั้นคือ
ความเร่งด่วน และลำดับก่อนหลัง

ใช้ปัญญาพิจารณาให้ดีว่า
ณ เวลาเช่นปัจจุบัน
อะไร จำเป็น และต้องมาก่อน
อะไร แม้สำคัญแต่เป็นเรื่องที่ควรมาหลังจากนี้

จะได้ไม่เบียดบังทรัพยากรที่จำกัด
ทั้งของเรา และเด็ก
จนแย่งพื้นที่การเรียนรู้ และพัฒนา ไปจากลูก


ก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 12/03/2010,14:16 , IP : 61.90.69.99  

ความคิดเห็นที่ 5
ขอบพระคุณผู้รู้ทั้ง 4 ท่าน ที่ให้คำแนะนำและให้ความมั่นใจกับเราในการทำงาน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ มันเกิดจากศรัทธาครับ ที่ทำแล้วเห็นผลได้ แล้วผมจะพยายามนำเสนอวิธีการทำและผลลัพธ์ที่เราได้ทำเป็นระยะครับ เพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยกรุณา วิภาคและให้ข้อเสนอแนะแก่เราด้วย ต่อจากนี้เราคงจะทุ่มเทงานนี้อย่างเต็มที่เลย
เพราะลูกผมเพิ่ง 1 ปีเอง (คนข้างใน)
.....พ่อน้องฟ้า..........
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 13/03/2010,18:44 , IP : 125.26.169.198  

ความคิดเห็นที่ 6
ขออนุญาตแบ่งปันประสบการณ์บ้างนะคะ คุณพ่อมาถูกทางอย่างที่คุณน๊อตบอกจริงๆ ค่ะ ตอนนี้คุณพ่อพยายามตัดความกังวลออกไปนะคะ
แต่ขอบอกว่ามันยากจริงๆ กว่าดิฉันเองจะทำได้ก็ปาเข้าไปหลายเดือนเหมือนกัน แล้วเวลาที่กังวลเข้ามาถามมาปรึกษา
ในเวบนี้ก็จะมีทั้งคุณหมอกิ่งแก้ว คุณหมอแก้วตา
และใครๆ อีกหลายท่านมาช่วยกันให้สติและกำลังใจ ทำให้ดิฉันคลายความกังวลที่แฝงอยู่ในสำนึกไปได้เรื่อยๆ พอถึงจุดๆ หนึ่งที่ความกังวลน้อยกว่าความมีสติ
ก็จะพบค่ะว่าความรู้สึกพึงพอใจ ความเป็นสุขมันมีมากหลายจริงๆ มากจนทำให้รู้สึกว่าอุปสรรคจะยากเย็นแค่ไหน ดิฉันก็ไม่ท้อค่ะ
มันดูมีความหวัง มีอะไรให้เราทำต่อมากจริงๆ อาจจะดูเป็นนามธรรมไปหน่อยนะคะ แต่ถ้าวันหนึ่งที่คุณพ่อมาถึงจุดนี้แล้ว คุณพ่ออ่านย้อนกลับมา ดิฉันเชื่อว่าคุณพ่อจะเข้าใจค่ะ
ตอนนี้จะเริ่มจากตรงไหนใช่ไหมคะ ดิฉันก็เคยสงสัยค่ะ เอาเป็นว่าสั้นๆ นะคะ เล่นสนุกเป็นหลักนะคะ มีโอกาสก็ตื้อยื้อ แต่ต้องสนุกนะคะ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไว้เอาใหม่คราวหน้า
สะท้อนอารมณ์ทุกอารมณ์ ทำท่าทาง สุ้มเสียงให้มันเว่อร์เข้าไว้ค่ะ กอดกันบ่อยๆ รักกันมากๆ ฟังดูง่ายนะคะ แต่จริงๆ ไม่ง่ายเลยค่ะ ที่สำคัญคุณพ่อต้องเรียนรู้และเข้าใจใน
floortime ให้ได้เร็วๆ นะคะ ระหว่างที่เรียนรู้ก็เล่นไปก่อนค่ะ ติดขัดอะไรเข้ามาที่นี่เดี๋ยวก็จะมีคนคอยช่วยเองค่ะ
เอาใจช่วยนะคะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 16/03/2010,08:44 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 7
ขอคุณ คุณ krongkan มากครับที่เป็นกำลังใจให้  
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 17/03/2010,23:53 , IP : 125.26.167.71  

ความคิดเห็นที่ 8
วันที่ 15 - 17
15 มี.ค. 53
วันนี้พาน้องฟ้าไปเรียนที่ศูนย์ฯและเอาพี่ต้นกล้าไปด้วย พอตอนบ่ายพาน้องฟ้าไปหานักแก้ไขการพูดที่โรงพยาบาล เราเล่าเรื่องที่ทำฟลอร์ไทม์ ให้ฟัง(น้องยังไม่พูด) เจ้าหน้าที่บอกว่าน้องฟ้า ดูดีขึ้น และเราขอคำแนะนำ เจ้าหน้าที่ได้ทำฟลอร์ไทม์ ให้เราดู โดยการเล่นเป่าลูกโป่งแชมพูกับน้องฟ้า ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่แม่น้องฟ้าทำมาทั้งอาทิตย์ แต่กับเจ้าหน้าที่น้องฟ้าสามารถมีสมาธิในการเล่นจดจ่ออยู่นานเกิน 10 นาที มีการชี้บอกให้
ครูฝึกเป่าและมีการออกเสียงเป่า 1 ครั้ง ครูฝึกบอกว่าน้องฟ้ามีการจดจ่อมากขึ้น สามารถโต้ตอบกับครูฝึกได้นาน ทั้งส่งเสียงและท่าทาง เราก็สังเกตเห็นว่าลูกสงบ มีสมาธิ และเราเริ่มเข้าใจว่าสงบ จดจ่อ หมายความว่าอย่างไร
(วันนี้น้องฟ้า ขึ้น-ลง ลิฟแล้วไม่ร้องโวยวายเหมือนทุกครั้ง อยู่นิ่งๆ ระหว่างทางก็มาพยาบาลเข็ญรถยาเข้ามา 2 คน และออกไป น้องฟ้าก็ยังนิ่ง) แต่พอตอนเย็น น้องฟ้าก็มาดึงมือพ่อไปเล่นบนที่นอน พ่อก็แกล้งขัดขืนบ้าง
เดินบ้างหยุดบ้าง พอดีพี่ชายเขาเห็น ( 4 ปี 6 เดือน) ก็จะมาเล่นด้วย ผมจึงเรียกน้องฟ้าให้เดินมาหาพ่อโดยทำท่าจะจับมือ เขาก็เดินมาจับมือพ่อ พ่อเลยนับ นึง... ส่อง... ซั้ม แล้วก็จับมือกันวิ่ง (พี่ชายอยู่ทางซ้ายน้องฟ้าอยู่ทางขวา) วิ่งไปทิ้งตัวลงบนที่นอน (ทุกทีน้องฟ้าจะหัวเราะสนุกสนาน) ปรากฏว่า น้องฟ้า เงียบ นั่งนิ่ง
แล้วค่อยๆ ลุกเดินไปอยู่หลังแม่ พ่อเริ่มรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ยังไม่รู้สาเหตุ แล้ว หลังจากนั้น เขาไม่อยู่กับพ่อถ้าไม่มีแม่อยู่ด้วย (อาการนี้หายไป 1 อาทิตย์แล้ว) แต่ยังยอมให้พ่ออุ้มรอแม่หน้าห้องน้ำ และพูดคำว่า แม่ 1 ครั้ง
16 มี.ค.53
วันนี้ตอนเย็นพ่อแม่ น้องฟ้ากับพี่ชาย ไปเดินเล่นกันที่ถนนรอบสนามฟุตบอล สังเกตว่าน้องฟ้าไม่วิ่งเตลิดไปคนเดียว แต่เดินเล่นไปพร้อมกับแม่และพี่ชาย และชอบเล่นปาก้อนหินลงน้ำกับแม่ แต่เมื่อกลับน้องฟ้าก็วิ่งไปที่เดิม
(ห่างจากบ้าน 50 เมตร บางครั้งก็กลับมาเอง) และยืนอยู่นิ่งๆสักครู พ่อก็เดินตามไป เมื่ออยู่ห่างประมาณ 10 เมตร
น้องฟ้าเห็นพ่อก็วิ่งกางแขนทั้ง 2 ข้าง พร้อมรอยยิ้ม มากอดพ่อ พ่อก็กางแขนกอดตอบรับ สักครู่เมื่อพ่อปล่อยลงเดินกลับบ้าน น้องฟ้าก็วิ่ง พ่อก็วิ่งตามแล้ววิ่งแซงเขาไปพร้อมทำเสียงวิ่งแข่งกัน น้องฟ้าวิ่งหัวเราะชอบใจ
เมื่อพ่อหยุดวิ่งน้องฟ้าก็หยุด สักครู่วิ่งย้อนกลับทางเดิม พ่อก็ทำเป็นวิ่งแข่งอีกเขาก็หัวเราะและมีระยะการวิ่งสั้นลง(ประมาณ 15 เมตร) ทำอยู่อย่างนั้นประมาณ 5 รอบ พ่อก็พาเขาวิ่งเข้าบ้าน พ่อตอนกลางคืนพ่อชวนเล่นบอลโดย นับ 1 – 2 – 3 แล้วทำท่าโยนให้เขา น้องฟ้าก็ทุ่มกลับมาให้พ่อทำได้ 2-3 รอบเขาก็เลิก (เขาคงไม่ชอบ)
และมี
17 มี.ค. 53
วันนี้พ่อกับแม่ และพี่ชาย ไปธุระไม่อยู่บ้านเกือบทั้งวัน กลับมาตอบเย็นเห็นน้องฟ้านังจับตุ๊กตาหัวโล้นและกำลังจะหยิบผมที่หลุดตกพื้นมาใส่ให้ตุ๊กตาที่หัว แต่ยังไม่ถูกด้านเท่าไหร่ พ่อเลยเข้าไปทักว่า น้องฟ้าทำอะไรอยู่
เขาหันมาสบตาเราตามเสียงเรียกแต่ก็ไม่เล่นตุ๊กตาต่อ วันนี้พ่อซื้อโจ๊กมากินตอนเย็น เขาเห็นเข้าก็อยากจะกินมาตามตื้อเราให้ตักให้กิน เราถามว่าจะเอาอะไร ก็ชี้บอก ตื้ออยู่หลายรอบ พ่อเลยเอาถ้วยเล็กมาแบ่งให้เขาตักกินเอง
หลังจากนั้นก็มาเล่นจับกัน จนเหนื่อย
ผิดถูกอย่างไร ช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ
พ่อน้องฟ้า
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 18/03/2010,23:07 , IP : 125.26.181.251  

ความคิดเห็นที่ 9
คุณพ่อก็ทำได้ดีค่ะ เมื่อเทียบกับการเป็นผู้เริ่มต้น ให้สงเกตลูกอย่างละเอียดแบบนี้ดีแล้ว เรื่องบางอย่าง เราจะยังไม่เข้าใจเขาทั้งหมดในตอนนี้ เดี่ยวอะไร ๆ ชัดขึ้น ก็จะรู้เอง

ที่สำคัญ คุณพ่ออย่าหลงทางไปเน้นการฝึกและสอนเท่านั้นเอง ศึกษาฟลอร์ไทม์ไปอีกค่ะ


โดย กิ่งแก้ว เมื่อ 18/03/2010,06:05
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 19/03/2010,05:36 , IP : 124.121.47.75  

ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณครับ คุณหมอกิ่งแก้ว

แต่ตัวผมเองบางทีทำไปก็สงสัยว่ากำลังทำอะไรอยู่
บางทีเราก็ไปเน้นให้ลูกพูด แม่ , กิน , อีก , เอา ฯลฯ
เพื่อสนองความต้องการของเราที่อยากให้เขาสื่อสาร
พอนึกขึ้นได้ ก็ต้องบอกตัวเองกับแฟนว่า เรากำลังข้ามขั้นหรือเปล่า

แต่ที่ยังสามารถทำได้ทุกวัน คือ เล่นสนุก จ้องตากันนานๆ
แสดงความรักต่อกัน สื่อสารด้วยภาษากาย (ระดับ 1 - 4)
ปล.ขออภัยที่ตั้งกระทู้ใหม่ เพราะผมยังไม่รู้กติกาครับ
แล้วผมจะทยอยมาเล่าให้ฟังนะครับ

โดย พ่อน้องฟ้า เมื่อ 18/03/2010,23:04 , IP : 125.26.181.251


ความคิดเห็นที่ 3
ผมย้ายกระทู้นี้เข้าไปต่อของเดิมแล้วครับ คุณหมอให้เจ้าหน้าที่ลบกระทู้นี้ทิ้งได้เลยครับ

แล้วอย่าลือเข้าไปให้คำแนะนำ นะครับ
โดย พ่อน้องฟ้า เมื่อ 18/03/2010,23:14

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 19/03/2010,05:44 , IP : 124.121.47.75  

ความคิดเห็นที่ 11
18 มี.ค. 53
วันนี้ น้องฟ้าตื่นนอนตอนเช้าไม่ลุกไปไหนมานอนคลอเคลียกับพ่อ จนพ่อบอกว่า “ป๊ะ...ไปหาแม่” และลุกขึ้นน้องฟ้าจึงค่อยลุกตามไปนอกห้อง และเล่นกันสักครูก่อนพ่อไปทำงาน
ตอนเที่ยงพ่อกับแม่มารับน้องฟ้ากับพี่ชายไปกินข้าวเที่ยงในปั๊ม ปตท. คนไม่มากเท่าไหร่ น้องฟ้านั่งกินข้าวสักครู่ก็วิ่งรอบศูนย์อาหารพ่อกับแม่ไม่ตามแต่คอยมองดูหากมีอันตราย สักครูพี่ชายเขากินอิ่มก็ไปวิ่งเล่นไล่จับกันกับน้อง พ่อสังเกตว่าน้องฟ้าจะสังเกตดูว่าพี่ชายมาถึงตรงไหนแล้วตัวเองจะวิ่งหนี(ยังหัวเราะสนุกสนาน)
สักครูพ่ออิ่มแล้วก็ไปร่วมวงเดินไล่จับจนพ่อเหนื่อย เลยเดินไปที่ศาลาแล้วบอกพี่ชายเขากับเรียกน้องฟ้ามาเล่นกันในศาลาพี่ชายเขาเดินมาน้องฟ้าก็เดินมาไม่วิ่งไปไหน พ่อเล่นเป็นจระเข้ที่อยู่รอบๆคอยงับขา กับแขนของทั้งสองคน เล่นกันสนุกราม 15 นาทีเราก็กลับ
ตอนเย็นพ่อพาน้องฟ้าไปเล่นที่สนามเด็กเล่นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลแม่ไม่ได้ไปด้วยเพราะปวดหัว น้องฟ้างอแงระหว่างนั่งรถไป พอเราไปถึงและลงไปที่สนามเด็กเล่น น้องฟ้าก็เดินไปจับชิงช้าแล้วแกว่งเบาๆ
พ่อก็เลยนั่งชิงช้า น้องฟ้าก็จับชิงช้าของพ่อแล้วแกว่งเบาๆ คราวนี้น้องฟ้ามองเห็นคนเล่นตะกร้อที่สนามห่างไปราว 40 เมตร น้องฟ้าก็วิ่งตรงไปสนามตะกร้อเลย แต่ยังไม่ถึงพ่อต้องอุ้มกลับมาแล้วทำท่ายกน้องฟ้าไปบน
กระดานลื่น น้องฟ้าขัดขืนอย่างชัดเจน พ่อเลยไม่ขัดใจ ปล่อยลงเดินแล้วเราก็ไปเล่นซ่อนหากันรอบต้นก้ามปูขนาดใหญ่ (เวลาเล่นซ่อนหาน้องฟ้าจะสนุก รู้จักเดินวนไปทางซ้ายและไปทางขวา เวลาเล่นวิ่งไล่จับรอบๆ อะไรสักอย่าง น้องฟ้าจะรู้จักเดินไปทางตรงข้ามกับที่พ่อไป) แล้วมานั่งที่ม้านั่งที่เหมือนชิงช้าและแกว่งไปมาช้าๆ น้องฟ้านั่งกับพ่อได้ เสร็จแล้วเราก็ไปเล่นวิ่งซ่อนแอบรอบๆตัวอาคาร น้องฟ้ารู้จักวิ่งตามหาพ่อจนเจอ เราเล่นกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงกลับ

19-25 มี.ค.53
วันนี้พ่อพึ่งกลับจากสัมมนา 6 วัน ที่ชลบุรี กลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม น้องฟ้าไม่เจอพ่อ 6 วัน คงยังไม่แน่ใจ จึงยังไม่มาใกล้แต่ก็ไม่วิ่งหนีพ่อ แต่พอตื่นเช้าเราก็เล่นกับเป็นปกติ น้องฟ้าเริ่มจำพ่อได้มีการสื่อสาร ขอขนม และเล่นวิ่งล้มตัวลงบนที่นอน สังเกตว่าก่อนน้องฟ้าจะทำอะไรสักอย่าง เขาจะหันมามองพ่อหรือแม่ก่อนเสมอว่าเราจะมีปฏิกิริยาอย่างไร โดยระหว่างที่พ่อไม่อยู่ก็เป็นหน้าที่ของแม่ล้วนๆเราจะโทรปรึกษากันเสมอ โดยแม่น้องฟ้าบอกว่า วันก่อนพาน้องฟ้าไปตลาดเขาอยากกินลูกชิ้นซึ่งเมื่อก่อนจะร้องไห้งอแง แต่วันนั้นน้องฟ้าเดินไปเกาะที่รถเข็ญและชี้ไปที่ลูกชิ้นแม่จึงซื้อให้(น่าเสียดายที่แม่เขาลืมตื้อ แกล้งงง บอกคราวหน้าจะไม่ลืม) อีกครั้งหนึ่งตอนเย็นแม่เขาพาไปเล่นของเล่นเป่าลมที่ตลาดนัด ปกติน้องฟ้าลงเล่น แต่วันนั้นน้องฟ้านั่งดูบนรถมอเตอร์ไซต์
ดูอยู่นานจนแม่จะพากลับบ้าน น้องฟ้าไม่ยอม ร้องไห้ งอแง แต่แม่ก็พาขี่รถมอเตอร์ไซต์กลับมาถึงบ้าน แต่น้องฟ้าไม่ยอมลงรถ ยังร้องไห้ งอแง แม่จึงแกล้งถอดกุญแจรถและโยไปที่โต๊ะ น้องฟ้าลงจากรถไปหยิบกุญแจมาให้แม่ แม่จึงอุ้มเพื่อจะพาไปอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้าน้องฟ้าแล้ว น้องฟ้าไม่ยอมอาบน้ำ เดินไปหยิบเสื้อกับกางเกงมาให้แม่ เป็นอยู่นานจนแม่ต้องยอมแพ้ใส่เสื้อผ้าให้เขา และรองเท้าไปดูเขาเล่นของเล่นเป่าลมจึงยอมกลับมาอาบน้ำ(ลืมบอกไปว่า น้องฟ้าสามารถถอดกางเกงตัวเองที่พ่อดึงลงมาให้ถึงก้น และถอดเสื้อที่พ่อปลดกระดุมให้ได้) จากที่เล่ามานี้ ผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย คิดว่าน้องฟ้ามีพัฒนาการไปในทางใดครับ ทุกวันนี้ทั้งเหนื่อยและเครียดที่เขายังไม่สื่อสารด้วยภาษาพูด และบางครั้งก็หัวเราะคนเดียว

....พ่อน้องฟ้า....
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 25/03/2010,12:17 , IP : 125.26.170.150  

ความคิดเห็นที่ 12
จำได้ว่าเคยใช้ประโยคนี้กับคุณน็อต

คุณพ่อกะจะให้เด็กที่เริ่ม "ลืมตา" ดูโลกแค่ 1 เดือนครึ่งพูดเลยหรือคะ

แค่นี้น้องฟ้าก็พัฒนาเร็วมากแล้วนะคะ

จากไม่มองคุณพ่อ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ มาถึงขั้น 4 เบื้องต้น คือเริ่มสื่อสารเพื่อแก้ปัญหา (ตื้อ) ได้แล้วนะคะ

เชิญคุณน็อตโค้ชต่อได้เลย เหมือนกันเปี๊ยบเลยนิ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 25/03/2010,15:40 , IP : 110.164.242.239  

ความคิดเห็นที่ 13
แสดงว่า เรามาถูกทางใช่ไหมครับ
ผมได้อ่านบทความของน้องภูกับคุณพ่อทั้งตอน 1 และ ตอน 2 แล้ว จะต่างกันตรงที่น้องภู เริ่มที่อายุน้อยกว่า(น้องภูเริ่ม 1 ปี 8 เดือน น้องฟ้าเริ่ม 2 ปี 8 เดือน) และน้องภูเริ่มพูดแล้วแต่น้องฟ้ายังไม่พูดเลย
ถึงแม้เราจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ให้ตื้อ แกล้งงง เพิ่มสัมพันธภาพ (ขนาดผมต้องพิมพ์ติดฝาบ้านเอาไว้ เตือนตัวเอง แฟน และยาย) แต่บางครั้ง พอแว๊ปนึงก็ใจหาย
แต่ก็ขอขอบพระคุณคุณหมอมากครับ ที่ดูแลและให้คำปรึกษา คุณหมออาจจะพอใจระดับพัฒนาการเมื่อเทียบกับเวลา แต่เราก็ยังเครียดอยู่ (แต่ตอนเล่นกับลูกไม่มีครับ สนุก)
.....พ่อน้องฟ้า.......
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 25/03/2010,21:26 , IP : 125.26.170.150  

ความคิดเห็นที่ 14
ลืมบอกไปว่า ศูนย์ฯ มีนัดให้น้องฟ้า ฝึกพูดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ผมให้แฟนแจ้งเลื่อนทางศูนย์ออกไปไม่มีกำหนด
แต่ยังไปฝึกกิจกรรมทั่วไปทุกวันจันทร์ 1 ครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 25/03/2010,21:42 , IP : 125.26.170.150  

ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณครับอาจารย์กิ่งแก้ว ^^

คุณพ่อเริ่มศึกษาฟลอร์ไทม์และใช้มายังไม่ถึงเดือนเลยมั้งครับเนี่ย แต่น้องฟ้าก็ดีขึ้นจนคุณพ่อสังเกตุเห็นได้หลายอย่างใช่มั้ยครับ

แน่นอนว่าความคาดหวังของพ่อแม่อย่างเรานั้น มันมากจนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดให้คนอื่นเข้าใจได้

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาฟลอร์ไทม์จากอาจารย์กิ่งแก้ว ผมก็เครียดและคาดหวังมากแบบคุณพ่อน้องฟ้านี่แหละครับ
กว่าผมจะหายเครียด ก็ปาเข้าไปเกือบๆสี่เดือน

อาจารย์ก็พูดตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ว่าถ้าผมลงมือทำไปเรื่อยๆ ค่อยๆศึกษาและลงมือทำอย่างจริงจังและตั้งใจ น่าจะใช้เวลา 3-4 เดือนน่าจะหายเครียด (ตอนนั้นผมนึกในใจเลยว่า คงไม่มีทาง ที่ผมจะหายเครียดได้แน่นอน) แต่พอผ่านไป 4 เดือน ผมก็รู้สึกพอใจกับพัฒนาการที่ดีขึ้นของน้องภู ขนาดที่มีอารมณ์ขันกับการเล่าเรื่องของน้องภูลงในบอร์ด

และแน่นอนครับ ปัจจุบันผมเชื่อแล้ว ว่าออทิสติก ไม่สามารถพัฒนาการแบบก้าวกระโดดได้ ไม่มีทางลัดแบบเดือนเดียวลูกเรากลายเป็นเด็กปกติ

คุณพ่อมาถูกทางแล้วครับ และคุณพ่อก็เป็นคนปกติมากๆด้วย ที่มีความคาดหวังที่จะให้น้องฟ้าดีขึ้นเร็วๆ

เรื่องการไปพบหมอหรือครูฝึก ถ้าคุณพ่อเห็นว่ามันเป็นการบังคับ ผมว่าใช้เวลาฟลอร์ไทม์กับน้องฟ้าอยู่ที่บ้านจะมีประโยชณ์มากกว่าครับ

และการเล่าเรื่องแบบที่คุณพ่อเล่ามา ก็มีประโยชณ์เหมือนกันนะครับ เพราะทำให้คนที่ช่วยประเมิน มองเห็นภาพรวม ทั้งของคุณพ่อ และน้องฟ้าไปพร้อมๆกัน ^^

ถ้าคุณพ่อสงสัย หรือติดขัดตรงไหน ก็มาโพสถามหรือเล่าไว้เรื่อยๆนะครับ อาจารย์และพ่อแม่ที่มีประสบการณ์ จะได้มาช่วยกันแก้ข้อติดขัดต่างที่คุณพ่อเจออะครับ ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 25/03/2010,23:36 , IP : 112.142.8.31  

ความคิดเห็นที่ 16
ขอขอบคุณทั้งคุณหมอและคุณน๊อต...ที่ให้กำลังใจ
การเคลียดของเราทำให้บางทีเราลืมทำฟลอร์ไทม์เพราะมัวแต่เคลียดอยู่
ถ้าคุณน๊อตซึ่งมีประสบการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ก็ช่วยแนะนำด้วยแล้วกันครับ จะเขียนเล่าเป็นระยะ

วันนี้ 26 มี.ค.53
เราพาน้องฟ้าไปพบคุณหมอเพื่อติดตามพัฒนาการตามนัด คุณหมอบอกว่าน้องฟ้ามีแววตาดีขึ้นมากกว่าคราวที่แล้ว ไม่ตาลอย เราเล่าเรื่องการงดไปฝึกพูดที่ศูนย์ คุณหมอแนะนำให้ฝึกร่วมด้วยเพื่อให้เด็กมีข้อมูลทางภาษา ซึ่งตามหลักฟลอร์ไทม์ผมมองว่าน้องฟ้ายังไม่ถึงขั้นนั้น(ทั้งที่อยากให้ถึง)
ถ้าไปฝึกกลัวว่าจะเกิดเอฟเฟ็กอื่นๆตามมา ว่าไงดีครับ

(ปัจจุบันน้องฟ้า ตื้อได้นาน ชี้บอกสิ่งที่ต้องการได้ เล่นกับพ่อและแม่ได้ กินข้าวเองทั้งช้อนและมือ กินอาหารได้หลากหลายขึ้น ทำตามคำสั่งได้เช่น นั่ง เปิด ปิด บ๊ายบาย ชอบขีดเขียน พูดกิกิกิ..เมื่ออยากกิน)
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 26/03/2010,23:26 , IP : 125.26.179.139  

ความคิดเห็นที่ 17
อย่างที่คุณน๊อตบอกนะคะ พัฒนาการไม่มีทางก้าวข้ามขั้นค่ะ หากเราเน้นตรงที่เขายังไม่พร้อมไม่ถึง สุดท้ายคุณพ่อจะได้หุ่นยนต์ค่ะ เขาจะพูดตามบทไม่เป็นธรรมชาติค่ะ  
โดย   krongkan   เมื่อ 27/03/2010,03:40 , IP : 125.26.30.212  

ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณ คุณ krongkan ครับ

ที่เตือนสติผม เมื่อคืนหยิบรูปน้องฟ้าตอนอายุ 9-10 เดือน เห็นน้องฟ้าน่ารักมาก แววตาสดใสมุ่งมั่นสู้คน

(น้องฟ้าคงโกรธเราที่ทิ้งเขาไว้กับ ทีวี และมุมห้อง นานเป็นปี แกคงหนีไปเที่ยวที่อื่นอยู่ รอให้พ่อกับแม่ไปตามเขากลับมา)

ตอนนี้เรากำลัง เพิ่มขั้นตอนการสั่งการกล้ามเนื้อในแต่ละกิจกรรมครับ เพื่อให้ลูกสามารถแก้ปัญหาช่วยเหลือตัวเองได้ไปพร้อมๆกับกิจกรรมที่เราทำอยู่
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 27/03/2010,12:52 , IP : 125.26.162.103  

ความคิดเห็นที่ 19
ดิฉันเองก็ทิ้งปุนอยู่นานถึง 2 ปีค่ะ ทิ้งโดยไม่รู้ว่าเขากำลังถูกทิ้ง น่าเจ็บปวดนะคะ ทุกครั้งที่ดิฉันกลับไปนั่งดูคลิปวิดิโอที่เคยอัดไว้ตอนเขาเล็กๆ เขาดูปกติมาก
มากจนทำให้ดิฉันอดตำหนิตัวเองไม่ได้ ว่าเราเองนี่แหละที่ทำให้เขาถดถอย หากวันนั้นเข้าใจวันหนึ่งที่ผ่านมาคงไม่ต้องทุกข์ทน
แต่ถึงวันนี้ดิฉันมีความสุขค่ะ ไม่ว่าจะอย่างไร หรือด้วยเหตุผลใด ลูกคนนี้ก็ทำให้ดิฉันค้นพบวิธีทางที่เป็นที่สุดแห่งการใช้ชีวิตที่ดิฉันค้นหามานานค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 29/03/2010,23:03 , IP : 113.53.68.65  

ความคิดเห็นที่ 20
วันที่ 31 ของการเริ่มต้นกับ...ฟลอร์ไทม์
เราเล่นกับน้องฟ้ามา 1 เดือน แล้ว ทำตามหลักการของ ฟลอร์ไทม์ ที่เน้นให้เป็นการเล่น 2 คน
ตื้อ แกล้งงง สร้างอุปสรรค์ให้เขา ถูกบ้างผิดบ้าง อย่างช่วงนี้ปิดเทอม(ผมกับแฟนเป็นครู) เราก็มีเวลาเล่นกับเขามากขึ้น(ส่วนมากจะเป็นแม่) ยิ่งถ้าเราต้องเดินทางไปไกลๆเขาก็ยิ่งอยู่กับเราทั้งวันเลย แทบไม่มีเวลาเข้าไปในโลกส่วนตัวของเขา น้องฟ้าก็ยิ่งมีการสื่อสารมากขึ้นด้วย(ทางกาย) ผมจะคอยสังเกตการเล่นของแม่กับน้องฟ้าแล้วจะกระซิบบอกแฟนว่าควรเพิ่มหรือลดอะไร ควรแก้ไขอะไรบ้าง ตรงนี้ลืมอะไรไป ตรงนั้นต้องอย่างไร ดีที่แฟนเห็นด้วยกับคำแนะนำ (ผมจะอ่านทบทวนฟลอร์ไทม์ทุกคืน จะได้ไม่ลืม) แต่ปัญหาใหญ่อีกอย่าง คือ พี่ชายของน้องฟ้าซึ่งอายุ 4 ปี 7 เดือน เขาก็ต้องการพ่อกับแม่เหมือนกัน (ช่วงนี้ยังไม่อยากให้พี่เข้ามากวน) ก็ต้องแก้กันไป
หลายๆอย่างน้องฟ้าสามารถตื้อได้นานหลายวงรอบ ผมกับแฟนเห็นเหมือนกันว่าแววตาของน้องฟ้าดีขึ้นมาก มีประกาย มีการสื่อสารด้ายแววตา สบตากันมากขึ้นนานขึ้น เล่นกันได้นานขึ้น แต่ที่ยังไม่หายคือเขายังวิ่งออกจากบ้านอยู่ แต่ก็น้อยลง (ถ้าเป็นในห้างฯหรือศูนย์อาหาร เตรียมเดินตามได้เลย) เวลาเขาวิ่งไปเราเรียกมีการหันมาดูแต่กลับมาบ้างไม่กลับมาบ้าง(ส่วนใหญ่ไม่กลับ) มีบางอย่างที่ผมกับแฟนสังเกตเห็น คือ อะไรที่น้องฟ้าทำได้แล้วจะตื้อเขาได้ไม่นาน เช่น น้องฟ้าสามารถเอาเก้าอี้มาต่อแล้วปีนขึ้นไปหยิบกล่องนม แกะหลอด แล้วเสียบดูดกินเองได้เลย ก็เลยไม่รู้จะตื้อเรื่องนี้อย่างไรดี (ถ้าเอาเก้าอี้ออก เขาจะชี้บอกและร้อง ตื้อได้นาน แต่ไม่นานเหมือนครั้งแรกๆ ประมาณว่าน้องฟ้าทำเป็นไม่สนใจแต่ถ้าเราเผลอ เขาจะไปเอานมมากิน บางครั้งเห็นนั่งดูดนมอยู่ผมกับแฟนมองหน้ากันไม่รู้เอามาได้อย่างไร) หรือกล้องดิจิตอลซึ่งน้องฟ้าชอบมาก เมื่อก่อนตื้อได้นานมากไม่ยอมเลิกเราก็จะแกล้งเปิดบ้างปิดบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เขาสามารถแกะออกจากซองและเปิดได้เองและยิ้มอย่างมีความสุข ถ้าเราตื้อมากก็จะเป็นเหมือนนม คือทำเป็นไม่สนใจแต่ถ้าเราเผลอ เขาจะเอามาเล่น แต่ถ้าพี่ชายมาแย่งไปเล่นเขาก็ไม่งอแง ไม่แย่งคืน เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่น
ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนน้องฟ้าออกเสียงได้หลากหลายเสียงแต่ไม่บ่อย แต่ช่วงนี้น้องฟ้าออกเสียงไม่กี่เสียง แต่ออกเสียงบ่อยมาก เช่น “ยี” , “จี” ไม่รู้เป็นไรหรือเปล่า (เราก็ออกเสียงตามเขาบ่อยเช่นกัน) จึงอยากเรียนถาม อ.กิ่งแก้ว และ ผู้มีประสบการณ์ทุกท่านว่า เราควรเพิ่มเติมอะไร อย่างไรอีกครับ หรือวางแผนอย่างไรต่อไปแล้วตอนนี้ลูกของผมอยู่ในระดับที่น่าพอใจหรือเปล่า ถึงแม้จะทำฟลอร์ไทม์ไปอย่างเหน็ดเหนือและมีความสุขกับแววตาสีหน้าเสียงหัวเราะของลูก แต่ก็ยังเครียดอยู่ครับ บางครั้งแฟนผมปวดหัวจนต้องพึ่งยาหมอ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
.......พ่อน้องฟ้า........
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 31/03/2010,23:10 , IP : 125.26.173.104  

ความคิดเห็นที่ 21
http://www.cf.mahidol.ac.th/floortime/autopage/file/ThuNovember2009-14-27-27-ตัวอย่างกิจกรรม.pdf

ควรแบ่งเวลาให้ลูกคนโตให้มากพอด้วยค่ะ พ่อหรือแม่ทำฟลอร์ไทม์กับน้องฟ้าทีละคน ส่วนอีกคนก็ให้เวลาพี่น้องฟ้าหนึ่งต่อหนึ่งด้วย ไม่อย่างนั้นจะต้องตามมาแก้ไขเรื่องพี่อิจฉาน้องกันอีก



 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 01/04/2010,05:54 , IP : 61.90.69.127  

ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณ อ.กิ่งแก้ว ครับ สำหรับตัวอย่างกิจกรรม ผมพอจะไปต่อได้อีกหลายอย่างเลยครับ

สำหรับพี่ชายเขา ผมจะเล่นบทบาทสมมติกับเขาตลอดเวลา(ได้ความรู้จากฟลอร์ไทม์นี่แหละ)
ดูเขามีความสุขมาก ต่อเรื่องกับผมได้ยาว สมมติเหตุการณ์ขึ้นเอง
ผมก็เพิ่งรู้นี้แหละครับว่า การสร้างเสริมจินตนาการให้ลูกควรทำอย่างไร
สำหรับน้องฟ้า เมื่อได้ติดตามอ่านเรื่องราวน้องภูกับคุณน็อต ผมก็เกิดแนวทางและความหวังขึ้นมากครับ หวังว่าจะทำได้เช่นกัน
.........พ่อน้องฟ้า.............
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 01/04/2010,22:09 , IP : 125.26.169.214  

ความคิดเห็นที่ 23
วันก่อนเราไปเที่ยวหนองคายกัน ตากับยายก็ไป สถานที่แรกที่เราแวะคือพิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืด เป็นที่แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด มีอุโมงค์ลอดใต้น้ำ
เมื่อเราไปถึงมีโรงเรียนอนุบาลมาทัศนศึกษาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจะเข้าข้างในบรรยากาศสลัวๆน้อยฟ้ายังไม่กล้าเข้า
ผมให้แม่น้องฟ้าพาเล่นด้านหน้าก่อนเพื่อให้น้องฟ้าปรับตัว สักครู่จึงเข้าไป ภายในเสียงโหวกเหวกโวยวาย
กรี๊ดสนั่น เด็กวิ่งกันพล่านราวกับสวนสนุก ผมหนวกหูมากและรำคาญมาก(ครูที่ควบคุม ไม่เห็นมีใครทำไรเลย)
แต่พอตั้งสติได้ ผมนึกถึงลูกสาวว่าน้องฟ้าจะเป็นอย่างไร กลัวเขาวิ่งเตลิด ,หลบใน หรือกลับเข้าไปในโลกของเขา
แต่ผมสังเกตดู ยังรู้สึกว่าน้องฟ้ายังอยู่กับเรา เขายังส่งสายตาให้เรา น้องฟ้าสนใจดูปลาในตู้ที่กำลังว่าย
พอเราเดินชมจนหมดแล้ว น้องฟ้ายังอยู่กับเรา ผมจึงเล่นวิ่งไล่จับกับน้องฟ้าสักครู่ แล้วเราจึงออกมาข้างนอก
(ตลอดเวลาที่เราอยู่ข้างในเสียงยังดังสนั่นวุ่นวาย) ผมกับแฟนยังคุยกันว่า วันนี้กลัวน้องฟ้าจะเตลิด แต่แล้วก็ดีใจที่เขายังอยู่กับเราตลอด แปลว่าเขาสนใจ จดจ่อ ดีขึ้นหรือเปล่าครับ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน น้องฟ้าคงต้องเดินหนีหรือพยายามออกไปข้างนอกแน่นอน

อีกอย่างครับ น้องฟ้ายังคงเปล่งเสียงที่ไม่มีความหมายหลายเสียง ผมกับแฟนคิดว่าเมื่อเขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างเขาก็จะเปล่งเสียงออกมา ตอนนี้ที่เปล่งบ่อยๆ มีอยู่ 4-5 เสียง แต่ยังเป็นการเปล่งเสียงลอยๆ เป็นสัญญาณที่ดีหรือเปล่าครับ และจะเป็นอยู่อีกนานไหม

......พ่อน้องฟ้า........
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/04/2010,18:04 , IP : 125.26.177.9  

ความคิดเห็นที่ 24
เหมือนของคุณน้อตอีกแล้ว เด็กเพิ่งลืมตาและสนใจพ่อแม่ ยังไม่ต้องรีบร้อนพาไปสวนสัตว์ (อควาเรียม ก็สวนสัตว์นั่นแหละ) ก็ได้ค่ะ นอกจากจะแวะแถวนั้น หรือไปเพื่อประโยชน์ของลูกอีกคนหนึ่ง

ที่น้องเขาเปล่งเสียง ก็คงจะเริ่มเล่นเสียงมั๊ง แต่จะนานเท่าไร ตอบไม่ได้ค่ะ

คำถาม ก็คือ คุณพ่ออยากทราบไปทำไมคะว่า นานเท่าไร
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 08/04/2010,19:57 , IP : 58.9.148.13  

ความคิดเห็นที่ 25
ของคุณ อ.กิ่งแก้ว มากครับ

คือจริงๆ แล้ว อยากพาคุณตากับลูกสาว(น้าของน้องฟ้า)ไปนะครับเขายังไม่เคยเห็น และอย่างที่อาจารย์ว่า จริงๆเป้าหมายหลักคือพี่ชายเขาครับ

อีกอย่างที่ผมอยากรู้ และถามอาจารย์ก็คือว่า
1. ถ้าเป็นสัญญาณที่ดี ทั้งตัวผม แม่น้องฟ้า และคุณยาย ก็จะได้มั่นใจและมีกำลังใจ ในการทำงานที่มองไม่เห็นครับ(ผมจะเล่าให้แฟนกับยายฟังเสมอว่า อ.กิ่งแก้วแนะนำว่าอย่าไร และตอนนี้ยายก็พอใจกับพัฒนาการของน้องฟ้า)

2. ที่ผมถามว่าอีกนานแค่ไหน ผมก็ไม่ได้อยากทราบระยะเวลาหรอกครับอาจารย์ แต่ผมหมายถึง จนกว่าจะมีสัญญาณอะไรเกิดขึ้นให้เห็นอีกครับ แล้วเราควรเสริมตรงไหน(บางทีมันก็ลืมครับ) คือ ตอนนี้พวกเราทำโดยการเลียนเสียงน้องฟ้า เวลาเขาเปล่งเสียงออกมา

(ส่วนฟลอร์ไทม์ เรายังทำเสมอเมื่อโอกาศครับ)

......พ่อน้องฟ้า.......
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/04/2010,23:03 , IP : 125.26.177.20  

ความคิดเห็นที่ 26
จากประสบการณ์ของผมกับน้องภู

การเปล่งเสียงลอยๆ มันไม่ได้เป็นสัญญาณที่ดี หรือไม่ดีนะครับ

สัญญาณที่ดี ก็คือเค้าอยู่กับคุณพ่อได้ในสถานที่ที่มีคนเยอะและเสียงดัง โดยไม่ดิ้นลงแล้ววิ่งไปวิ่งมา ไม่มีการกระตุ้นตัวเองด้วยอาการแปลกๆ

และเท่าที่ผมอ่านๆมา ที่คุณพ่อสังเกตุเห็นว่าน้องฟ้าดีขึ้นในหลายๆเรื่อง นั่นแหละครับ คือสัญญาณที่ดีละครับ และมันจะดีขึ้นเรื่อยอย่างช้าๆ แต่มั่นคงครับ

ผมขึ้นไปอ่านไล่ลงมาใหม่ ผมก็ว่าคุณพ่อทำได้ดีมากๆทีเดียวครับ ถ้าจะให้แนะนำว่าควรเพิ่มตรงไหน ผมว่าคงต้องให้อาจารย์เป็นคนแนะละครับ

โดยที่คุณพ่อมาเล่าเรื่องการทำฟลอร์ไทม์กับน้องฟ้าในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และพัฒนาการที่เปลี่ยนไปของน้องฟ้าที่คุณพ่อสังเกตุเห็น

แล้วอาจารย์จะได้มองเห็น ว่าควรเพิ่มหรือเสริมตรงไหนบ้างอะครับ คุณพ่อมาเล่าเรื่อยๆนะครับ จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลด้วย เพื่อวันหลังเราจะได้ย้อนกลับมาอ่าน ว่าเราทำอะไรผ่านมาแล้วมั่งอะครับ ^^



 
โดย   น๊อต   เมื่อ 09/04/2010,01:07 , IP : 114.128.126.155  

ความคิดเห็นที่ 27
พัฒนาการที่ก้าวหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความสามารถแบบใหม่ปรากฎให้เห็น

หากน้องฟ้าเล่นกับพ่อแม่ได้นานขึ้น ติ้อเก่งขึ้น นานขึ้น ด้วยภาษากายที่หลากหลายขึ้น หรือการที่พ่อแม่ต้องใช้ความพยายามในการตื้อน้อยลง ก็ได้การตอบสนองแล้ว

ก็ถือว่าน้องฟ้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้น

เราใช้ทักษะการดุรายละเอียด และการมองภาพรวม ก็จะทราบเองค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 09/04/2010,06:49 , IP : 202.28.187.208  

ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณทั้งคุณน๊อต และ อ.กิ่งแก้ว มากครับ

ถ้าเป็นอย่างที่ทั้งสองคนบอกมา แสดงว่าน้องฟ้าก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นครับ

คือ ผมพอจะสรุปพัฒนาการที่เกิดขึ้นหลังผ่านการเล่นสนุก ตื้อ แกล้งงง สร้างปัญหาให้แก้ ฯลฯ มาเดือนกว่าๆ ได้ดังนี้ ครับ (เมื่อก่อนทำไม่ได้)

1. เรียกแล้วหันมา ประมาณ 5 ใน 10 น่าจะได้ครับ

2. ไม่วิ่งแบบเตลิดไปโดยไม่หันหลังกลับ หรือถ้าจะเดินไปเราเรียกก็จะหยุดแล้วกลับมา

3. บอกให้นั่งเพื่อให้ใส่ หรือ ถอดรองเท้าได้

4. กินอาหารได้หลากหลาย (เมื่อก่อนกินแต่ข้าว)

5. ชี้บอกสิ่งที่ต้องการได้ หรือถ้าเราให้เลือก 2-3 สิ่ง ก็ชี้บอกสิ่งที่ต้องการได้

6. ตอนนี้น้องฟ้าสามารถเอานมกล่องที่อยู่ในถุงพลาสติกมัดปากถุงด้วยยาง 2 รอบ วางไว้หลังตู้ เอามาแกะเสียบหลอดดูดกินเองได้

7. กินข้าวด้วยช้อนเอง แต่บางครั้งยังชอบใช้มือหยิบกิน และสามารถถอดเสื้อ(ปลดกระดุมแล้ว) และกางเกงเองได้

8. บอกให้นั่งลง หรือลุกขึ้น บอกให้หอมแก้ม

และที่สำคัญครับ คือ น้องฟ้าสบตากับแม่ พ่อ หรือคนอื่นๆ มากขึ้น มองตามที่เราชี้บอกบ้าง

แต่ปัญหาที่ผมกับแฟนยังแก้ไม่ได้คือ น้องฟ้าเขาไม่ยอมเล่นกับพี่ชายเขา อาจเป็นเพราะพี่เขาเล่นแรง ชอบตะโกนเสียงดัง ประมาณว่าถ้าน้องฟ้ากำลังเล่นกับแม่ หรือพ่ออยู่
แล้วพี่ชายเข้ามา เขาจะหยุดแล้วไปทำอย่างอื่น เวลานั่งรถน้องฟ้าชอบมานั่งเบาะหน้ากับพ่อถ้าพี่ชายมา น้องฟ้าก็จะลุกไปนั่งด้านหลังกับแม่ และถ้าพี่ชายกลับไปด้านหลัง น้องฟ้าก็จะมานั่งกับพ่อ แต่ถ้าเล่นวิ่งไล่จับกันเล่นกัน 3 คนได้ครับ
ซึ่งตอนนี้ถ้าแม่เขาทำฟลอร์ไทม์กับน้องฟ้าอยู่ ผมต้องเอาพี่ชายเขาไปทำอย่างอื่นครับ ใครมีคำแนะนำบ้างครับ (พี่ชาย อายุ 4ปี 7 เดือน)

อ้อเราจะไปเที่ยวทะเลกันสัก 3-4 วัน ครับ จะเป็นยังไงบ้าง แล้วจะเล่าให้ฟังครับ

.........พ่อน้องฟ้า.............
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/04/2010,23:49 , IP : 125.26.168.76  

ความคิดเห็นที่ 29
ฟลอร์ไทม์ เน้นความผูกพัน การสื่อสาร และการคิดแก้ปัญหา

การประเมินความก้าวหน้า จึงต้องประเมินที่สิ่งเหล่านี้ โดยอาศัยหลักของพัฒนาการที่ใช้การได้

หากทำฟลอร์ไทม์ แต่ประเมินแบบผลลัพธ์ที่เด็กทำได้ ดิฉันคิดว่ามีโอกาสไขว้เขวได้ง่าย

อย่างเช่น การสบตา การเรียกและหัน หรือการไม่วิ่งเตลิด

ถ้าวัดการแบบนี้ เราจะไม่รู้เลยว่าคุณภาพของทักษะเหล่านี้เป็นอย่างไร

เด็กที่ฝึกแบบ ABA ซึ่งใช้การสั่งให้ทำตาม พอทำตามแล้วได้รางวัล ก็มีทักษะเช่นนี้เหมือนกัน

แต่ในแนวทางฟลอร์ไทม์ เราจะดูที่สัมพันธภาพ และการสื่อสาร ว่าเด็กผูกพันกับพ่อแม่ไหม พ่อแม่รู้สึกว่าสีหน้าแววตาที่มองมานั้นแสดงถึงความรักใคร่ผูกพัน มีกันและกัน มีความสนุกรื่นรมย์ที่อยู่ด้วยกันไหม เวลาโกรธ กลัว ตกใจ ยังสื่อสารกันได้ไหม เป็นต้น

เรื่องเล่นกับพี่ชาย ยิ่งแสดงว่าคุณพ่อต้องการที่ผลลัพธ์ค่ะ

การนำพาลุกออทิสติกให้ก้าวไปเต็มศักยภาพ ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งหลักการและวิธีการ

ดิฉันคิดว่าคุณพ่อเข้าใจวิธีการ คือทำได้ และลูกมีความก้าวหน้า

แต่ถ้าหลักการของของพ่อไม่ชัดเจน ก็เป็นห่วงว่าทิศทางของการทำฟลอร์ไทม์ของคุณพ่อจะเบี่บงเบนค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 10/04/2010,06:42 , IP : 58.9.135.6  

ความคิดเห็นที่ 30
เรื่องการสั่งให้ทำตาม ทำโน่นได้ ทำนี่ได้ ก็เหมือนกัน

สำหรับแนวทางฟลอร์ไทม์ จะถือเป็นผลพลอยได้เท่านั้น

การประเมินแบบฟลอรืไทมื จะเน้นการสื่อสารการ "ภายใน" ซึ่งเป็นการริเริ่มจากตัวของเด็กเอง
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 10/04/2010,06:49 , IP : 58.9.135.6  

ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคูณมากครับอาจารย์กิ่งแก้ว

ชัดเจนมากขึ้นครับ

เราเกือบหลงประเด็นจริงๆครับ

น้องฟ้าต้องสื่อสารออกมาจากข้างใน...ด้วยตัวน้องฟ้าเอง (ก็เริ่มมีสัญญาณบ้างแล้วครับ)

เดี๋ยวจะบอกแม่น้องฟ้ากับยาย ครับ

เราต้องดึงการสื่อสารของน้องฟ้าออกมาให้มากขึ้น

ของคุณมากครับ

........พ่อน้องฟ้า.............
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 10/04/2010,19:47 , IP : 125.26.162.92  

ความคิดเห็นที่ 32
ขอบคูณมากครับอาจารย์กิ่งแก้ว

ชัดเจนมากขึ้นครับ

เราเกือบหลงประเด็นจริงๆครับ

น้องฟ้าต้องสื่อสารออกมาจากข้างใน...ด้วยตัวน้องฟ้าเอง (ก็เริ่มมีสัญญาณบ้างแล้วครับ)

เดี๋ยวจะบอกแม่น้องฟ้ากับยาย ครับ

เราต้องดึงการสื่อสารของน้องฟ้าออกมาให้มากขึ้น

ของคุณมากครับ

........พ่อน้องฟ้า.............
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 10/04/2010,19:47 , IP : 125.26.162.92  

ความคิดเห็นที่ 33
เราไปเที่ยวทะเล มีพ่อ , แม่ , น้องฟ้า พี่ชายเขา และก็ ยาย รวม 5 คน
วันแรก ที่ระยอง ชายหาดแม่รำพึง น้องฟ้าไม่ยอมมานั่งที่เปลกับพวกเราเลย เดินขึ้นบนฟุตบาทอย่างเดียว
แม่น้องฟ้าเดินตามจนเหนื่อย จนสุดท้ายแม่จึงอุ้มน้องฟ้าไปที่ทะเลซึ่งพี่ชายเขากับยายรออยู่ก่อนแล้ว
น้องฟ้าเกาะแม่แน่นไม่ยอมลง จนแม่เขาต้องค่อยๆพาน้องฟ้าสัมผัสน้ำ กระโดดหนีคลื่น ฯลฯ
น้องฟ้าเริ่มสนุก จนสุดท้ายน้องฟ้ายอมลงยืนในน้ำ และเล่นน้ำอยู่นาน น้องฟ้าพยายามจะเหยียบคลื่นที่พัดเข้ามา
ต่อมาแม่จึงทดสอบสัมผัสโดยเอาทรายเปียก มาโรยบนขาและแขนทั้งสองข้าง น้องฟ้าก็สามารถเล่นกับแม่ได้ ไม่ร้องไห้งอแง
คราวนี้ปัญหาเกิดขึ้นคือ น้องฟ้าๆไม่ยอมขึ้นจากทะเล ต้องตื้อและยื้อกันอยู่นาน จึงขึ้นมาได้

วันที่ 2 ที่สัตหีบ เกือบเกิดเรื่องขึ้นเมื่อพ่อกับพี่ชายไปเล่นทรายรอที่หาด น้องฟ้ากับแม่และยาย
แวะซื้อของกินที่ร้านค้าซึ่งอยู่ตรงข้ามของถนน สักครู่ผมมองไปเห็นน้องฟ้าเดินออกมาจากร้านคนเดียว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ด้วย ผมลุกขึ้นทันทีและวิ่งจากชายหาดตรงไปที่นองฟ้า อีก 20 เมตรจะถึงน้องฟ้า
รถวิ่งไปมาบนถนนน่ากลัว โชคดีคนที่อยู่ด้านหน้าร้าน จับมือน้องฟ้าเอาไว้และมีเสียงแม่เอะอะโวยวาย
และแม่ก็รีบวิ่งออกมา ผมมาถึงขอบถนนพอดี
พอเหตุการณ์สงบ ผมมาคิดได้ว่าน้องฟ้าไม่ได้วิ่งเตลิดออกมา แต่เดินออกมาจากร้านช้าๆ
เลยทำให้คนเห็นและกลัวอันตรายเลยจับมือไว้ ส่วนต่อจากนั้น น้องฟ้าก็ไปเล่นน้ำทะเลกับยายสักครู่
ผมจึงค่อยให้แม่เขาตามไปเล่นด้วย น้องฟ้าเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

วันที่ 3 ที่พัทยา เราเริ่มที่ตลาดสี่ภาค น้องฟ้าเดินเที่ยวกับเราได้แต่ต้องจูงมือ ซึ่งน้องฟ้าก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
เราอยู่ที่นี่ประมาณชั่วโมงครึ่ง น้องฟ้าก็ไปกับเราได้ไม่ขัดขืนหรือแสดงอาการตื่น หนี สามารถเดินเที่ยว
นั่งพักและกินของว่างบนโต๊ะในร้านค้าได้ ลองรองเท้าใหม่ในร้าน จนซื้อให้น้องฟ้า 1 คู่
พอตอนบ่ายเราไปกันที่ อันเดอร์วอเตอร์เวิร์ล น้องฟ้าสามารถอยู่ได้เหมือนตอนที่ไปหนองคาย
(แต่เดินได้รอบเดียวน้องก็หลับ) แถมตอนที่เราจะกลับน้องฟ้าก็พยายามที่จะเอาปืนเป่าลูกโป่งฟองสบู่ในร้านขายของ
ซึ่งพี่ชายเขาก็อยากได้ ตื้อกันอยู่นานเราเลยต้องซื้อให้
ตอนเย็นเรากลับที่พักน้องฟ้าไปเล่นน้ำทะเลกับแม่และยาย
(ผมต้องเฝ้าพี่ชายเขาที่หลับในรถ ส่วนน้องฟ้าหลับตอนไปดูปลา เพราะแอร์เย็น) เรื่องน้ำทะเลกับทราย
ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว น้องฟ้าเดินลุยเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน
พอค่ำ เราไปกินข้าวเย็นที่พัทยาปาร์ค บุฟเฟ่ลอยฟ้า ก็ลองเสี่ยงดูว่าน้องฟ้าจะทำให้เราได้กินข้าวเย็นกันหรือเปล่า
หรือต้องคอยวิ่งตามกัน ปรากฏว่า น้องฟ้าสามารถนั่งกินข้าวที่โต๊ะได้และเราทุกคนก็ได้อิ่มพร้อมชมวิวกันอย่างสบาย
อ้อ..ลืมไปเราต้องขึ้น-ลง ลิฟฟ์สูง 52 ชั้น ใช้เวลานานกว่าทุกครั้ง แต่น้องฟ้าก็ไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้เห็น
ขึ้นไปแบบธรรมดา

วันที่สี่ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเที่ยวของพวกเรา
น้องฟ้าลุกไปเล่นน้ำทะเลกับแม่และยายตั้งแต่เช้า แต่น้ำทะเลมากและคลื่นแรงน้องฟ้าเลยไม่ลงเล่น แต่นั่งดูเฉยๆ
พอสายๆ เราจึงไปสวนเสือศรีราชา น้องฟ้าเที่ยวกับเราได้แต่ต้องจูงมือหรืออุ้มแต่คงเพราะอากาศร้อนน้องฟ้าเที่ยวได้ราว 30 นาที จึงหลับไปชั่วโมง พอตื่นมา(คนจีนเยอะ พูดเสียงดังมาก) ก็งอแงหาแม่อย่างเดียว
แต่บางทีก็เดินมาให้พ่ออุ้ม

จากการไปอยู่เที่ยวด้วยกัน 4 วัน ซึ่งทำให้น้องฟ้าอยู่กับเราตลอดเวลา มีเวลาตื้อ แกล้งงงมากขึ้น เล่นสนุกกันมากขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน ผมกับแฟนและยาย ช่วยกันสังเกตน้องฟ้าและพบว่า
1. น้องฟ้าสงบมากขึ้นไม่วุ่นวาย ผมไม่สังเกตเห็นว่า น้องฟ้ากระตุ้นตัวเอง หรือหลบใน ยังมีการสื่อสารกัน
ตื้อกัน ได้ตลอดเวลา (จะมีบ้างที่น้องฟ้าตื่น)
2. ทุกโรงแรมที่เราพัก น้องฟ้าจะชอบเอาโทรศัพท์มาทำท่าโทร (ผมต้องถอดสายออก กลัวของเขาพัง)
แล้วเราก็จะพูดว่า ฮัลโหล ๆ ... พอแกล้งเอาโทรศัพท์ไป เขาจะยื้อแย่งกับเรา(น้องฟ้าดึงเอาเลยครับ ตอนนี้)
แต่ถ้าเราเอาไปไว้หลังตู้ น้องฟ้าจะร้องไห้ลั่นและลงไปนอนดิ้นที่พื้น(อันนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็เคยอ่านเจอในหนังสือ)
3.ระหว่างเดินทางในรถ น้องฟ้าจะยื้อได้นานมาก(เรื่องกิน) บางครั้งก็แกล้งไม่สนใจเรา แต่พอเราเอาไปของกินไปล่ออีก ก็ยังสนใจยื้อกันต่อได้ (การพูดคำว่า “อีก” ชั่งยากเย็นแสนเข็ญ ทำอย่างไรก็ไม่พูด)
4. น้องฟ้าสามารถอยู่กับพ่อ หรืออยู่กับยาย โดยไม่เดินตามแม่ได้ และมีปฏิสัมพันธ์กับเราดี

ที่ผมเล่ามา ตรงไหนที่ควรปรับปรุงแก้ไข หรือตรวไหนเราควรเข้าไปเสริมอะไร อ.กิ่งแก้ว กับคุณน๊อต ช่วยแนะนำด้วยครับ

.....พ่อน้องฟ้า......
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 18/04/2010,17:10 , IP : 125.26.175.169  

ความคิดเห็นที่ 34
ในเรื่องการเล่นโทรศัพท์

ให้ตัดสินใจในนาทีนั้นว่า จะใช้การกำกับวินัย โดยการยืนยันด้วยภาษากายว่า "ไม่ได้" "ของคนอื่น ไม่เล่น" หรือจะใช้เป็นโอกาสในการ "ตื้อ" แกล้งขวาง เพื่อพัฒนาการขั้น 4

อันนี้ไม่มีกฏที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว แต่กฏของแต่ละครอบครัวจะต้องชัดเจน และแน่นอน เพื่อให้เด็กแยกแยะได้ชัดเจน

ก็ลองตรวจสอบดูแล้วกันนะคะว่าที่ทำลงไป เป็นแบบไหนกันแน่

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 19/04/2010,07:22 , IP : 202.28.187.208  

ความคิดเห็นที่ 35
ของคุณครับอาจารย์กิ่งแก้ว
ผมก็นึกว่า เราจะเล่นบทบาทสมมติในการเลียนแบบท่าโทรศัพท์ นะครับ

เพราะเดี๋ยวนี้น้องฟ้าก็จับไม้กวาดมากวาดพื้น ครั้งหนึ่งน้องฟ้าเคยพยายามกวาดเศษกระดาษ 5 ชิ้นเล็กๆที่พื้นให้ตกลงที่ถนน
และก็ทำได้สำเร็จครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 19/04/2010,08:07 , IP : 125.26.163.243  

ความคิดเห็นที่ 36
ก็ต้องกำหนดกันว่าโทรศัพท์เครื่องไหนเล่นได้ เครื่องไหนเล่นไม่ได้ โดยหาของเล่นที่คล้ายของจริงมาให้เขาด้วยค่ะ  
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 19/04/2010,08:53 , IP : 202.28.187.208  

ความคิดเห็นที่ 37
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่ามา ผมสรุปพฤติกรรมของน้องฟ้า ได้ดังนี้ครับ

1. น้องฟ้าดื้อครับ มีงอแง ร้องไห้บ่อยมาก ทุกครั้งที่ขัดใจเขา บางครั้งก็เล่นอึของตัวเอง (เห็น 2-3 ครั้งแล้ว)

2. หลายครั้งที่นั่งเล่นหน้าบ้าน น้องฟ้าตกใจเสียงรถมอเตอร์ไซ น้องฟ้าจะวิ่งมากอดพ่อซึ่งนั่งอยู่แถวนั้น
พ่อก็จะกอดแล้วพูดว่า อุ๊ย...ตกใจมากเลย........ตกใจเสียงรถ....ตกใจมาก (ปลอบและลูบหัว-หลัง)
หรือเวลาเล่นวิ่งไล่จับกัน น้องฟ้าจะเล่นสนุกมาก พอจวนตัวเขาจะวิ่งไปกอดแม่ หรือไปหลบด้านหลังแม่

3. เวลาพ่อร้องเพลงโดราเอมอน (เมื่อก่อน น้องฟ้าดู CD มาก และชอบโดราเอมอนมาก)
น้องฟ้าจะยิ้มให้แล้วกอดพ่อแน่นกว่าปกติ บางทีมองที่หน้าพ่อนาน บางทีก็เอามือมาจับที่ปากพ่อ
พ่อก็จะแกล้งร้อง อู้ ๆ อี้ ๆ ไปจนจบ
(อีกอย่างครับ พ่อกับแม่จะโดนเหมือนกัน คือ น้องฟ้าจะมากอด หรือนอนทับบนตัวเราแล้วเอาคาง
มาคลึงไปมาบนตัวเรา ทำให้พ่อกับแม่จั๊กจี๊ หัวเราะ ..... หรือบางทีก็มากอดคอเราแน่นแล้วก็หอมแก้มแบบหนำใจ .......................ไม่รู้ว่าเขาหยอกเราหรือเปล่า)

4. เมื่อคืนก่อน ตอนแม่น้องฟ้าไปอาบน้ำ ผมเลยแอบดูว่าพี่กับน้องทำอะไรกันอยู่ในห้อง เห็นทั้งสองคน
นั่งดูหนังสือนิทานคนละเล่ม บรรยากาศสงบ พ่อจึงแอบเลื่อนประตูเปิดเข้าไป ปรากฏว่าน้องฟ้ากับพี่หันมาดูพ่อ
ตามเสียง (น้องฟ้าหันหลังให้ประตู และทุกทีไม่เคยหัน) ผมเลยเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วชวนคุยว่าน้องฟ้าทำอะไร
อ๋อ....ดูหนังสือ..........อุ๊ย.....รถวิ่ง..บรื๊น ๆ ๆ ...... ฯลฯ
(แต่เขาไม่สนใจที่เราทำ หรือชี้ โดยเปิดหน้าอื่นไปเรื่อยๆ และจะลุกหนี ผมก็แก้ โดยร้องเพลงโดราเอมอน ได้ผล )

5. แม่น้องฟ้าบอกว่าน้องฟ้าเริ่มทำหน้าเบ้จะร้องไห้ เวลาถูกขัดใจ ผมเลยบอกว่าคราวต่อไปแม่ต้องบอกอารมณ์
ของลูกว่าโกรธ..อยากจะร้องไห้(ตามที่เคยอ่านของคุณน๊อต ) ครั้งต่อมา น้องฟ้าเริ่มทำหน้าเบ้จะร้องไห้อีก แล้วคราวนี้ก็ร้องไห้แบบโกรธมาก แม่ก็ช่วยบอกอารมณ์แต่บางทีพ่อต้องเข้าไปเอง เพราะน้ำเสียงแม่ไม่ถึงอารมณ์โกรธ
(ช่วงนี้น้องฟ้าจะร้องไห้บ่อยขึ้นกว่าเดิมมาก ร้องแบบจากค่อยๆ ไปหาดัง เหมือนน้อยใจหรือโกรธ)

6. อีกอย่างครับอาจารย์ ที่น้องฟ้าเริ่มทำ คือการชี้ที่ตัวเอง เช่น ถ้าน้องฟ้าอยากกินน้ำ
น้องฟ้า : เอาเก้าอี้มาวาง...... ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้(เราทำเป็นไม่สนใจ)
น้องฟ้า : ......... ชี้ไปที่แก้ว
พ่อ : .......จะเอาอะไร...ไหน..ชี้ซิ.......
น้องฟ้า : ชี้ไปที่แก้วอีกครั้ง.......... แล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองบริเวณท้อง......แล้วชี้ที่ตัวเองหลายครั้ง
(จนบางครั้งเรากลัวว่าเขาจะเข้าใจการชี้นิ้วมาที่ตัวเองแบบผิดความหมาย)
พ่อ : ..........อ๋อ...เอาแก้วให้ฟ้า ๆ.........เอ้า..ลงมา...ลงมา..(ก่อนหน้านี้แกล้งหยิบผิดแล้ว 2-3 อย่าง)
น้องฟ้า : ลงจากเก้าอี้........
พ่อ : เอาไรชี้ซิ......
น้องฟ้า : ชี้มาที่แก้วที่พ่อถือ ................ แล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองบริเวณท้อง......แล้วชี้ที่ตัวเองหลายครั้ง.........
พ่อ : เอาแก้วน้ำให้น้องฟ้า.........เอ้า..แก้ว..........
น้องฟ้า : เอาแก้วน้ำไปรองที่เครื่องทำน้ำเย็นแล้วกดน้ำใส่แก้วนิดหน่อย.......กินน้ำ.............
พ่อ : หยิบแก้วไปเก็บพร้อมพูดว่า ..เอ้า..กินเสร็จแล้วเก็บ...............
น้องฟ้า : ร้องโวยวาย............
พ่อ : ถามว่าจะเอาไร........
น้องฟ้า : ชี้ไปที่แก้วอีกครั้ง.......... แล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองบริเวณท้อง..........


ผมเล่าโดยสรุปนะครับ.......จริงๆแล้ว ......จะเป็นการตื้อแบบนี้ในแต่ละอย่าง นานพอสมควร
แต่ผมไม่มั่นใจในการชี้นิ้วของเขาครับ เพราะน้องฟ้าไม่ค่อยพูด กิ กิ ๆๆ (กิน) เลยครับ.........นานๆจะพูด กิ ๆๆ
ตอนนี้จะชี้อย่างเดียว

อ.กิ่งแก้ว และผู้มีประสบการณ์ ช่วยแนะนำหรือเสริมให้ทีครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 20/04/2010,22:28 , IP : 125.26.179.45  

ความคิดเห็นที่ 38
ที่เล่ามา ละเอียดดีแล้วค่ะ

ทีนี้อยากให้คุณพ่อลองสรุปเป็นภาพรวมของพัฒนาการที่ใช้การได้แต่ละระดับมาให้ดูค่ะ

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 21/04/2010,05:50 , IP : 58.9.135.38  

ความคิดเห็นที่ 39
ขอบพระคุณมากครับที่อาจารย์ ตอบให้ตั้งแต่เช้า

พัฒนาการที่ใช้การได้แต่ละระดับเหรอครับ ผมไม่แน่ใจว่า
หมายถึง สิ่งที่น้องฟ้าสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันหรือเปล่า ถ้าใช่พอสรุปได้ดังนี้ครับ

ระดับที่ 1 - หลายวันก่อนน้องฟ้ายอมให้พ่อตัดเล็บมือ ทั้ง 10 นิ้ว ได้ในบรรยากาศสบาย
(แม่เขายังงง.......จะลองทิ้งระยะสักช่วง....แล้วจะลองทำอีกครั้งว่าจะทำได้ไหม)
- น้องฟ้านั่งทำงานบนโต๊ะ(กล่องงานฝึกต่างๆ) , นั่งเก้าอี้ทานข้าวบนโต๊ะตักกินเองโดยใช้ช้อนและมือ
(แม่จะเตรียมเฉพาะโต๊ะไว้......น้องฟ้าจะต้องถือจานข้าวมาเอง.........ไปหยิบเก้าอี้มาเอง)
- น้องฟ้านั่งลงบนเก้าอี้ตามที่บอก เพื่อใส่รองเท่า และ สามารถถอดรองเท้าได้เอง ตามขั้นตอน
โดยแกะสายรัดที่ติดออกก่อน แล้วจึงถอดรองเท้า ยื่นรองเท้าให้พ่อ (พ่อบอก “เอารองเท้าให้พ่อ”)

ระดับที่ 2 - น้องฟ้าสามารถมาดึงมือพ่อ หรือ ดึงมือแม่ ไปเล่นกับเขา
(ส่วนมากเป็นการชวนเล่นกลิ้งบนที่นอน , วิ่งไล่จับ)
-น้องฟ้าเดินมาจับที่ตัวพ่อ แล้ววิ่งหนี หัวเราะ หันกลับมามอง ประมาณอยากให้พ่อวิ่งไล่จับ
พ่อก็จะวิ่งไล่จับ
- เวลาน้องฟ้าตกใจ จะวิ่งมากอดพ่อ หรือแม่ (ตามที่เขียนเล่าครั้งก่อนครับ)

ระดับที่ 3 - เมื่อก่อนน้องฟ้าจะดึงมือพ่อ , แม่ หรือ ยาย ไปใส่สิ่งที่อยากได้ ปัจจุบันไม่ทำแล้ว
แต่จะใช้การชี้ และ ร้อง
- เวลาน้องฟ้าอยากไปไหนพ่อจะแกล้งอุ้มแล้วถาม.. “จะไปไหน....ชี้ซิ...จะไปไหน”
น้องฟ้าจะโน้มตัวไป และชี้บอกทางที่ต้องการจะไป (บางครั้งจะทำเป็นระยะๆ จนกว่าจะถึงที่หมาย)
- น้องฟ้าสามารถชี้บอกสิ่งที่อยากได้ โดยพ่อกับแม่ จะลองให้ตัวเลือก 2-3 อย่าง และทำ 2-3 รอบ
ก่อนที่จะหยิบสิ่งที่ต้องการให้

ระดับที่ 4 - น้องฟ้าสามารถเลือกหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซคนที่ตัวเองต้องการนั่ง
- เมื่อหิวนมน้องฟ้าจะเดินไปที่วาง เอาเก้าอี้มาต่อ ขึ้นไปหยิบกล่องนม ซึ่งเอาอยู่ในถุงที่มัดปากถุง
ด้วยยางยืด 2 รอบ เอามาให้แม่......แม่แกล้งแกะไม่ได้ ต้องช่วยกันจนน้องฟ้าแกะได้เอง (อยู่ในอารมณ์หงุดหงิด)
- เมื่อหิวน้ำ ก็จะเหมือนที่เขียนให้อาจารย์วันก่อน
- เวลาเข้า ร้าน 7/11 น้องฟ้า จะหยิบของที่อยากได้ เอาไปวางที่เค้าเตอร์ตามที่แม่ทำ


ถ้าไม่ถูกอย่างไร...ก็ของอภัยครับอาจารย์...ช่วยแนะนำมากๆ ก็ได้ครับ เพราะช่วงนี้ทางบ้านรู้สึกจะเคลียดๆกัน
ส่วนอะไรบ้างแล้วจะเล่าอีกทีครับ ขอดูสักระยะ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 21/04/2010,12:06 , IP : 125.26.165.136  

ความคิดเห็นที่ 40
โดยภาพรวมคุณพ่อยังคงเน้นที่ผลลัพท์ คือทักษะที่ลูกทำได้ เช่น สวมรองเท้าถูกต้องตามขั้นตอน ทำตามสั่งได้ ชี้ของทีีต้องการได้ถูกต้อง

แต่ก็มีเรื่องกระบวนการแก้ปัญหา การสื่อสาร และสัมพันธภาพระหว่างกันแทรกอยู่ด้วย

โดยสรุปการทำฟลอร์ไทม์ก็อาจจะยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ กับการสั่งให้ทำตาม และสอนให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

หากคุณพ่อพอใจและชื่นชมยินดีในทักษะเหล่านี้ ก็คงทำอย่างนี้ต่อไปได้ เพราะการให้คุณค่าของแต่ละครอบครัวนั้นไม่เหมือนกัน ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกค่ะ

หากต้องการให้ลุกพัฒนาตามแนวทางฟลอร์ไทม์อย่างเต็มที่ คงต้องขอให้ศึกษาเพิ่มเติมอีกค่ะ ไม่ทราบจะแนะนำอย่างไรได้ทั้งหมด

ตอบอย่างนี้ ก็คงจะเพิ่มความเครียดให้คุณพ่ออีกแหละค่ะ

เอ.....ทางเราเร่งรัดคุณพ่อ หรือคุณพ่อเร่งรัดตัวเอง หรือเปล่าคะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 21/04/2010,18:38 , IP : 58.11.35.107  

ความคิดเห็นที่ 41
แรกๆผมก็เน้นไปที่ผลลัพธ์กับน้องภูอยู่เยอะเหมือนกันครับ

อาจารย์ต้องคอยบอกคอยเตือน ให้ผมทำความเข้าใจให้มากกว่านี้

ถ้าอาจารย์เปลี่ยนจากพิมพ์ตอบ เป็นพูดบอกกับผม อาจารย์คงหมดน้ำบ่อน้อยไปเยอะเลยละครับ 555

------------------------------------------------------------------------

ผมว่าถ้าคุณพ่อยกสถานการณ์มาเล่า และสอบถามทีละสถานการณ์ น่าจะช่วยอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

เพราะที่คุณพ่อเล่ามานั้นหลายเรื่อง และหลายสถานการณ์ และในแต่ละสถานการณ์ยังมีความคาดหวัง คาดหวังว่าน้องฟ้าจะเข้าใจ คาดหวังว่าน้องฟ้าจะทำได้

อย่างเช่นเรื่องที่น้องฟ้าอยากกินน้ำอะครับ
คุณพ่อก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้น้องฟ้าชี้ก็ได้ครับ แค่ถามว่า ฟ้าจะเอาอะไร น้องฟ้าชี้ถูก เราก็แกล้งหยิบผิดได้
พอน้องฟ้าลงจากเก้าอี้ แทนที่จะถามว่า เอาไรชี้ซิ เป็น ตกลงน้องฟ้าจะเอาอะไร

พอกินน้ำเสร็จ คุณพ่อเอาแก้วไปเก็บ พร้อมพูดว่า เอ้า กินเสร็จแล้ว เก็บ
ก็เหมือนกับการใส่ข้อมูลเข้าไปให้น้องฟ้า ว่าจะเอาแก้วต้องชี้แก้ว กินเสร็จต้องเอาไปเก็บ น้องฟ้าก็ได้ท่องจำในหัว แต่กระบวนการคิดเกิดน้อยไปหน่อย ประมาณนี้อะครับ ^^'

จริงๆที่คุณพ่อเล่ามา มันมีหลายเรื่องหลายสถานการณ์มากเลยครับ ถ้าจะหยิบมาอธิบายให้ละเอียด คงยาวและเยอะมากครับ ยังไงถ้าคุณพ่อหยิบมาเล่าทีละสถานการณ์

คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆและอาจารย์หรือครูพบ จะได้ช่วยอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นจากสถานการณ์เดียวอะครับ

เพราะพอคุณพ่อเล่ามาหลายๆสถานการณ์รวมๆกัน อาจารย์จึงจับใจความ และตอบแบบภาพรวมให้คุณพ่ออะครับ ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 21/04/2010,19:29 , IP : 112.142.168.41  

ความคิดเห็นที่ 42
ขอบคุณ อ.กิ่งแก้วและคุณน๊อต มากครับ

บางทีผมอาจจะตอบไม่ตรงกับคำถามก็ได้ครับ

เพราะ พัฒนาการที่ใช้การได้ในแต่ละระดับจะเป็นยังไง

ผมคงต้องกลับไปอ่านให้เข้าใจอีกที


แต่ขอบอกตามความจริงครับว่า เราไม่ได้พอใจแค่พฤติกรรมที่เป็นผลลัพธ์เลยครับ.........เราต้องการพัฒนาลูกตามแนวทางของฟลอร์ไทม์จริงๆครับ........เพียงแต่ผมมองภาพที่อ.กิ่งแก้วบอกไม่ออกว่าเป็นยังไง

และอีกอย่างครับ....ต้องขอโทษที่ผมเอามาทีละหลายสถาณการณ์ เพราะบางทีผมก็เกรงใจที่จะถามอยู่บ่อยๆนะครับ
ส่วนพัฒนาการของน้องฟ้านั้น......ผมจะพิมพ์บันทึกเก็บไว้ครับ ทำให้เวลาผมถามเลยยกมาทั้งหมดที่ต่อจากคำถามครั้งที่แล้วครับ.........................ถ้าอย่างนั้นผมจะค่อยๆ ขอคำปรึกษานะครับ.....ขอบพระคุณมากครับ

(เหนื่อยเลย...)
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 21/04/2010,19:54 , IP : 125.26.165.106  

ความคิดเห็นที่ 43
ข้อดีที่คุณพ่อน้องฟ้ามีอยู่กับตัวตอนนี้ก็คือ การลงมือทำจริงๆจังๆ และความพยายามกับความตั้งใจครับ

รับรองว่าไม่นาน คุณพ่อจะต้องแม่นหลักมากขึ้นๆ และมากขึ้น จนมาช่วยตอบปัญหาให้คุณพ่อและคุณแม่ท่านอื่นๆต่อไปในอนาคตได้แน่นอนคัรบ ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 22/04/2010,01:02 , IP : 112.142.168.41  

ความคิดเห็นที่ 44
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว และ คุณน๊อต

หลังจากที่ อ.กิ่งแก้ว และ คุณน๊อต ได้แสดงความเห็น ทำให้ผมต้องกลับไปอ่านฟลอร์ไทม์อีกครั้ง
และนึกย้อนกลับไปดูภาพที่เราทำมา พบว่า (คุยกับแฟน) การสร้างปฏิสัมพันธ์นั้น เราเน้นเฉพาะการเล่น
แต่กับกิจกรรมอื่นๆ เรากลับไปเน้นที่การสอน ก็จริงของอาจารย์ครับ

แต่พัฒนาการตามแนวของฟลอร์ไทม์ก็ยังไปได้เรื่อยๆครับ

ช่วง2-3 วันมานี้ เวลาเราตื้อ ยื้อ น้องฟ้าจะร้องโวยวายเวลาถูกขัดใจมากเลยครับ.....บางทีก็กระโดด หรือลงไปนอนที่พื้น หรือวิ่งไปก้มหน้าร้องไห้ เราก็เลยไม่กล้ายื้อต่อ..... แต่สังเกตว่า เวลาเราพูดว่า...."เอา...เอา...ให้แล้ว...ให้แล้ว" น้องฟ้าก็จะลุกมาเอา

น้องฟ้าร้องไห้ง่ายมากเลย...จนบางทีเราไม่กล้ายื้อต่อ.....ต้องหันมาปลอบกันแทน

และอีกอย่างคือน้องฟ้าไม่นิ่งเลยครับกลับมาวิ่งอีกแล้ว

จน เราก็เครียดๆกัน วันนี้ผมเลยจะพาครอบครับไปนอนที่บ้านคุณย่าสัก 4-5 วัน เพราะที่นั่นจะเงียบกว่า
ไม่มีเสียงรบกวน เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 24/04/2010,13:17 , IP : 125.26.172.35  

ความคิดเห็นที่ 45
ปัญหาของการตื้อ ในกรณีนี้ เป็นไปได้ว่าท่าทีของการยื้อนั้น ไม่ผ่อนคลาย และไม่สนุก เรียกว่าตื้อแบบเอาเป็นเอาตาย และเด็กไม่มีความหวังเลยว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ

ประการที่สอง น้องฟ้าเริ่มเรียนรู้แล้วว่า "ถ้าร้องไห้ แล้วจะได้สิ่งที่ต้องการ" ถ้าเมื่อไร ร้องแล้ว ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็จะร้องให้มันดังขึ้น ๆ เดี๋ยวก็จะได้ตามที่ต้องการ


คำแนะนำ คือ ถามตัวเองว่า เวลาร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่กลัวอะไร

กลัวลุกไม่รัก

สงสารลุก

กลัวคนอื่นจะว่า

กลัวลุก "บอบช้ำ"

หรือกลัวอะไร

หากกลัว

ก็คงจะไปต่อได้ลำบากหน่อย ต้องกลับไปทบทวนหลักการกันใหม่ก่อนค่ะ

หากไม่กลัว

ก็ควรควรปลอบโยน แต่ไม่ให้สิ่งที่ต้องการขณะที่ร้องไห้ ให้ปลอบไปเรื่อย ๆ นานก็นาน

การปลอบโยน คือปฏิสัมพันธ์ในอารมณ์หงุดหงิด ตราบใดที่รู้สึกว่ายังเชื่อมต่อกับลุกได้ ก็ควรจะดีใจ

ส่วนเรื่องที่สอง ก็ขึ้นอยู่กับสมมุติฐานว่า ที่ลุกไม่นิ่งเพราะเสียง ต้องหาที่เงียบ ๆ

แต่คำถามที่ต้องถามตัวเองด้วยว่า เด็กเคยชินกับบ้านคุณย่าหรือเปล่า ถ้าไปบ้าน คุณย่าแล้ว ไม่นิ่ง จะแปลความหมายว่าอะไร

ถ้านิ่ง แปลว่าอะไร



 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 24/04/2010,19:16 , IP : 58.9.144.3  

ความคิดเห็นที่ 46
ขอบคุณ อ.กิ่งแก้ว ครับ สำหรับคำแนะนำ

หลายวันมานี่ เราก็ได้ปรับเปลี่ยนการตื้อ ยื้อ แกล้งงง แบบเดิม(ลูกไม่ค่อยมีความสุข) มาเป็นการทำแบบการเล่น แกล้ง ประสบความสำเร็จที่ละน้อยตามที่อาจารย์แนะนำ(บางทีก็ตื้อนาน บางทีก็ไม่นาน) แล้วก็ถ้าน้องฟ้าทำอะไรอยู่เราจะเข้าไปมีส่วนร่วม
บางครั้งเราเข้าไปน้องฟ้าก็เลิกทำเลย(คิดว่าเราคงเข้าไปเร็วเกินไป คุยกันว่าคราวหน้าต้องค่อยๆเข้าไปอย่างให้เขารู้ตัว)

ช่วงนี้ น้องฟ้ามีปฏิสัมพันธ์กับเราดีครับ ส่วนความสัมพันธ์กับคนอื่นนั้นก็มีบ้าง เช่น น้องฟ้าเดินไต่ราวเล่นอยู่

พี่ชายเขาก็แกล้งไปขวางทาง น้องฟ้าหันหลังกลับทางเดิม พี่ก็แกล้งไปขวางอีก

น้องฟ้าเริ่มไม่พอใจ มีเสียงแสดงความไม่พอใจ(พ่อกับแม่ดูอยู่ใกล้ๆ )

จนประมาณ 5-6 ครั้ง น้องฟ้าก็ผลักพี่ชายเขาแล้วก็มาร้องไห้กับแม่

(แม่ก็ปลอบ และ บอกว่า น้องฟ้าโกรธ...โกรธพี่มาก...โกรธมากเลย ประมาณนี้ครับ พอดีขึ้นแล้วก็กลับไปเล่นอีก)



แล้วก็เมื่อวานครับ เทศบาลมาแจกน้ำ(แล้งมาก ประปาหมด)

น้องฟ้าอยากเล่นน้ำมาก พ่อก็เอากล่องพลาสติกจะมาใส่ให้เขาเล่น โดยแม่อุ้มเขาอยู่

แต่เขาคงกลัวว่าเราจะไม่ให้เล่น ดิ้นใหญ่เลย ดิ้นแบบแรงมาก ร้องไห้มาก แล้วก็วีนมากเลยครับ

คราวนี้ร้องไห้แบบสะอึกสะอื้นเลย (ร้องไห้อยู่นานมาก ไม่เคยเป็น) แม่ก็ปลอบกันอยู่นานจนหลับ

พอตื่นมา ก็มาเล่นน้ำที่เตรียมไว้ เราก็เล่นกับเขา เช่นเอาแก้วมาตักแล้วเทน้ำเป็นน้ำตก น้องฟ้าก็เอาแก้วมารอง

หรือเอามือมารอง เป็นต้น ครับ

แต่สรุปที่เห็นได้ชัดเจน คือ เขาเริ่มร้องไห้บ่อยกว่าเดิมมาก ร้องไห้ง่าย และอีกอย่าง คือ เริ่มมีการเลียนเสียงที่เราพูดบ้าง(แต่ยังไม่ใช่การสื่อสารครับ และเราก็ไม่ได้สนใจอะไร)

สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือ ปลอบเขา บอกอารมณ์ว่าเขารู้สึกอย่างไร
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 30/04/2010,14:54 , IP : 125.26.176.165  

ความคิดเห็นที่ 47
เรื่องร้องไห้ง่ายและนาน จะอยุ่ประมาณสองสามเดือน แล้วแต่เด็กแต่ละคน และท่าทีของพ่อแม่ค่ะ

สงบ และตั้งสติให้ดีค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 30/04/2010,18:50 , IP : 58.9.144.170  

ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณครับ

แล้ว ท่าทีของพ่อแม่ สงบ และตั้งสติให้ดีค่ะ หมายถึงอย่างไรหรือครับ

แล้วในระหว่าง 2-3 เดือนนี้ คุณหมอช่วยแนะนำหน่อยครับว่า เราควรทำอย่างไร หรือเพิ่มเติมเสริมอะไร
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 01/05/2010,09:06 , IP : 125.26.176.58  

ความคิดเห็นที่ 49

ตอบให้นะ..

การร้องไห้ง่าย และนาน นั้น
จะต้องใช้เวลา จนกว่าเด็กจะเรียนรู้จัก และควบคุม จัดการกับอารมณ์ของเขาได้
ซึ่งโดยทั่วไป ก็ใช้เวลาราว 2-3 เดือน
ทั้งนี้ ขึ้นกับภาวะ และ พื้นฐานของเด็กแต่ละคน
ร่วมกับท่าทีของพ่อแม่

หากพ่อแม่สงบ = ไม่เดือดร้อน กังวล กลัดกลุ้ม หงุดหงิด โมโห
ก็จะช่วยให้เด็กจัดการอารมณ์ตัวเองได้ง่ายกว่า พ่อแม่ที่มีอารมณโต้ตอบเมื่อเด็กมีอารมณ์

พ่อแม่ต้องตั้งสติให้ดี = เห็นความจริงว่าอารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติ
เข้าใจ และเห็นชัด ถึงประโยชน์ของการช่วยให้ลูกเรียนรู้ และเผชิญอารมณ์ตัวเองได้
ว่าดีกว่าปล่อยให้ไปเจอเองในอนาคต
จึงมีสติ และความคิดที่จะพัฒนาลูกต่อไปได้ โดยยอมรับการมีอารมณ์ของลูกได้


ในระหว่างนี้ ควรทำงานอารมณ์กับลูกต่อเนื่อง
บนความสงบ บนสติ ด้วยท่าทีที่เห็นอกเห็นใจ เมตตา
ให้ลูกรับรู้ถึงสัมพันธภาพที่ ความอบอุ่น ปลอดภัย เป็นสุข จากพ่อแม่
ว่าเขามีพ่อแม่เป็นที่พึ่งพิงได้ไม่ว่าเขาจะต้องเผชิญกับอารมณ์ใดของตนเอง
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 01/05/2010,10:09 , IP : 58.9.135.132  

ความคิดเห็นที่ 50
ขอบคุณ คุณครูพบ มากครับ

ได้แนวปฏิบัติชัดเจนขึ้นครับ

แต่ช่วงนี้ น้องฟ้ากลับมาวิ่งอีกครั้ง เหมือนตอนแรกๆเลย

ต้องกลับไปทำขั้น 1 , 2 กันอีกครั้ง

จะเป็นเพราะอารมณ์ของเขาหรือเปล่าที่เริ่มเปลี่ยนไป ครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 01/05/2010,20:58 , IP : 125.26.176.79  

ความคิดเห็นที่ 51
ถ้าต้องการทราบว่าเป็นเพราะอะไร ต้องทบทวน สังเกตุ และเก็บข้อมูลเอาเอง ว่าก่อนหน้านี้ และช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น

ถ้าไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ก็วิ่งตามไปก่อน

แล้วค่อย ๆ สังเกตไป

คนทำฟลอร์ไทม์ต้องช่างสังเกต และต้องพยายามคิดว่าจะเกิดจากโน่น จากนี่ได้ไหม แล้วค่อย ๆ ตรวจสอบไปว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า

ไม่ใช่เพราะอารมณ์หรอกค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 02/05/2010,07:20 , IP : 58.9.136.207  

ความคิดเห็นที่ 52
ผ่านมา 2 เดือน แล้วครับ กับการทำงานยาก ตอนนี้ครอบครัวก็ตระหนักในภาระงานกันดี

แต่บางทีก็มีหย่อนยานกันบ้างครับ ทำกันไป คุยกันไป ปลอบกันไป

แล้วที่น้องฟ้าวิ่งอีกครั้งนั้น

เท่าที่เราสังเกตจริงๆแล้วเขาวิ่งไปที่ที่เขาชอบนะครับ

จุดนี้อยู่ห่างจากบ้านราว 50 เมตร จะมีเสาไฟกระพริบเตือนตรงทางแยกอยู่บนฟุตบาท

เขาจะชอบเอามือจับเสาแล้วเดินรอบฐานเสา เราก็แกล้งยืนขวางบ้าง แกล้งทำเหมือนเขาบ้าง

แกล้งเอามือไปจับโดนมือเขาบ้าง บางครั้งน้องฟ้าหันมามองหน้าเราแล้วยิ้ม

แต่ส่วนมากน้องฟ้าจะไม่ชอบ เอามือมาผลักหรือดันเราออกไป เราก็แกล้งได้นานเหมือนกัน

บางทีเราเปลี่ยนไปกันที่สนามหญ้าอื่น จะมีเสาธงสนามซึ่งเล็กกว่าเสาไฟมาก น้องฟ้าก็ยังชอบทำเหมือนเดิมครับ

เราก็แกล้งทำเหมือนเขาอีก น้องฟ้าก็จะไม่ชอบ(ทำเสียงแสดงความไม่พอใจ หงุดหงิด)

เอามือมาผลักหรือดันเราออกไปอีก

(เราจะพูดว่า อุ๊ยผลักพ่อเลย / ไม่ให้พ่ออยู่

บางทีเราแกล้งนั่งพักที่ฐาน หรือพี่ชายเขาไปยืนด้วย น้องฟ้าก็จะเอามือมาดันทุกคนออกไปครับ



ส่วนเรื่องอารมณ์

ตอนนี้เท่าที่สังเกตน้องฟ้าสามารถสื่อสารกับเราได้หลายอารมณ์ครับ แม้ในอารมณ์โกรธ เสียใจ หงุดหงิด

เขายังสามารถบอกความต้องการของเขาได้ อย่างเมื่อวานนี้น้องฟ้าโกรธมากครับ(ประมาณบ้านแตก)

เพราะน้องฟ้าอยากไปที่เสาไฟที่เดิม ทั้งชี้นิ้ว ทั้งดึงมือแม่ ทั้งกระโดด ร้องไห้ โวยวาย ดิ้น ฯลฯ

เราไม่ยอมพาเขาไปเพราะมันค่ำแล้ว( 2 ทุ่ม) จะให้อาบน้ำ

ผมก็บอกให้แฟนปลอบเขาไปเรื่อยๆ .....แต่อารมณ์น้องฟ้าไม่ยอมลง


(แม่เขาเริ่มเครียดมาก พ่อเลยต้องอาบน้ำให้)

ผมก็พูดช้าๆ นุ่มๆ นะครับ
พ่อ : มาๆ อาบน้ำนะ...... พร้อมกับค่อยๆราดน้ำให้
น้องฟ้า : ร้องไห้.......พยายามจะเปิดประตูห้องน้ำ
พ่อ : ยังๆ ไม่ไป อาบน้ำก่อน .............ไหนๆ แขน ....เอาแขนมา
น้องฟ้า : ยื่นแขนให้ช้าๆ......... (พ่อถูสบู่ .... ยังร้องไห้อยู่)
พ่อ : เอาแขนมาอีก อีกข้างจ้า..
น้องฟ้า : ยื่นแขนอีกข้างมาให้ช้าๆ......... (พ่อถูสบู่)
พ่อ : ไหนท้อง , ไหนเอาหลังมา , ไหนขา
น้องฟ้า : ให้พ่ออาบน้ำให้ ร้องไห้เบาลง และ สงบลง

แต่พอออกจากห้องน้ำก็ยังกลับมาร้องไห้อีก แต่ไม่แรงเท่าตอนแรกๆ ก็ปลอบกันไป เล่นกันในห้อง

ประมาณ 1 ชั่วโมง น้องฟ้าจึงเลิกงอแงและเล่นสนุกตามปกติ

จากที่เล่ามา อ.กิ่งแก้ว , ครูพบ , คุณน๊อต หรือผู้มีประสบการณ์ มีข้อคิดเห็หรือเสนอแนะเพิ่มเติม จะขอบพระคุณมากครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/05/2010,11:05 , IP : 125.26.172.185  

ความคิดเห็นที่ 53
เขาโกรธ ก็รับรู้อารมณ์เขาไปเรื่อย ๆ

น้องฟ้าโมโห อยากไป แต่ไปไม่ได้ มืดแล้ว

ก็พากย์ไปเรื่อย ๆ และอย่าลืมน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ที่แสดงถึงการรับรู้อารมณ์ไปเรื่อย ๆ

หากเป็นกลางวัน ก็ตื้อทำเป็นไม่เข้าใจว่าเขาอยากไปไหน แล้วค่อย ๆ ขยับ ให้เขามีความหวัง เพื่อดึงการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการผลัก การดัน การดึง เอาให้ต่อเนื่องยาวนาน

อย่าเผลอ "บอก" แบบตอนอาบน้ำบ่อยนักนะคะ

ถ้าตอนที่อาบนำ ถือว่าน้องฟ้าอารมณ์ไม่ดี เลยไม่อยากกระตุ้นให้คิด ก็โอเคค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 09/05/2010,08:01 , IP : 119.42.75.59  

ความคิดเห็นที่ 54
สวัสดีครับ อาจารย์

ช่วงนี้น้องฟ้านิ่งมากขึ้นครับ ไม่วิ่งเตลิดไปไหน ถ้าจะไปก็จะดึงมือพ่อหรือแม่ให้พาไป

น้องฟ้าพยายามทำอะไรหลายอย่างเอง และสามารถแก้ปัญหาต่างๆเอง ได้ดีขึ้น

ส่วนสิ่งที่สังเกตเห็นพัฒนาการในช่วงนี้ที่เห็นบ่อยๆ คือ
1. น้องฟ้ามีการเลียนแบบเรามากขึ้น เช่น กวาดบ้าน
เอาตะหลิวไปเขี่ยในกระทะเล่น เอาหวีมาหวีผม เอาที่ปัดฝุ่นมาปัดกวาด มานั่งเบาะรถที่ของพ่อแล้วจับพวงมาลัยทำท่าขับ ซึ่งถ้าตอนนั้นน้องฟ้าทำอะไรเราก็จะเล่นกับเขาในเรื่องนั้น

2. น้องฟ้าชอบหยิบหนังสือมาดูบ่อยๆ แรกๆก็เปิดทีละหลายแผ่นครับ หลังๆเปิดทีละน้อยๆแผ่นได้ ช่วงแรกน้องฟ้าไม่ยอมให้เราเข้าไปยุ่ง ไปชี้ ไปพูด ไปกวน แต่ช่วงหลังนี้ยอมให้พ่อชี้ภาพในหนังสือ พูดเกี่ยวกับภาพ และดูตามที่พ่อชี้บ้าง แต่ยังได้ไม่มากครับ

ท่าน อาจารย์กิ่งแก้ว หรือคุณน๊อต มีข้อแนะนำอะไรกับ 2 พฤติกรรมนี้ ช่วยให้น้อแนะนำด้วยครับ
(น้องฟ้ายังไม่พูดสื่อสารเลยครับ)

ขอบคุณครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 21/05/2010,21:55 , IP : 125.26.172.90  

ความคิดเห็นที่ 55
พัฒนาการที่ดิฉันให้ความสำคัญคือเรื่องที่คุณพ่อเล่ามานิดเดียว จึงไม่ทราบว่าคุณพ่อให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน และเข้าใจถูกต้องหรือไม่

ช่วงนี้น้องฟ้านิ่งมากขึ้นครับ ไม่วิ่งเตลิดไปไหน "ถ้าจะไปก็จะดึงมือพ่อหรือแม่ให้พาไป"

น้องฟ้าพยายามทำอะไรหลายอย่างเอง และ "สามารถแก้ปัญหาต่างๆเอง" ได้ดีขึ้น

ซึ่งเราจะช่วยพัฒนาเขาต่อไปโดยพยายามแกล้งงง เพื่อเพื่อรอบการสื่อสาร เมื่อน้องฟ้าตื้อได้นาน จึงจะถึงเวลาพูดค่ะ

ส่วนพฤติกรรมที่เล่ามาละเอียด ถึงแม้ว่าจะช่วยให้เรารู้ว่าเขาพัฒนาขึ้น แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของฟลอร์ไทม์ค่ะ

การมุ่งเน้นพฤติกรรมสองข้อหลัง ไม่ใช่ "ทางตรง" ที่จะไปสู่การพูดสื่อสาร อย่างที่คุณพ่อเป็นกังวลค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 22/05/2010,06:48 , IP : 61.90.73.141  

ความคิดเห็นที่ 56
ที่คุณพ่อบอกว่าเวลาที่น้องฟ้าเลียนแบบ หรือสนใจอะไร หรือทำอะไร คุณพ่อก็จะเล่นกับเขาในเรื่องนั้น

การที่จะเข้าไปเล่นกับเค้าในสิ่งที่เค้าสนใจนั่นแหละครับ คือข้อย่อยๆที่เราจะต้องเข้าไปทำงาน เพิ่มรอบการสื่อสาร การแกล้งงง เพื่อกระตุ้นให้เค้าเพิ่มความต้องการที่จะสื่อสารออกมาในรูปแบบต่างๆครับ แล้วเรื่องพูดจะตามมาอย่างที่อาจารย์บอกครับ ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 22/05/2010,10:45 , IP : 114.128.121.200  

ความคิดเห็นที่ 57
ขอบคุณมากครับ สำหรับ อ.กิ่งแก้ว ที่ช่วยเตือนสติและความจำ (ซึ่งเราก็มักหลงลืมบ่อยๆ ครับ บางทีเครียด เบลอ ก็ลืมไปว่าเรากำลังทำอะไรอยู่)

และขอบคุณ คุณน๊อต ครับ ที่ช่วยแนะนำการทำงาน เพราะ อาจารย์บอกว่า กรณีน้องฟ้าจะคล้ายของน้องภูครับ

เราอ่านมากก็จริงครับ แต่เราก็เป็นเพียงพ่อแม่ที่คลำหาทางเดินที่มีเพียงแสงรำไร เดินไปลำพังนานๆ สายตาก็เบลอ ไม่กล้าเดินต่อ บางทีเดินมาเจอทางรก มีหนามตำเท้า ก็ไม่มั่นใจ

อย่างไรเสียเราก็ยังคง ต้องการคำแนะนำจาก อ.กิ่งแก้วและคุณน๊อต ครับ จนกว่าเราจะเห็นทางเดินที่ชัดเจน

ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 22/05/2010,11:27 , IP : 125.26.180.68  

ความคิดเห็นที่ 58
คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน ที่ผมเคยได้พูดคุยด้วย

ส่วนมากจะกังวลเรื่องที่ลูกไม่พูดซะส่วนใหญ่ครับ

บางคนไม่เคยเห็นน้องภูตอนที่ยังไม่พูด ก็มักจะพูดว่า เค้าแค่พูดช้าเฉยๆมั้ง

แต่ผมรู้ดี ว่าเค้าดีขึ้นได้เพราะฟลอร์ไทม์ เค้าพูดได้ เพราะหลักการของฟลอร์ไทม์

และผมก็เชื่อว่า พ่อแม่นี่แหละ ที่จะใช้หลักของฟลอร์ไทม์ ช่วยให้เค้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างถูกทาง

แต่ก็อีกนั่นแหละ ทั้งๆที่หลักการมีไว้ให้อยู่แล้ว แต่การปฎิบัติจริงกับความเข้าใจจริงๆนั้น ไม่ได้ง่ายอย่างกับท่องสูตรคูณ

แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจได้ครับ และผมว่าพอเราเข้าใจแล้ว ความอดทน ความตั้งใจ และความมานะ มันน่าจะยากกว่าตอนแรกที่เรายังไม่เข้าใจอีกนะครับ ^^'
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 22/05/2010,14:32 , IP : 114.128.121.200  

ความคิดเห็นที่ 59
สวัสดีค่ะ

เข้ามาเล่าประสบการณ์ให้คุณพ่อฟังค่ะ

ลูกชายพูดได้ตอนอายุ 1 ปี 10เดือน ค่ะ

ตอนที่ลูกพูดได้เร็ว เรารู้สึกว่าโล่งใจมาก คิดว่าเดี๋ยวลูกก็จะพูดได้ทัน ทัดเทียมเด็กคนอื่น ( ตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่มี FT )

แต่ตอนที่ลูกเข้าโรงเรียน เมื่ออายุ 2 ปี 8 เดือน

ถึงได้เห็นว่าการที่ลูกพูดได้แล้ว ไม่สำคัญเท่ากับ ความสงบสนใจจดจ่อกับผู้อื่น ความเป็นตัวตน บวกกับน้ำเสียงภาษาท่าทาง ที่ออกมาจากความต้องการในตัวจริงๆ

จริงๆตอนนั้นก็ยังไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าเครียด กลุ้มใจ
หนักใจมาก และหาทางออกไม่เจอ

มาค้นพบคำตอบเมื่อได้มารู้จัก FTและศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บ

เราต้องมาเติมเต็มลูกอีกมากด้วย FT

จนเมื่อเดือนก่อนได้มาร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ปกครอง ได้พูดคุยกัน

มีเด็กบางคนเริ่มพูดตอนอายุ 4 ปี แต่ปัจจุบัน เด็กคนนี้อายุประมาณ 6 - 7 ปี พูดคุยโต้ตอบเก่งมาก ไปโรงเรียนได้อย่างไม่มีปัญหา

จึงไม่อยากให้คุณพ่อกังวลกับเรื่องพูดมากนัก

เน้นที่ยื้อ ตื้อให้อยู่ในเรื่องเดียวให้นานๆ ด้วยอารมณ์สนุกสนาน

ให้ได้น้ำเสียง ภาษาท่าทาง มามากๆเข้าไว้

สนใจและยินดีกับจำนวนรอบของการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น (ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดค่ะ )

เดี๋ยวคุณพ่อก็จะได้ภาษาที่เป็นธรรมชาติตามมา ชนิดที่ไม่ต้องมาตามแก้กันภายหลังไงคะ

 
โดย   ma_ann   เมื่อ 22/05/2010,23:34 , IP : 125.27.214.118  

ความคิดเห็นที่ 60
ขอบคุณ คุณน๊อต และคุณ ma_ann มากครับ ที่ให้กำลังใจและเตือนสติ

ตอนนี้ ผ่านมา 3 เดือนเต็มแล้ว ในการช่วยเหลือน้องฟ้า
โดยอาศัยหลักการหลักของฟลอร์ไทม์ พัฒนาการเป็นดังนี้ครับ

ตอนนี้น้องฟ้าแสดงอารมณ์ชัดเจนมากขึ้นครับ ทั้งโกรธ หงุดหงิด เสียใจ ดีใจ สนุก เราก็จะเข้าไปบอกอารมณ์ ปลอบเขา เสมอๆ

น้องฟ้าสามารถอยู่กับคนในบ้านได้ทุกคน แต่จะติดแม่มากสุด ช่วงนี้น้องฟ้าจะชอบกอดแม่และหอมแม่เขาบ่อยมากๆ
น้องฟ้าสดชื่น แจ่มใส มีความสุข

วันก่อนที่มุมเด็กเล่น(อุโมงค์)ในร้านอาหาร น้องฟ้ากับพี่
กินอิ่มแล้วก็เดินไปเล่น ซึ่งมีเด็กเล่นอยู่ก่อนแล้ว 5-6 คน
น้องฟ้าพยายามมุดเข้าไปข้างในซึ่งมีคนเล่นอยู่ น้องฟ้าหัวเราะสนุกมาก ไม่หนีไปไหน จะต่างกันที่พี่เขาเล่นกับเด็กคนอื่นได้เลย แต่น้องฟ้ายังแค่ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆกัน เล่นอยู่นาน จนเด็กคนอื่นๆกลับหมด

ส่วนการสื่อสารนั้น แม้น้องฟ้าจะยังไม่พูดสื่อสาร แต่ก็ติ้อ ยื้อ โต้ตอบกับเราได้นาน หลายรอบ แม้ในอารมณ์โกรธมากก็ยังสื่อสารกันได้อยู่

ส่วนปัญหาของเราในช่วงนี้ คือ
น้องฟ้านอนหลับยากมาก แม้ตอนเย็นจะเล่นมาก
บางวัน 6 ทุ่มยังไม่นอน และชอบตื่นตอนดึก
เปิดไฟนั่งเล่นของเล่น บางทีพ่อก็ใช้วิธีทำเสียงห้าม
เน้นให้รู้ว่าเล่นไม่ได้ ต้องนอนแล้ว น้องฟ้าก็จะโกรธ ร้องไห้ จนในที่สุดยอมเดินไปนอนเอง(ร้องไห้)

อ.กิ่งแก้ว หรือคุณน๊อต หรือท่านอื่นๆ
มีข้อแนะนำอะไรเพิ่ม ก็โปรดอนุเคราะห์ด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 30/05/2010,22:10 , IP : 125.26.179.124  

ความคิดเห็นที่ 61
น้องภูก็เคยมีปัญหาเรื่องการนอนอยู่เหมือนกันครับ

แต่หลังจากที่ผ่านช่วงนั้นมา ผมรู้สึกว่าเด็กทั่วไปหลายๆคนก็อาจมีปัญหาเรื่องการนอนยาก นอนไม่เป็นเวลาได้เหมือนกันอะครับ

บางวันเล่นจนเหนื่อย แต่ก็ไม่ยอมนอนสักที บางวันไม่ได้เล่นเลย กลับนอนหลับง่ายๆซะงั้น

เรื่องตื่นตอนดึกนั้น เมื่อก่อนน้องภูก็เป็นครับ บางที ตื่นมาเล่น 2-3 ชั่วโมง ถึงจะหลับอีกที ส่วนสาเหตุต่างๆก็มีหลายอย่างที่ผมพอจะรวบรวมได้ เช่น

- ไม่ยอมนอนกลางวัน พอเข้านอนตอน 20.00 น. ก็มาตื่นตอน 01.00 หรือ 02.00 กว่าจะนอนอีกทีก็ 04.00-05.00

- นอนกลางวันตอนบ่ายๆ กว่าจะนอนอีกที ก็ดึกดื่น 00.00 หรือ 01.00 น.

- อากาศร้อนเกินไป พอตื่นขึ้นมาก็หงุดหงิด ร้องให้ จนตื่นตัว เลยกว่าจะนอนอีกทีก็เป็นชั่วโมงๆ

- อากาศเย็นเกินไป ตื่นขึ้นมาเพราะมีน้ำมูก หายใจไม่สะดวก ร้องให้งอแงจนตื่นตัว เลยลุกมาเล่นซะเลย กว่าจะนอนก็เป็นชั่วโมงตามระเบียบ

- นอกนั้นก็เจ็บไข้ได้ป่วย หรือฝันร้าย หรือ ฯลฯ

และถ้าเมื่อไหร่น้องภูตื่นขึ้นมาตอนดึก แล้วมานั่งเล่นของเล่นหรืออะไรก็ตาม ผมมักจะไปนั่งๆนอนๆข้างๆเค้า หยิบจับและพูดคุยเท่าที่สภาพร่างกายพอจะทำได้

ก็มีบ้างที่หลับๆตื่นๆ เพราะบางทีร่างกายเราไม่ได้พักผ่อนมาทั้งวัน แล้วจะให้มานั่งเล่นนั่งคุยกับลูกตอนดึกๆ จนกว่าเค้าจะง่วงหลับไปอีกรอบ ก็คงจะกลายเป็นหมีแพนด้ากันพอดี

แต่ผมจะไม่พยายามบังคับให้เค้านอน หรือบังคับให้เลิกเล่นหรือเลิกทำสิ่งที่เค้าสนใจอยู่นะครับ อย่างที่คุณพ่อบอกว่าน้องฟ้าโกรธจนร้องให้

ผมว่าที่เค้าร้องให้ อาจจะเพราะโดนขัดใจ ไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงเล่นไม่ได้ (ทั้งๆที่เค้ายังไม่ง่วงนอนอีกครั้ง)

อาจารย์กิ่งแก้วเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีแบบนี้ไว้ครับ ประมาณว่าอยู่ที่ความพอดี อยู่ที่ความเหมาะสม อยู่ที่ความจำเป็นหลายๆอย่างที่เรามีอยู่อะครับ (ประมาณนี้ครับ เพราะหาไม่เจอว่าอาจารย์โพสไว้ตรงไหน) ^^'
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 30/05/2010,22:56 , IP : 222.123.54.192  

ความคิดเห็นที่ 62
ขอบคุณ คุณน๊อต มากครับ ที่ให้แนวทาง

ผมจะเป็นคนเข้านอนทีหลังแม่กับลูกทุกคืน ประมาณ 6 ทุ่ม

บ่อยครั้งที่เจอน้องฟ้าเปิดไฟเล่นอยู่ในห้อง (นึกว่าแฟนเปิด)

พอเข้าห้องไปเจอ น้องฟ้าก็จะประมาณอยากเล่น , อยากหยอกพ่อ

พ่อก็จะเล่นด้วยสักครู่(3-5 นาที) ครับ แล้วก็จะหาวิธีพาเข้านอน

ซึ่งน้องฟ้าก็จะนอนทุกครั้งแหละครับ(แต่ใช้เวลานาน)

ขอบคุณอีกครั้งครับ และผมจะลองปรับใช้ดู้ตามเหมาะสมครับ


 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 01/06/2010,07:45 , IP : 125.26.172.250  

ความคิดเห็นที่ 63
ช่วงนี้เป็นช่วงที่น้องฟ้าร้องไห้ง่ายมากครับ

ขัดใจอะไร หรือตื้อยื้ออะไร ถ้านานหน่อยก็จะร้องไห้ หรือบางทีอยู่ดีๆ ก็ร้องให้ขึ้นมาเหมือนน้อยใจอะไร และร้องนานขึ้นครับ

เราก็ปลอบและพูดบอกอารมณ์ทุกครั้งไปตามปกติครับ

น้องฟ้าสามารถชี้บอกความต้องการต่างๆได้ดี แต่ตอนชี้บอกยังสบตากับเราน้อยครับ

ตอนนี้เราเพิ่มการยื้อจากการชี้บอกเพราะกลัวว่าถ้าน้องฟ้าชี้บอกแล้วได้ตามต้องการ เขาจะเอาแต่ชี้นะครับ

แต่ผลที่ตามมาคือ น้องฟ้าแสดงอารมณ์แรงขึ้น ทิ้งตัวลงนอนกับพื้น นั่งกระโดดเอาก้นกระแทกพื้นแรงๆ แต่ทุกครั้งก็ยังไม่หลุดนะครับ ยังสามารถสื่อสารหรือบอกความต้องการได้แม้อารมณ์โกรธมากๆ

หลายครั้งที่น้องฟ้าแกล้งทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เรายื้อ เดินไปทางอื่น แต่พอเราเผลอเข้าจะรีบวิ่งไปเอาครับ

ตอนนี้ผมกับแฟนก็ยังเครียดกันอยู่ครับ ที่น้องฟ้ายังไม่ยอมพูดคำที่มีความหมายเลยแม้แต่คำเดียว ก็ 3 เดือเศษแล้ว

ตามที่ผมเล่ามา อาจารย์ , คุณน๊อต หรือผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว คิดว่ายังไงบ้างครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/06/2010,20:17 , IP : 125.26.174.252  

ความคิดเห็นที่ 64
ลองอ่านที่คุร krongkan แนะนำคุณพ่อน้องเคนนะคะ

ตราบใดที่ท่าทีของพ่อแม่เต็มไปด้วยความคาดหวัง หวาดหวั่น และเคร่งเครียด ก็ไปต่อลำบาก

ปรับที่ทัศนติและท่าทีของตัวเองก่อนดีไหมคะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 08/06/2010,20:31 , IP : 58.9.65.238  

ความคิดเห็นที่ 65
ที่คุณพ่อบอกว่า ช่วงนี้เพิ่มการยื้อ จากการชี้บอก เพราะกลัวว่าน้องฟ้าจะ ชี้ อย่างเดียว (อาจเกิดความเครียดและความคาดหวังขึ้นได้นะครับ)

คือกลัวว่าเค้าจะชี้อย่างเดียว เราเลยอาจจะพยายามถาม พยายามพูดให้ฟัง เพื่อให้เค้าพูดออกมา หรือพูดตาม มากกว่าแค่ชี้อย่างเดียว มันก็อาจจะกลายเป็นการพยายามสั่ง และพยายามสอนไปซะมากกว่า

เลยอาจจะทำให้เค้าเกิดอาการ ที่คุณพ่อบอกว่า อารมณ์แรงขึ้น(ก็เป็นได้)

 
โดย   น๊อต   เมื่อ 08/06/2010,23:55 , IP : 114.128.123.55  

ความคิดเห็นที่ 66
อย่างเช่นถ้าน้องฟ้าอยากได้ดาบของเล่น แล้วน้องฟ้าชี้ไปที่ดาบถูกแล้ว

แต่คุณพ่อกลับไม่ไห้ดาบกับน้องฟ้า และพยายามถามว่าอันนี้คืออะไร หรือถามว่า พูดก่อนว่าจะเอาดาบ แล้วจะให้

มันก็จะเป็นการคาดหวัง คาดหวังว่าเค้าน่าจะพูดคำว่า `จะเอาดาบ` คาดหวังว่าเค้าจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง นอกจากชี้เพียงอย่างเดียว

และมันก็คงจะเป็นการยื้อตื้อ ที่ไม่มีการผ่อนหนักผ่อนเบา อย่างเหมาะสมเท่าที่ควร เพราะความคาดหวังของเรานั่นเอง ที่ทำให้เค้าเหมือนจะไม่ได้ดาบของเล่นที่เค้าต้องการแล้ว (ทั้งๆที่เค้าชี้ถูกแล้ว)

ทำให้เกิด อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์รุนแรง และแสดงอารมณ์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่นกระโดดเอาก้นกระแทกพื้น อย่างที่คุณพ่อบอก

บางที ความคาดหวังของเราเอง อาจจะทำให้เราคิดไปเองได้

ว่าลูกของเราในตอนนี้ น่าจะทำแบบนี้ได้แล้ว น่าจะทำแบบนั้นได้แล้ว (คือน่าจะพูดได้บ้างแล้วนั่นเอง)
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 09/06/2010,00:18 , IP : 114.128.123.55  

ความคิดเห็นที่ 67
อย่างของน้องภู ตอนช่วงแรกๆที่ผมเริ่มใช้ฟลอร์ไทม์ และเริ่มทำตามคำแนะนำของอาจารย์กิ่งแก้ว

ผมก็เลิกที่จะพยายามสอนให้น้องภูพูด เลิกให้เค้าดูรูปแล้วให้เค้าพูดตาม

ผมก็พยายาม แกล้งงง ตื้อ และยื้อกับเค้า โดยพยายามทำให้สถานการณ์ที่เค้าสนใจอยู่ในขณะนั้น สามารถดึงให้เค้าพยายามสื่อสารกลับไปกลับมา กับผมให้ได้หลายรอบและนานที่สุด

ความคาดหวังของผมที่เกิดขึ้นก็คือ คาดหวังว่าเค้าจะสื่อสารกับผม ให้ได้หลายๆรอบ และนานที่สุดในแต่ละสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้คาดหวัง ว่าเค้าจะต้องพูดออกมาให้ได้ก่อน ถึงจะได้ในสิ่งที่เค้าต้องการ

และเมื่อผ่านการแกล้งงง ตื้อ ยื้อ จนเค้าได้ในสิ่งที่เค้าต้องการในแต่ละสถานการณ์แล้ว ผมจะจบลงด้วยคำพูดที่แสดงความเข้าใจเค้าว่า อ๋อ น้องภูจะเอา(อันนี้)นี่เอง หรือ อ๋อ น้องภูอยากได้(อันนี้)นี่เอง

ในวงเล็บ ก็คือ ชื่อ หรือคำที่เราใช้เรียกสิ่งที่เค้าต้องการนั่นเองครับ แล้วเค้าจะบันทึกเอาไว้ในสมองของเค้าอย่างเข้าใจแบบถูกต้องเองครับ ว่าสิ่งที่เค้าต้องการนี้ มันเรียกว่าอะไร

เช่น อ๋อ น้องภูจะเอา(รถ)นี่เอง อ๋อ น้องภูจะอยากได้(ดาบ)นี่เอง

(อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟังถึงเรื่องของความคาดหวัง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับผม)

คืออยากให้คุณพ่อ คาดหวัง ว่าน้องฟ้าจะสื่อสาร ด้วยสีหน้า ท่าทาง การแสดงออกต่างๆ กลับไปกลับมาหลายๆรอบ และยาวนานขึ้นในแต่ละสถานการณ์

ไม่อยากให้คาดหวังว่า ต้องพูดออกมาเป็นคำพูดที่มีความหมายก่อน ถึงจะได้ในสิ่งที่เค้าต้องการอะครับ ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 09/06/2010,00:50 , IP : 114.128.123.55  

ความคิดเห็นที่ 68
ขอบคุณ อาจารย์ และ คุณน๊อตมากครับ

ก็เป็นอย่างที่ อาจารย์กับคุณน๊อตบอกแหละครับ

เราคาดหวังจริง เพราะน้องฟ้าก็แสดงพัฒนาการมาตามลำดับ

เพียงแต่คงยังไม่ถึงระดับที่เราคาดหวัง เราจึงเครียดกัน


ฟังคุณน๊อตบอกแล้ว ก็ดีขึ้นครับ แปลว่าเราต้องทำกันต่อไป ต้องปรับลดความตึงเครียดระหว่างการตื้อลงหน่อย
และสรุปให้น้องฟ้าเข้าใจถูกต้อง ทุกครั้งหลังการยื้อ

ครับ..แล้วเราจะทบทวนความคาดหวัง พยายามไม่ให้มันมาทำให้ฟลอร์ไทม์เขว

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/06/2010,07:50 , IP : 125.26.176.103  

ความคิดเห็นที่ 69
มาคุยด้วยคนค่ะ

นอกจากสิ่งที่คุณน๊อตบอกไว้ว่า

อยากให้คุณพ่อ คาดหวัง ว่าน้องฟ้าจะสื่อสาร ด้วยสีหน้า ท่าทาง การแสดงออกต่างๆ กลับไปกลับมาหลายๆรอบ และยาวนานขึ้นในแต่ละสถานการณ์ แล้ว

ยังมี การที่คุณพ่อต้องทำให้โลกของน้องฟ้า มีใครอีกคนที่ปฏิสัมพันธ์กับเค้าอยู่ด้วย ตลอดเวลาที่เค้าตื่นอยู่ค่ะ

และสำคัญที่สุด อย่าลืมความสนุกของลูก และความสุขใจของพ่อเวลาที่ใช้ FT ด้วยนะคะ

เอาใจช่วยค่ะ

 
โดย   ma_ann   เมื่อ 09/06/2010,12:09 , IP : 125.24.77.45  

ความคิดเห็นที่ 70
ขอบคุณ ma_ann ครับ

วันนี้ ผมเพิ่งคุยกับแฟน ว่าเราจะมีการปรับปรุงการ ยื้อ ตื้อ

แล้วจะมาเล่าให้ฟัอีกครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/06/2010,18:23 , IP : 125.26.176.103  

ความคิดเห็นที่ 71

คุณพ่อทำถูกหลักการ
ที่ยื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสแก่ลูกในการคิดหาวิธีสื่อสาร บอกความต้องการ ทำให้ได้มาซื่งสิ่งที่ต้องการ ให้ได้มากขึ้น
แทนการชี้เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรทบทวน
ยากไปไหม ?
เหนื่อยไปไหม ?
ยังมีหวังอยู่ หรือหมดหวังแล้ว ?

ยื้อได้ตราบเท่าที่เด็กยังทนไหวนะครับ
ต้องใช้ความอยาก และความหวัง
เด็กจึงยังมีความพยายามอยู่ได้ครับ

ไม่มีประโยชน์ ถ้าตั้งหน้าตั้งตายื้อ แต่เด็กทนไม่ไหว
เลิกความพยายาม หรือ เป็นอารมณ์แทน

ก็หมดโอกาสสื่อสารกันพอดี
สิ่งที่คุณพ่ออยากได้ ก็กลายเป็นไม่ได้ ไปด้วย



ใครพอช่วยขยายความได้บ้าง.. เชิญครับ

 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 10/06/2010,06:55 , IP : 58.11.7.225  

ความคิดเห็นที่ 72

เสียใจ ขัดใจ แล้วร้องไห้ได้
ดีกว่าร้องไม่เป็น ตั้งเยอะนะครับ
..ว่ามั้ย
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 10/06/2010,07:59 , IP : 58.11.7.225  

ความคิดเห็นที่ 73
ที่ครูพบสรุปมา ก็ได้ใจความดีแล้วอะครับ ไม่รู้ว่าจะขยายยังไงดี

ถ้าขยายแบบที่ผมอธิบาย คงยาวและเข้าใจยากกว่าซะอีกอะครับ ^^'

ยื้อเพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ลูกในการคิดหาวิธีสื่อสารออกมาทางอื่น นอกจากชี้เพียงอย่างเดียว

สีหน้า ท่าทาง ถ้อยคำ ที่เราใช้ตื้อยื้อกับลูก ทำให้เค้ารู้สึกหมดหวังที่จะได้หรือเปล่า ทำให้เค้าหมดความพยายามที่จะสื่อสารต่อเพื่อแสดงเจตจำนงหรือเปล่า

ถ้าการตื้อยื้อของคุณพ่อ ลูกยังทนไหว ยังพยายามสื่อสารเพื่อบอกความต้องการอยู่ ก็สามารถตื้อและยื้อต่อเพื่อกระตุ้นให้เค้าพยายามสื่อสารออกมาให้มากที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นการ ชี้ หรือ ออกเสียง)

ถ้าการตื้อและยื้อเพื่อให้เค้าสื่อสารออกมามากกว่าการชี้นั้น ทำให้เค้าหมดความอดทน หรือหมดความต้องการ ก็อาจทำให้การตื้อยื้อครั้งต่อๆไปไม่ต่อเนื่องยาวนานอย่างที่เราต้องการ
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 10/06/2010,12:44 , IP : 114.128.197.139  

ความคิดเห็นที่ 74
"ตอนนี้ผมกับแฟนก็ยังเครียดกันอยู่ครับ ที่น้องฟ้ายังไม่ยอมพูดคำที่มีความหมายเลยแม้แต่คำเดียว ก็ 3 เดือนเศษแล้ว"


เข้าใจความรู้สึกนี้ดีมากๆเลยนะค่ะ เพราะตัวเองก็เป็นอยู่ค่ะ แต่ความรู้สึกนี้อาจทำให้เราเครียดเกินไปเวลา ตื้อ ยื้อกับลูก คงต้องทำให้ได้ในการตื้อยื้อโดยใส่อารมณ์ขัน และลูกเล่นเข้าไปด้วยค่ะ พอคุณพ่อ คุณแม่กังวลลูกยอมรับรู้ได้ ตื้อ ยื้อก็เลยเป็นเรื่องซีเรียสของเขาค่ะ
 
โดย   แม่หว้า   เมื่อ 10/06/2010,14:14 , IP : 202.28.130.150  

ความคิดเห็นที่ 75
ผมขออนุญาต คุณพ่อน้องฟ้า ถามคุณน๊อต ตรงนี้นะครับ จากความคิดเห็นที่ 66 ,67 ของคุณน๊อตข้างบนนี้ เรื่องความคาดหวังของพ่อแม่

คุณน๊อต หมายถึงว่าเราไม่ควรไปพูดคำนั้นคำนี้ หรือประโยคนั้นประโยคนี้นำ แล้วบอกให้ลูกพูดตาม หรือคาดหวังใ้ห้ลูกพูดตามคำพูดของเรา ใช่มั้ยครับ ?

ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำ ก็คือ เพียงแค่พูดพากย์ ตามเหตุการณ์หรืออากัปกริยา(และอารมณ์) ของเรา และของลูกที่กำลังทำอยู่ต่อหน้าขณะนั้น เท่านั้นเอง ใช่มั้ยครับ ?

ขอบคุณครับ
 
โดย   พ่อน้องเคน   เมื่อ 17/06/2010,22:29 , IP : 114.128.61.107  

ความคิดเห็นที่ 76
ขอตอบคุณพ่อน้องเคนยังงี้นะครับผม

คือถ้าลูกของเรา ยังสื่อสารด้วยการพูดคำที่มีความหมายเพื่อบอกความต้องการของตัวเองไม่ได้

การสอนให้ลูกพูดคำนั้นคำนี้ ประโยคนั้นประโยคนี้ แล้วถึงจะได้สิ่งที่เค้าต้องการ ก็เป็นการ แล็กเชอร์อย่างนึงอะครับ

เป็นการสอนให้จำ สอนให้พูดตาม กระบวนการคิดของสมองของเค้าก็จะเกิดน้อยครับ ความหวังที่เราต้องการให้เค้าพูดออกมาจากข้างในเพื่อสื่อสาร ก็จะมาช้าไปด้วย

สิ่งที่ควรทำก็คือ เลิกสอน เลิกสั่ง เลิกสอนให้พูดตาม เลิกสอนให้จำครับ

เล่นให้สนุกเมื่อเค้าพร้อมและเราพร้อม เล่นให้เค้าติดเรา จนอยากชวนเราเล่นมากกว่าไปนั่งมองอะไรอยู่คนเดียว

เมื่อเค้าอยากได้ อยากไป อยากมา อยากกิน อยากจับ อยากฯลฯ เราก็แกล้งงง ยื้อและตื้อให้ได้นานๆและให้ได้หลายๆรอบ ให้มีการสื่อสารกลับไปกลับมาให้มากๆ เพื่อให้สมองของเค้าได้ทำงาน ให้เกิดกระบวนการคิดให้มากที่สุดครับ

ถ้าคุณพ่อน้องเคนอยากให้อธิบายรายละเอียดแบบบางสถานการณ์ หรือถ้ามีรายละเอียดอะไรที่ผมพอจะช่วยได้
ผมก็ยินดีให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ได้นะครับผม

ที่เมล์ not510tp@hotmail.comยินดีครับผม ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 18/06/2010,00:02 , IP : 112.142.174.86  

ความคิดเห็นที่ 77
น้องฟ้ากับน้องเคน อายุไล่ๆมากับน้องภูเหมือนกันนะครับเนี่ย ^^'

ถ้าประสบการณ์บางอย่างของผมกับน้องภู จะพอช่วยให้คุณพ่อน้องฟ้าและคุณพ่อน้องเคนมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น

ถ้าไม่รังเกียจ ผมก็ยินดีให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์นะครับผม ^^
 
โดย   น๊อต   เมื่อ 18/06/2010,00:11 , IP : 112.142.174.86  

ความคิดเห็นที่ 78

สุดท้ายแล้วเราก็คาดหวังให้เขา"พูด"(บอก) สิ่งที่เขาต้องการ

แต่การไปถึงขั้นนั้นได้
เราจะช่วยให้เขาเข้าใจ และตระหนักถึงพลังแห่งการสื่อสาร (ซึ่งทำได้ด้วยวิธีต่างๆ) ก่อนการออกเสียงพูด

หากเด็กเข้าใจได้ว่า การสื่อสาระกับเรานั้นจะทำให้เขาได้
เขาก็จะสื่อสารกับเรา
และเมื่อนั้น คำศัพท์ต่างๆ ที่เป็นตัวแทน(สัญลักษณ์)สิ่งที่เขาต้องการ ก็จะมีความหมายกับเขา
และเขาจะใช้มันได้อย่างเข้าใจ


การนำพาเด็กไปถึงการพูดบอกได้ตรงความต้องการของตน
จึงประกอบด้วย
ความต้องการ
รู้ว่าจะได้มาด้วยการสื่อสาร
และ
รู้จักคำศัพท์

ขั้นที่ 1 ใช้ การเล่นสนุกให้ติดใจ (เกิดความต้องการ)
ขั้นที่ 2 ใช้ การยื้อ แกล้งงง (เพื่อให้พยายามสื่อสาร)
ขั้นที่ 3 ใช้ การสอนให้รู้คำศัพท์ซึ่งเป็นตัวแทนสิ่งที่เขาต้องการ ด้วยวิธีต่างๆ (เพื่อให้รู้จักคำศัพท์ที่ภาษานั้นๆ ใช้กัน)


ส่วนมากผู้ใหญ่จะกระโดดข้ามไปขั้นที่ 3
เร่งสอน ให้เด็กจำเสียงของคำต่างๆ ได้ โดยไม่มีฐานของการเข้าใจการสื่อสาร
ซึ่ง
1 ทำให้เด็กใช้คำสะเปะสะปะ แบบไม่รู้ความหมาย เช่น อยากได้ของ ก็พูดว่า เอา ขอ สวัสดี ขอบคุณครับ เป็นชุด
2 เสียงที่ออกมามีลักษณะขาดความเป็นธรรมชาติ
เพราะถูกสอนให้จำเฉพาะถ้อยคำ (verbal)
ขาดองค์ประกอบที่จำเป็นในการการสื่อสารตามธรรมชาติของมนุษย์
คือ น้ำเสียง สีหน้า ท่าทางประกอบ (non-verbal)


สิ่งที่คุณน็อตอธิบาย เป็นวิธีการ ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่านงง
เพราะที่คุณน็อตอธิบาย เฉพาะสำหรับสถานการณ์นั้นๆ โดยเฉพาะเจาะจง
หากผู้อื่นที่อยู่ในสถานการณ์ต่างออกไปมาอ่าน และยึดเป็นสูตรสำเร็จรูปก็จะเข้าใจผิด และใช้ผิด


เข้าใจหลักการกันก่อน จึงนำพาไปสู่เทคนิควิธีการที่เหมาะสมได้
หากเอาวิธีการ เทคนิคก่อน ก็งงอย่างที่งงอยู่กันนี่แหละครับ
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 23/06/2010,10:30 , IP : 202.28.187.12  

ความคิดเห็นที่ 79
สวัสดีครับ และ ขอบคุณทุกความเห็น

ข้อความบางข้อความ...อาจไม่ตรงกับสิ่งที่เป็นอยู่...แต่สามารถทำให้ผมมองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆกันได้

ผมไม่ได้เข้ามาที่บอร์ดราว 2 สัปดาห์ เพราะ ยังไม่อยากรับข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา (ซึ่งมันมีส่วนทำให้ผมเครียดได้)

ระยะเวลาที่หายไป....ผมกำลังเอาตัวเองเข้าไปในฟรอล์ไทม์ให้มากกว่าเดิม

เช่น 1. หนูจะทำอะไร ทุกสิ่ง ทุกอย่าง จะมีพ่อทำด้วยเสมอ (ทำได้วันละ 1-3 ชม. แล้วแต่โอกาส)

2. คุยกันหนูช้าๆ อย่างใจเย็น และอารมณ์ดีมากขึ้น

3. ยื้อกันได้นาน.. และรู้วิธีดึงให้หนูกลัมมา หากหนูเปลี่ยนความสนใจ

หลังจากทำมา 2 สัปดาห์ ทำให้ผมรู้ว่า ที่ผ่านมาผมยังทำได้ไม่ดี และเริ่มเข้าใจ(รู้วิธี) ที่จะทำกับน้องฟ้าชัดมากขึ้น

สิ่งที่สังเกตได้คือ
1. ขณะน้องฟ้าดูหนงสือ เขายอมให้ผมเข้าไปนั่งใกล้ และ
ชี้ไปที่รู้ ซึ่งเขาจะมองตาม (เมื่อก่อนจะไม่ยอมให้ชี้หรือนั่งใกล้ๆ) ขณะชี้ผมก็จะพูดเกี่ยวกับภาพ เช่น "โอ้โอ...สวยจังเล้ยยย" , "โอ้ โดเรมอนหัวเราะใหญ่เลย.. ฮ่าๆๆๆๆ" , "อูยโดเรมอนร้องไห...มอนเสียใจ..เลยร้องไห้", "อืมมม..มอนยิ้มใหญ่เลย...มอนดีใจ..มอนยิ้ใลย" .......ประมาณนี้ครับ

2.น้องฟ้าแสดงสีหน้า อารมณ์ ได้พอสมควร

3. พ่อสังเกตว่า ในการตื้อช่วงนี้ บางครับเขาพยายามที่จะพูด แต่ยังพูดไม่ได้ พ่อก็ปลอบว่า "โอ๋ๆๆ.. น้องฟ้าอยากจะเอา...แต่พูดไม่ได้ . น้องฟ้าจะเอา....(พร้อมกับลูบหัวลูบหลัง)" นานมาก บางครั้งถึงกับร้องไห้ ลงไปนอนดิ้น พ่อก็ปลอบ แล้วกลับมายื้อกันต่อได้ แต่ทุกครั้งเขาจะได้สิ่งที่เขาต้องการนะครับ แต่ไม่รู้ว่า จะช้าหรือเร็ว

ตอนนี้น้องฟ้านอนดึกมาก และ ตื่นกลางดึกบ่อย

....แต่มันกลับเป็นโอกาสดีในการยื้อครับ เพราะมันเงียบ

อยู่ในห้องนอนไม่ไปไหน เขาจะสนใจเรามากกว่าปกติ(กลัวแต่พี่เขาจะตื่น) ตื้อ..ยื้อ..ได้ดี

ผมคิดว่า ถ้าผมยังสามารถรักษาระดับการทำฟลอร์ไทม์ ไม่ให้ต่ำกว่านี้ น้องเขาน่าจะดีขึ้นเร็วครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 25/06/2010,19:02 , IP : 125.26.164.220  

ความคิดเห็นที่ 80
ดูเหมือนคุณพ่อน้องฟ้าเริ่มปรับทัศนคติ และท่าทีของตัวเองได้แล้วกระมังคะ

ยินดีด้วยค่ะ หมั่นตรวจสอบตัวเองเป็นระยะ ๆ นะคะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 25/06/2010,19:24 , IP : 58.9.48.181  

ความคิดเห็นที่ 81
สวัสดีครับ อาจารย์กิ่งแก้วและผู้มีประสบการณ์ทุกท่าน ช่วงนี้สังเกตว่าน้องฟ้าเขาจะมีความสุขมากครับ

ผูกพันใกล้ชิดกับ พ่อ แม่ ยาย

วันนี้ผมพาน้องฟ้าไปที่บ้านคุณย่า
ตอนบ่ายแก่ๆเราไปที่โลตัส น้องฟ้าก็เดินจูงมือกับพ่อไปได้ดีไม่พยายามขัดขืนหรือวิ่งไปไหน

มาถึงจุดขายTV ซึ่งเปิดทิ้งไว้หลายเครื่อง น้องฟ้ายืนดูสักครู่ พ่อก็ชวน “ป๊ะ...ไปทางโน้น..ป๊ะ”

น้องฟ้าก็เดินไปด้วยดีไม่ขัดขืน จนมาถึงจุดขายจักรยาน น้องฟ้าสนใจจักรยานเด็กคันนึง

ก็เลยไปขี่และพยายามถีบออกไป(แต่เขายังไม่ได้ใส่ที่เหยียบถีบ) น้องฟ้าก็เลยถีบที่แกนของมันแทน

เคลื่อนที่ไปได้เล็กน้อย พ่อจะช่วยดึงให้รถเคลื่อนที่ แต่น้องฟ้าจับมือพ่อออก พยายามจะทำเอง

พ่อก็เลยกวนโดยพยายามจะทำเหมือนเดิม น้องฟ้าก็จับมือพ่อออกทุกครั้ง

มีครั้งนึงที่น้องฟ้าลุกวิ่งออกไปได้ประมาณ 30 ม. (ไม่รู้ว่าไม่พอใจพ่อหรือเปล่า) พ่อเดินตามไปห่างๆ

เรียกน้องฟ้า ก็หยุดหันมามองดูแต่ยังไม่เดินกลับมาครับ พ่อก็เลยพาเดินกลับไปหาแม่เขา

เราแวะเข้าร้าน KFC (เพิ่งพาน้องฟ้าเข้าครั้งที่ 2) สั่งจานเล็กมา 2 จาน น้องฟ้าก็นั่งทานได้

ไม่พยายามลุกหรือหนีไปไหน หยิบไก่จิ้มซอสกินเอง บางทีก็ใช้มือบางทีก็ใช้ซ่อม

พอดีโซนที่เล่นเด็กเขาปิดปรับปรุง อดเล่น..เราเลยกลับ

ขากลับผมแวะสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกาย ปล่อยให้แม่ น้องฟ้ากับพี่ชายเขาลงไปเดินวิ่งถนนรอบสวน ผมขับรถไปรอด้านหน้าราว 500 ม.(ทำหลายครั้งแล้ว อ้อ..ตอนขับรถแซงช้าๆ และบีบแตร น้องฟ้าซึ่งเดินอยู่กับแม่ ก็หันมามองพ่อและหันตามรถพ่อ ที่กำลังวิ่ง) พอน้องฟ้าเดินมาได้อีกราว 10 ม.จะถึงพ่อที่ยืนรออยู่
ผมก็เรียกน้องฟ้าพร้อมกับยิ้มให้ กางแขนออกและนั่งลง น้องฟ้าเห็นก็ยิ้มดีใจ วิ่งกางแขนมากอดพ่อ พ่อก็กอด จุ๊บแก้ม และพูดไปด้วยว่า “โอ้ สนุกจังเล้ย.... น้องฟ้าสนุกมากเล้ย” , “น้องฟ้าเก่งมากเล้ย....”

ผมปล่อยให้เดินต่อและผมขับรถไปรอด้านหน้าอีกราว 500 ม. และทำเหมือนเดิมครับ


เสร็จแล้วเราก็เข้าไปด้านในที่บริเวณสนามเด็กเล่นซึ่งวันนี้คนน้อย น้องฟ้าสนใจของเล่นไสลเดอร์ที่เป็นเกลียววน

สูงจากพื้นราว 2.5 ม. ต้องเดินตามช่องขึ้นไป มีทั้งบันได , ลูกระนาด , พื้นเอียง มีเด็กเล่นอยู่ 3 คน

ผมระวังอยู่ข้างล่างให้แม่เขาขึ้นไปเป็นเพื่อน สังเกตว่าน้องฟ้าอยากเล่นไถลลงมา แต่แม่น้องฟ้าไม่กล้า ผมเลย

ขึ้นไปแล้วให้น้องฟ้านั่งตัก ไถลลงมาเป็นเกียว 3 รอบ น้องฟ้าหัวเราะชอบใจมาก พอพ่อพาลงแต่น้องฟ้าขึ้นไปเองอีกรอบ

แม่เข้าซึ่งอยู่ข้างบนเป็นคนปล่อย คราวนี้น้องฟ้าลงมาเองคนเดียว แต่มันไม่ลง มันติดเพราะน้องฟ้าใส่กระโปรง

น้องฟ้าจึงใช้การยกก้นขึ้นเป็นระยะจนลงมาถึงพื้น

ยังไม่พอครับ น้องฟ้าขึ้นไปอีก แต่คราวนี้เข้าเปลี่ยนเป็นนอนคว่ำไถลลงมาครับพ่อก็คอยช่วยอยู่ด้านล่าง

น้องฟ้าเล่นอยู่หลายรอบพ่อเลยบอกว่า “พอเนอะ...กลับบ้าน” แล้วอุ้มเดินไปได้ราว 10 ก้าวก็ปล่อยน้องฟ้าลงเดิน

น้องฟ้าวิ่งกลับไปเล่นอันเก่าอีก คราวนี้ผมเลยบอกแม่เขาให้นั่งขวางทางอยู่ข้างบน น้องฟ้าก็พยายามเบียดไป

แม่เลยถามว่า “จะไปไหน” น้องฟ้าชี้ไปที่ทางลงไสลเดอร์ แม่เลยปล่อย น้องฟ้าเล่นอยู่หลายรอบช้าบ้างเร็วบ้าง

นานพอสมควรจึงพากันกลับบ้านคุณย่า อาบน้ำกินข้าวเย็นแล้วเราจะกลับบ้านยาย น้องฟ้ายอมสวัสดีคุณย่า

บ้ายบาย(ยังไม่ถูกท่า 100%) และยอมให้คุณย่าจุ๊บ 2 แก้ม ซึ่งเมื่อก่อนน้องฟ้าจะไม่ยอมทำครับ

เล่าซะยาวเลยครับ.....เพราะตอนนี้ยังไม่คิดว่ามีปัญหาอะไรพิเศษ จะมีเพียงการใช้ฟลอร์ไทม์เพื่อกระตุ้นให้น้องฟ้าพูดสื่อสารกับเรา เท่านั้น ส่วนการพูดนั้นก็ต้องรอกันต่อไปครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 04/07/2010,15:26 , IP : 125.26.169.119  

ความคิดเห็นที่ 82
ที่เล่ามา ก็พอเห็นภาพการตอบสนองของน้องฟ้า เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การ "แกล้งก่อกวน" ที่ร้านจักรยาน การกางแขนรอบรับ การชักชวนของพ่อ การถามของแม่ที่สไลด์เดอร์

แต่ที่ไม่ได้เล่า คือ การเริ่มสื่อสารจากตัวของน้องฟ้าเองค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 04/07/2010,16:39 , IP : 58.9.141.99  

ความคิดเห็นที่ 83
การเริ่มสื่อสารจากตัวของน้องฟ้าเอง เหรอครับ...

ก็มีบ้างครับ เพียงแต่ยังไม่สม่ำเสมอ ผมจึงยังไม่กล้านำมาเสนอ แต่มีอยู่อย่างนึงที่สม่ำเสมอครับ

* น้องฟ้าจะไปหยิบตุ๊กตาโดราเอมอน(โตประมาณ 1 ฟุต) มาให้พ่อ ถ้าน้องฟ้าอยากจะให้พ่อร้องเพลงโดราเอมอนให้ฟัง
ซึ่งพ่อจะร้องและจับตุ๊กตาเต้นไปด้วย น้องฟ้าจะดีใจ ยิ้ม และกระโดดบนที่นอน พ่อก็จะแกล้งบ้าง เช่น พอเพลงจบและน้องฟ้าไม่มอง พ่อจะโยนตุ๊กตาไป น้องฟ้าก็จะเดิน
ไปหยิบมาวางบนตักพ่อ แต่บางทีพ่อถามว่า "อะไร....ให้พ่อทำอะไร" น้องฟ้าจะทำเฉไฉ หรือบางทีตอบด้วยการตบมือ(เวลาเพลงจบ น้องฟ้ามักจะตบมือ) ทุกครั้งที่พ่อร้องเพลงนี้ น้องฟ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ (ส่วนมากจะกระโดดบนที่นอน หรือถ้าอยู่ในรถจะกระโดดบนเบาะรถ)

มีอยู่ครั้งนึง พอพ่อมองเห็นน้องฟ้าเดินไปหยีบตุ๊กตา พ่อก็ทำเป็นหมุนตัวนั่งหันหลังให้ น้องฟ้าก็จะเดินมาด้านหน้า พ่อก็หมุนทำเป็นไม่เห็น ทำอยู่ 3-4 ครั้ง จึงทำเป็นหมุนมาเจอน้องฟ้าแล้วทำเป็นตกใจ น้องฟ้าจะวางบนตักพ่อ ถ้าพ่อแกล้งทำตุ๊กตากลิ้งตกลงจากตัก น้องฟ้าก็จะลงจากที่นอนมาหยิบตุ๊กตาใส่ตักพ่อ พ่อก็จะร้องเพลงซึ่งแต่ละครั้งก็จะทำ3-4 รอบ

พอนึกๆดูก็มีอยู่หลายอย่างเหมือนกัน...แล้วผมจะเล่าให้ฟังครับ

ส่วนกรณีนี้อาจารย์มีอะไรจะให้ผมเสริมเข้าก็ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะบางทีก็หมดมุขครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 04/07/2010,20:54 , IP : 125.26.169.119  

ความคิดเห็นที่ 84
ตอนเล่นตื้อยื้อแกล้งไม่ให้น้องฟ้าเอาตุ๊กตามาวางบนตัก คุณพ่อพยายามเพิ่มรอบให้ได้มากๆ นะคะ ถ้าน้องฟ้าโต้ตอบกลับมาก็ให้นับเป็น 1 รอบค่ะ
ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ เค้าจะพร้อมพูด แต่ต้องทำแบบเล่นๆ สนุกๆ นะคะ ค่อยๆ เพิ่มรอบไปค่ะ ไม่ต้องเร่งรีบ เพิ่มไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ วันละรอบ 2 รอบ หรือถ้าเค้ายังเพิ่มได้ก็เพิ่มไปอีก
เล่าเรื่องสิ่งที่น้องฟ้าทำให้ฟังอีกนะคะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 05/07/2010,06:04 , IP : 125.26.29.109  

ความคิดเห็นที่ 85
ช่วงนี้ผมกับแฟนคุยกัน และสรุปว่าน้องฟ้ามองหน้าผมกับแฟนมากเลย

เมื่อวานนี้เป็นอะไรที่ไม่คาดคิดครับ ผมกับแฟนพาน้องฟ้ากับพี่เขาไปเล่นที่สนามเด็กเล่นที่มีกระดานลื่น

ปรากฎว่า โดยตอนแรกน้องฟ้าก็เล่นอยู่คนเดียว พอพี่ชายมาต่อแถว น้องฟ้าก็หันไปมองและยิ้ม พอน้องฟ้าลงมาก็มาที่พื้น ก็ยื่นดูพี่เขาพอพี่เขาปล่อยตัวไถลลงมา น้องฟ้าก็ร้องดีใจและวิ่งกลับไปเล่นใหม่ ผมกับแฟนซึ่งดูอยู่ใกล้ ก็บอกให้พี่ชายช่วยเล่นกับน้องหน่อย เล่นได้ 4-5 รอบ เจ้าพี่ชายก็ไปเล่นอย่างอื่น ส่วนผมก็มาเล่นกับน้องฟ้าต่อ

ส่วนวันนี้ก็ดีครับ ผมกับแฟนจะพาน้องฟ้าไปขี้มอเตอร์ไซเล่น น้องฟ้ากับพ่อขึ้นนั่งรอที่รถ ผมบอกใฟนไม่ต้องเดินมาทำเป็นยื่นอยู่ในบ้าน
พ่อ : จะไปไหน
น้องฟ้า : ชี้ไปด้านหน้า
พ่อ : จับมือน้องฟ้าชี้ - จะไปทางนี้ หรือไปทางนี้
น้องฟ้า : ชี้ไปทางที่อยากไป
พ่อ : เอ้าเปิด (สตาร์ทรถ)
น้องฟ้า : กด..แต่ไม่ติด
พ่อ : ไม่มีกุญแจ ไปเอากุญแจก่อน
น้องฟ้า : ลงจากรถไปเอากุญแจในบ้าน
แม่ : เอาไร
น้องฟ้า : ชี้ไปที่กุญแจ
แม่ : (แม่หยิบกุฯแจมา 2 พวง) ไหน...เอาไหน
น้องฟ้า : ชี้ไปที่กุญแจถูกต้อง
แม่ : เอานี้เหรอ..ให้กุญแจ
น้องฟ้า : กลับมาหาพ่อที่รถ เสียบกุญแจเอง
พ่อ : อ้าว แม่...แม่ไปไหน
น้องฟ้า : ---
พ่อ : แม่อยู่ในบ้าน
น้องฟ้า : มองไปที่แม่
พ่อ : ฟ้าพาแม่มา......ไปพาแม่มา
น้องฟ้า : เดินไปในบ้าน...ไปดึงมือแม่มาที่รถ
พ่อ : ฟ้านั่งไหน
น้องฟ้า : ปีนขึ้นนั่งตรงกลาง (ทุกทีจะนั่งหน้า)
พ่อ : เอ้า....ไปกันเล้ย.....

วันนี้ผมใช้วิธีลืมเอาแฟนไปด้วยแบบนี้ 2 ครั้ง น้องฟ้าก็ไปดึงมือแม่มาทั้ง 2 ครั้งครับ

และน้องฟ้าเริ่มออกเสียง เม่ (แม่) ป๊อ (พ่อ) บ่อยขึ้นซึ่งเรา
ซึ่งถึงแม่ว่าจะยังเป็เพียงการเลยนเสียง แต่เราก็มีกำลังใจขึ้นครับ

อาจารย์และท่านอื่นมีไรจะเสริมก็เชิญนะครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 07/07/2010,23:20 , IP : 125.26.181.72  

ความคิดเห็นที่ 86
พ่อ : เอ้าเปิด (สตาร์ทรถ)
น้องฟ้า : กด..แต่ไม่ติด
พ่อ : ไม่มีกุญแจ ไปเอากุญแจก่อน

ตรงนี้ คุณพ่อสามารถพัฒนาการคิดของน้องฟ้าได้โดยเปลี่ยนการสั่งไปเอากุญแจ ให้เป็นการกระตุ้นให้น้องฟ้าแก้ปัญหาเอง เช่น

"รถไม่ติด ทำไงดี"

อ : อ้าว แม่...แม่ไปไหน
น้องฟ้า : ---
(คำถามนี้ น้องฟ้าคงตอบไม่ได้)

อาจจะลองเปลี่ยนเป็น
"ให้แม่ไปด้วยไหม"

ถ้าเขาพยักหน้า ก็จะลองถามต่อว่า "ใครจะไปตามแม่

พ่อหรือฟ้า" เป็นต้น

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 08/07/2010,06:53 , IP : 202.28.187.208  

ความคิดเห็นที่ 87

อ่านแล้วรู้สึกว่าคุณพ่ออยากได้ผลลัพธ์ ยังอยากเห็นว่าลูกทำได้ถูกต้อง
มากกว่าเน้นกระบวนการ ให้้โอกาสลูกเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

คุณพ่อยังใช้การบอกให้ทำ



ถ้าเป็นผม...


พ่อ : เอ้าเปิด (สตาร์ทรถ)
น้องฟ้า : กด..แต่ไม่ติด
ถ้าเป็นผม :
"อ้าว.. สตาร์ทไม่ติดแฮะ เอ..เกิดอะไรขึ้นน้า?"
"ใช่..กดแล้ว เครื่องไม่ติด เอ ทำไมล่ะ?"



พ่อ : ไม่มีกุญแจ ไปเอากุญแจก่อน
ถ้าเป็นผม :
"อ้อ.. ไม่มีกุญแจ อ้าว แล้วจะเอาจากไหนล่ะ"




น้องฟ้า : ลงจากรถไปเอากุญแจในบ้าน
แม่ : เอาไร
น้องฟ้า : ชี้ไปที่กุญแจ
ถ้าเป็นผม :
"กุญแจเหรอ.. ใช่มั้ยลูก"


แม่ : (แม่หยิบกุฯแจมา 2 พวง) ไหน...เอาไหน
น้องฟ้า : ชี้ไปที่กุญแจถูกต้อง
แม่ : เอานี้เหรอ..ให้กุญแจ
ถ้าเป็นผม :
"เอานี้เหรอ / เอาจริงเปล่า / จริงนะ? ฯลฯ"



น้องฟ้า : กลับมาหาพ่อที่รถ เสียบกุญแจเอง
ถ้าเป็นผม :
"อ้าว ได้กุญแจแล้ว เย้.."
"จะไปกันหรือยัง อ้าว แล้วแม่ล่ะ"



พ่อ : อ้าว แม่...แม่ไปไหน
น้องฟ้า : ---
ถ้าเป็นผม :
"ก็แม่ไง.. แม่ไปด้วยมั้ยล่ะ?"
"ตกลงจะไปกับใคร?"
"อ้าวแล้วไม่ให้แม่ไปด้วยเหรอ?"
"ให้ไป?.. แล้วแม่อยู่ไหนล่ะ"



พ่อ : แม่อยู่ในบ้าน
น้องฟ้า : มองไปที่แม่
พ่อ : ฟ้าพาแม่มา......ไปพาแม่มา
ถ้าเป็นผม :
"อ้าว แม่อยู่นั่นเอง"
"เอ้า เอาไงล่ะ จะให้แม่ไปด้วยมั้ย แต่แม่ยังอยู่นั่นเลยนี่"



น้องฟ้า : เดินไปในบ้าน...ไปดึงมือแม่มาที่รถ
ถ้าเป็นผม :
"เย้.. แม่มาแล้ว"
"ไปกันได้ยัง?"




พ่อ : ฟ้านั่งไหน
น้องฟ้า : ปีนขึ้นนั่งตรงกลาง (ทุกทีจะนั่งหน้า)
ถ้าเป็นผม :
"อ้อ.. นั่งกลาง อ้าว.. คราวนี้ไม่นั่งหน้าเหรอ?"

พ่อ : เอ้า....ไปกันเล้ย.....



คงพอได้ idea นะครับ


 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 08/07/2010,08:14 , IP : 58.11.9.139  

ความคิดเห็นที่ 88
อ่านแล้วรู้สึกดีนะคะ คุณพ่อเพียงปรับแต่งแนวคิดและเทคนิคนิดหน่อย น่าจะไปได้สวย ใจเย็นๆ ค่ะไม่ต้องรีบร้อน อย่าลืมเผื่อเวลาให้น้องฟ้าคิดด้วยนะคะ รอเค้าหน่อย  
โดย   krongkan   เมื่อ 08/07/2010,08:23 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 89
ขอบคุณ ครูพบมากครับ และคุณkrongkan ด้วยครับ

ดีครับ ได้ไอเดียมากขึ้นเลยครับ

อาจเป็นเพราะช่วงนี้เขา น้องฟ้าเข้าใจคำพูดหรือคำสั่งของเรามากขึ้น เลยมั่วไปเพลินกับสิ่งที่เขาทำได้

ขอบพระคุณมากครับ แล้วผมจะปรับใช้กับสถนการณ์อื่นด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/07/2010,09:50 , IP : 125.26.176.21  

ความคิดเห็นที่ 90
อ้อ...ขอบพระคุณ อ.กิ่งแก้วด้วยครับ
อ่านคำแนะนำของ คุณครูพบซะเพลิน

ผมพอจับทางที่ อ.ทั้ง 2 ท่านแนะนำได้ ต่อยอดสถานการณ์ ให้เขาได้คิด

แต่ปัญหานึงที่เรายังทำไม่ได้ก็คือ

น้องฟ้ายังไม่ยอมพยักห้าตอบรับ หรือ ส่ายหน้าปฏิเสธ เลยครับ

ยังใช้การปฏิเสธโดยการปัดมือ , ผลักออก , ตีโต๊ะ , นอนดิ้น , กระโดด , พุ่งตัวลงที่นอน , ร้องบ่นพึมพำ

ถ้าท่านใดมีเทคนิกดีๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 08/07/2010,16:21 , IP : 125.26.176.22  

ความคิดเห็นที่ 91
อ้ะ อ้ะ อ้ะ พยักหน้าตอบรับ หรือ ส่ายหน้าปฏิเสธ

เป็นผลลัพธ์ที่พ่อต้องการ มาก มาก ตอนนี้หรือเปล่า

ลองเปลี่ยนผลลัพธ์มาที่จำนวนรอบของการสื่อสารโต้ตอบ ดีมั๊ยคะ

การปัดมือ การผลักออก ก็เป็นการปฏิเสธนะคะ

เราเน้นกระบวนการคิดเป็นสำคัญค่ะ อย่าลืม
 
โดย   ma_ann   เมื่อ 09/07/2010,08:29 , IP : 125.24.0.223  

ความคิดเห็นที่ 92


ยอมรับการสื่อสารเท่าท่ี่เขาทำได้ จนเข้าใจพลังของการสื่อสาร มั่นใจว่าสื่อสารแล้วได้

จากนั้นจึงค่อยๆ เริ่มยื้อ ยังไม่ตอบสนองถ้ายังสื่อสารแบบเดิม
แต่ให้ทันทีเมื่อมีการสื่อสารแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น
เขาจะเริ่มเข้าใจความหลากหลายของการสื่อสาร และเริ่มฉุกคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ในการสื่อสาร

จากนั้นจึงตอบสนองเฉพาะการสื่อสารที่เหมาะสมกับสถานการณืนั้นๆ
เช่น พยักหน้าเมื่ออยากได้ สั่นหน้าเมื่อปฏิเสธ ตอบตรงคำถาม ฯลฯ

ทั้งนี้...
1 ต้องสนุกเข้าไว้
2 รู้สึกว่ายังมีความทหวัง
3 แสดงภาษาท่าทางของเราให้ชัดเจน เห็นง่าย




 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 09/07/2010,08:35 , IP : 10.7.54.177  

ความคิดเห็นที่ 93
ยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตลอดนะคะ เช่น เวลาถามว่าจะไปหรือไม่ไป
เวลาพูดไปก็พยักหน้าช้าไปด้วย ไม่ไปก็ส่ายหน้าไปด้วย แรกๆ ก็ช้าๆ นะคะ ทั้งพูดทั้งทำช้าๆ ให้เค้าเรียนรู้
เวลาเข้าห้องน้ำไปถ่าย ก็ทำท่าเบ่งออกเสียงด้วยนะคะ ทำให้เว่อร์ๆ เข้าไว้ค่ะ ทั้งท่าทางหน้าตาและน้ำเสียง ไม่นานภาษากายเค้าจะเริ่มออกมาเอง
เวลาเล่นกับเค้าก็ทำหน้าตาท่าทางสนุกๆ ให้เว่อร์ๆ เสียใจก็เสียใจให้เว่อร์ ออกมาให้หมดทั้งท่าทางหน้าตาและเสียง sound effects ค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 09/07/2010,08:36 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 94
ขอบพระคุณทุกท่านมากครับ

ตอนนี้ที่ทำให้เรายังมีพลังในการทำก็คือ แววตาของเขาครับ เขาใช้สายตา/แววตา ในการสื่อสารกับเรา มองเรา (บางทีมากกว่าพี่เขาเสียอีก)

ก็เพิ่มความเข้าใจขึ้นมาได้อีกครับ

ลองกันดูซิ ว่าจะเป็นยังไง
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/07/2010,11:26 , IP : 125.26.168.11  

ความคิดเห็นที่ 95
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว , คุณครูพบ และผู้มีประสบการณ์ทุกท่าน

ช่วงที่ผ่านมา ผมกับแฟน เริ่มใช้กระบวนการต่างๆที่กระตุ้นให้น้องฟ้าได้ใช้กระบวนการคิด
แก้ปัญหาด้วยตนเองอยู่บ่อยๆครับ
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เราทำ ซึ่งจะพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ชัดเจน (ตัวเองคิดว่าชัดเจน) เช่น
- จะทำยังไงดี กับเสื้อผ้าที่ถอดออกมาแล้ว (น้องฟ้าเอาไปเก็บในตะกร้าได้)

- จะอาบน้ำ น้องฟ้าสามารถเปิดประตูเข้าไปเอง แต่…ห้องน้ำทำไมมืดจังเลย ทำไงดีล่ะ
(น้องฟ้าเดินออกมาชี้ไปที่ปลั๊กไฟ พร้อมส่งเสียง)......
(หลังๆ ถ้าน้องฟ้าสังเกตเห็นไฟห้องน้ำยังไม่เปิด เขาก็จะชี้บอกก่อนเข้าห้องน้ำเลย)

- เอ...(เศษขยะที่แกะจากกล่องนม หรือขนมที่น้องฟ้ากิน) จำเอาไปทิ้งไหนดีน้า (น้องฟ้าเดินเอาไปทิ้งที่ถังขยะ)
(บางครั้ง ให้พี่ชายเขาเอาถังขยะไปซ่อน น้องฟ้าก็ยังหาเจอ หรือ ถังขยะแบบอื่นๆก็เอาไปทิ้งได้)

- พ่อพาขี้มอเตอร์ไซ ....... อ้าว แม่ยืนอยู่นั่น ให้แม่ไปด้วยมั๊ย... (น้องฟ้าลงจากรถไปดึงมือแม่ พร้อมส่งเสียง)
(ส่วนกรณีที่ทำเป็นลืมกุญแจ น้องฟ้าจะรู้ทัน ถ้าไม่เห็นหยิบกุญแจ แกก็จะไม่ยอมขึ้นก่อน

ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ครับ ที่เราทำในลักษณะนี้
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ตอนนี้น้องฟ้าเรียก “แม่” ได้บ้างแล้วครับ ซึ่งเรียกอย่างมีความหมายด้วยครับ เช่น
ในระหว่างการยื้อในการกินขนม
แม่ : เอา....อีก....ม้าย......
น้องฟ้า : อ้า อี้ ............
แม่ : อ๋อ...เอาอีก....(เอาขนมให้)
น้องฟ้า : ……อ้า..อี้ ............
แม่ : อ๋อ...เอาอีกเหรอ.... เอา..อีก........... (เอาขนมให้)
น้องฟ้า : ……อ้า..อี้ ............
แม่ : ----------- (เฉย ทำเป็นไม่ได้ยิน)
น้องฟ้า : ……อ้า..อี้ ............(เอื้มม มือไปจะหยิบเอง แต่ไม่ถึง)
แม่ : ----------- (เฉย ทำเป็นไม่ได้ยิน)
น้องฟ้า : ....เม่.......อ้า..อี้ ............
แม่ : อ๋อ...เอาอีกเหรอ.... เอา..อีก........... (เอาขนมให้)
แรกๆ จะออกเสียง เม่ ครับ ตอนนี้ เริ่มออกเสียงได้ดีขึ้นครับ โดยเฉพาะเวลาโกรธจะเรียก “แม่” ได้ชัด
นอกจากนี้ ผมยังสังเกตว่าน้องฟ้า กำลังพยายามจะพูด แต่มันไม่ออกมา
โดยตอนนี้น้องฟ้า ออกเสียงมาได้หลายเสียง บางอย่างก็ยังไม่มีความหมาย บางอย่างก็น่าจะมีความหมาย
(พูดตรงความหมาย) เอาไว้ชัดกว่านี้แล้วผมจะเล่าให้ฟังครับ

ส่วนปัญหาก็เริ่มมีครับ คือ อารมณ์แรงขึ้นกว่าเดิม แล้วผมจะเล่าให้ฟังครับ
แต่ขอจบแค่นี้ก่อนครับ เพื่อขอคำแนะนำในการทำต่อไป
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 30/07/2010,18:17 , IP : 125.26.169.204  

ความคิดเห็นที่ 96
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ สู้ๆ  
โดย   JDadMamma   เมื่อ 02/08/2010,15:16 , IP : 183.89.59.102  

ความคิดเห็นที่ 97
ช่วงนี้ อ.กิ่งแก้ว ครูพบ และคุณน๊อต เงียบไปนะครับ
ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่างานยุ่ง ยังไงก็ส่งข่าวบ้างนะครับ

น้องฟ้าอายุครบ 3 ปี เมื่อปลายเดือน ก.ค. ครับ
ช่วงนี้ รู้สึกว่า ผมกับแฟน จะเนือยๆ ไป ครับ
ไม่กระตือรือร้นเหมือนกับช่วงก่อนนี้ ทำให้นึกขึ้นได้ว่า
เราใช้เวลาพัฒนาน้องฟ้าในแต่ละวันมีน้อยลงไป

อาจเป็นเพราะว่า แม้น้องฟ้าจะยังไม่พูดสื่อสาร แต่ก็เข้าใจและสื่อสารกับเราได้
สิ่งที่เราสังเกตเห็นพัฒนาการในตอนนี้ คือ
- น้องฟ้าเริ่มเล่นกับเด็กคนอื่นบ้าง( ด.ญ. 5 ขวบ ข้างบ้าน) แม้เป็นแค่การวิ่งไล่กัน แต่น้องฟ้าก็มีแววตาในการมองกันสื่อสารกัน โดยเราจะคอยดูแลอยู่แถวนั้น บางทีพอจวนตัว น้องฟ้าจะวิ่งมาหาพ่อ ให้พ่อกอดหรือนั่งตัก แล้วจึงค่อยไปเล่นใหม่ (ส่วนกับพี่ชาย ก็มีบ้าง แต่ชอบทำให้น้องฟ้าเจ็บ น้องจึงไม่อยากเข้าใกล้)
- น้องฟ้ายอมให้คนอื่นที่ไม่คุ้นเคย เข้าใกล้ สวัสดี กอด หรือ หอมแก้ม (แม้จะทำหน้าไม่ค่อยพอใจนัก หรือ บางครั้งต้องรอนาน)
- น้องฟ้าเรียกแม่ได้ดีขึ้น ตรงสถานการณ์มากขึ้นกว่าตอนแรกๆ นอกจากนี้ยังพูด อั้ม(กิน) , อาว หรือ เอา (อันนี้พูดยาก ต้องตื้อนาน) , ไม่ (พูดบ่อยขึ้นเวลาไม่ต้องการ) , มา (เวลาอยากให้แม่ หรือ พ่อไปด้วย หรืออยากให้มาหา หรือมีความต้องการ) นอกจากนี้ น้องฟ้าก็ออกเสียงได้หลายเสียงครับ แต่ยังไม่เป็นการสื่อสารคงเป็นแค่การเลียนเสียง
- น้องฟ้าไม่วิ่งเตลิดไปไหนแล้วครับ สามารถไปเดินห้างกับพ่อแม่ได้ นั่งทานข้าวในศูนย์อาหารได้ (ลุกจากเก้าอี้วิ่งเล่นบ้าง แต่ก็กลับมาทานข้าวที่โต๊ะได้ ซึ่งผมกับแฟนแค่มองดูห่างๆ) แต่รู้สึกจะไม่นี่งบ้างซึ่งต้องสังเกตกันต่อไป(คิดว่าคงหิว)
- น้องฟ้าเริ่มเข้าไปเอาของเล่นที่เด็กคนอื่นกำลังเล่นอยู่(เมื่อก่อนไม่เคยทำ) เป็นห่วงรุ่นใหญ่ที่กำลังฮิตในตอนนี้
บางทีน้องฟ้าเข้าไปจับไม่ปล่อย เราต้องคอบบอว่า ไม่ได้...พี่เขาเล่นอยู่
- การร้องไหยังมีอยู่บ่อยๆ เรื่อยๆ ครับ (อ.บอกว่า 2-3เดิอน) แต่ที่ชัดเจนและบ่อยขึ้นมากคือ อารมณ์โกรธครับ
ตอนนี้เวลาน้องฟ้าโกรธ เธอจะวิ่งและทิ้งตัวไถลลงพื้น (ดูแล้วไม่น่าจะเจ็บ) บางครั้ง เราก็เข้าไปปลอบ บอกอารมณ์ว่า ตอนนั้นโกรธอะไร หรือไม่ชอบ ไม่พอใจอะไร
หรือบางที เธอโกรธเพราะถูกผมขัดใจ เธอจะวิ่งและทิ้งตัวไถลลงพื้น พ่อก็เฉยๆ ทำเป็นมองไม่เห็น น้องฟ้าก็จะลุกขึ้นวิ่งไปอีกทางและทิ้งตัวไถลลงพื้น ทำ 2 - 3 ครั้ง ถ้าพ่อไม่เข้าไปปลอบ เขาก็จะเดินมาและขอสิ่งที่เขาต้องการ พ่อก็จะตื้อต่อไป

มีอีกหลายอย่างครับที่น้องฟ้าพัฒนาขึ้นจากที่ไม่เคยทำ หรือทำไม่ได้ แต่อาจารย์คงจะบอกว่า ไม่ใช่เป้าหมายของฟลอร์ไทม์ ไม่อยากให้เราไปยึดถือ

แต่พัฒนาการ ณ ตอนนี้ ก็พอทำให้เราเครียดน้อยลงครับ
ซึ่งอาจเป็นสาเหตในการหย่อนยานกิจกรรมของเราอย่างที่บอก คงต้องตั้งหลักวางแผนกันอีกครั้ง
มีใครจะอนุเคราะห์ ให้ข้อเสนอแนะ กับผมและแฟน จะขอบพระคุณมากครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 13/08/2010,22:21 , IP : 125.26.162.85  

ความคิดเห็นที่ 98
internet ของดิฉันเพิ่งใช้ได้วันนี้

แนะนำให้คุณพ่อของน้องฟ้าอ่านเรื่องของคุณน้อต กับเรื่องพัฒนาการของน้องเบรน แล้วค่อย ๆ เทียบเคียงไปค่ะ

น้องจากสาเหตุเรื่องเข้า internet ไม่ได้แล้ว อีกสาเหตุที่ดิฉันตอบน้อยลง เพราะดิฉันรู้สึกว่าผู้ปกครองบางท่าน เขียนเข้ามาถาม โดยพยายามคิดเองน้องไปหน่อย

คือพอเห็นสิ่งที่เป็นปัญหา ก็คิดจะถามเลย

ดิฉันอยากให้เวลาผู้ปกครองค่อย ๆ อ่านคำถามของตัวเอง และค่อย ๆ คิดเองก่อนค่ะ

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 14/08/2010,07:08 , IP : 115.87.135.152  

ความคิดเห็นที่ 99
ผมเข้าใจทั้งผู้ปกครองที่ถาม และ อ.กิ่งแก้วที่ต้องคอยตรวจงาน

ผู้ปกครองใหม่ๆ จะใจร้อน(ผมก็เหมือนกัน) อยากทำ(แต่ทำไม่ถูก หรือไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า) อยากให้อาจารย์ช่วย (แต่ไม่รู้จะเริ่มถามตรงไหน) เห็นการเปลี่ยนแปลง (คิดว่าดีขึ้นแล้ว แต่จริงๆ ยังไม่ใช่) ฯลฯ

แรกๆ ผมอ่านหนังสือแต่ละเล่มของอาจารย์ หลายรอบ ก็ไม่เข้าใจ มันเหมือกับว่า วันนี้ แก้สมการข้อนี้ได้ แล้วจะได้ทำข้อใหม่เลย แต่จริงๆแล้ว แต่ละข้อต้องใช้การตรวจคำตอบหลายวิธี แต่ละอย่างต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ที่จะให้มันเกิดขึ้น และใช้เวลาอีกนาน ที่จะให้มันคงอยู่

ทุกวันนี้ผมก็พอเข้าใจ (ไม่กล้าบอกว่าเข้าใจ เพราะยังไม่ถึงไหน) และพอรู้เป้าหมายในขั้นตอนต่อไป

ไม่เป็นไรครับเอาใจช่วยทุก ๆ ท่านครับ (รวมทั้งตัวเอง)

ขอให้งานสำเร็จทุกคน และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 14/08/2010,14:50 , IP : 125.26.168.210  

ความคิดเห็นที่ 100
สิ่งที่คุณหมอกล่าวมานั้นเป็นจริงและจะเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนสำหรับผู้ปกครองที่คิดตามค่ะ
ทุกวันนี้ดิฉันเองก็เหมือนได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นทุกวันๆ มีบ้างค่ะที่เผลอไผลละมือไปบ้าง
แต่สุดท้าย ดิฉันก็จะกลับไปวนอ่านบทความ อ่านกระทู้ ซึ่งก็ได้เคยอ่านผ่านไปทั้งหมดแล้วเพื่อทบทวนสิ่งที่มองข้ามไป
สิ่งที่ได้คือการพัฒนาลูกอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และผลที่ได้ก็เป็นไปอย่างที่คุณหมอได้เขียนเล่าไว้แล้วเช่นกัน
ยังไงก็เอาใจช่วยนะคะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 15/08/2010,13:15 , IP : 182.52.109.60  

ความคิดเห็นที่ 101
หากเทียบตามพัฒนาการทั้ง 6 ขั้นตามตำราของคุณหมอแล้ว คุณพ่อลองเทียบให้ดูได้ไหมคะว่าน้องฟ้าอยู่ในระดับไหนบ้าง
บางทีหากเทียบเอาตามขั้นแบบนี้แล้วอาจช่วยให้คุณพ่อรู้ว่าขั้นต่อไปที่คุณพ่อจะช่วยให้น้องฟ้าขึ้นไปให้ถึงนั้นคืออะไร
เป้าหมายจะชัดเจน ซึ่งดิฉันเชื่อว่าหากคุณพ่อเทียบตามนี้แล้ว คงไม่กล้าที่จะหย่อนยานกับน้องฟ้าเป็นแน่ คงจะมุ่งมั่นช่วยให้เขาเดินขึ้นขั้นต่อไปให้ได้เร็วที่สุดค่ะ
สำหรับดิฉันเอง ทุกวันนี้อยากให้มีเวลาอยู่กับลูกมากกว่านี้ เพียงเพราะอยากที่จะเล่นสมมติกับเขาให้มากที่สุด อยากช่วยร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย อยากสื่อสารมากๆ
เพราะเป้าหมายตอนนี้ของดิฉันคือการช่วยให้ลูกมีความมุ่งมั่น และเอาชนะ
เชื่อไหมคะว่าคุณหมอบอกให้ทราบถึงวิธีการแล้วตั้งแต่เมื่อประมาณต้นปี แต่ดิฉันเพิ่งกลับมาทบทวนและตั้งใจจะทำอย่างจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง
อาจเพราะปัญหาใหญ่ๆ ต่างๆ ได้รับการคลี่คลายไปบ้างแล้ว เราจึงมีเวลาและโอกาสที่จะเสริมสร้างสิ่งสำคัญอีกสิ่งให้ลูก
ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไปนะคะ ดิฉันก็มั่นใจค่ะว่าหาก FT ได้รับการปลูกฝังอยู่ในตัวเราแล้วละก็ มันไม่หายไปไหนหรอกค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 15/08/2010,13:28 , IP : 182.52.109.60  

ความคิดเห็นที่ 102

ช่วงนี้ อ.กิ่งแก้ว ครูพบ และคุณน๊อต เงียบไปนะครับ ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่างานยุ่ง ยังไงก็ส่งข่าวบ้างนะครับ


ขอบคุณที่คิดถึง และถามหาครับ

คุณน๊อต.. ไม่ทราบ
แต่สำหรับ อ.กิ่งแก้ว และผม
ก็ไม่ได้หายไปไหนกันหรอกครับ
ยังวนเวียนอยู่แถวๆ นี้
เพียงแต่ มีผู้่ช่วยเหลือตอบให้
และเป็นคำตอบที่"ใช้การได้"
อ.กิ่งแก้ว และ ผม ก็วางใจได้ ที่ไม่ต้องตอบซ้ำๆ

ซึ่งต้องขอบคุณสมาชิกหลายท่าน
ที่แม้นำพาลูกผ่านพ้นไปแล้วก็ยังกลับมาช่วยดูแลผู้เริ่มต้นใหม่
ทำให้อ.กิ่งแก้ว และผม มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ ได้มากขึ้น

ก็ยังพยายามตอบในกระทู้ที่เห็นว่าจำเป็น หรือมีอะไรอยากเพิ่มเติม
ถ้าไม่มีคำถามก็ไม่รู้ว่าจะแสดงตัวเพื่ออะไร

ครับ




 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 15/08/2010,14:47 , IP : 58.9.53.93  

ความคิดเห็นที่ 103
ไม่ได้หายไปไหนครับผม แต่ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านเท่าไหร่เลยครับ

เนื่องจากที่ผ่านมา(และตอนนี้)มีปัญหากับธุรกิจกับเรื่องการเงินครับ จึงไม่ค่อยได้เข้ามาติดตามเหมือนเมื่อก่อนครับ

เครียดๆกันมายาวๆสักระยะแล้วครับ

คิดว่าถ้าผ่านเรื่องเครียดๆไปได้สักหน่อยคงจะกลับมาอ่านและติดตามเหมือนเดิมครับ

เพราะน้องภูของผมเกิดที่นี่ ผมไม่ไปไหนแน่นอนครับ ^^


 
โดย   น๊อต   เมื่อ 15/08/2010,20:58 , IP : 222.123.50.90  

ความคิดเห็นที่ 104
สวัสดีครับ และขอบพระคุณทุกท่านครับ

คือช่วงหลังๆมานี้ ผมจะไม่ค่อยถาม แต่จะเข้ามาอ่านบ่อย

สำหรับน้องฟ้าตอนนี้ก็ อยู่ในขั้นตอนที่เราพยายามให้เขาสื่อสารด้วยคำพูดครับ โดยการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นระหว่าน้องฟ้ากับสถานการณืต่างๆ

ก่อนที่ผมจะถาม...ผมจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้ครับ

1. ก่อนเข้าห้องน้ำ เราจะปิดไฟไว้..พอน้องฟ้าเข้าไปห้องน้ำที่มืดก็จะพาเราออกมาชี้ไปที่สวิทไฟ เราก็จะยื้อให้เขาบอกให้เราเปิดไฟ.....แรกๆ ก็ยื้อได้ดีครับ......แต่ตอนนี้ก่อนเข้าห้องน้ำน้องฟ้าจะมองที่กระจกห้องน้ำก่อน...ถ้ายังไม่เปิดไฟเขาจะเดิมาที่สวิทไฟแล้วชี้ หรือปีนตัวเราให้อุ้มแล้วเธอก็จะเปิดไฟเอง บางครั้งห้องน้ำล็อก(แต่ลูกบิดเสีย สามารถใช้อะไรก็ได้ เสียบแล้วเปิดได้) น้องฟ้าหยิบช้อน(คงเคยเห็นพ่อทำ) มาเสียบแล้วจะเปิดประตูครับ แต่ยังแรงไม่พอที่จะเปิดประตู ทำอยู่หลายครั้ง พ่อจึงพาทำแล้วเปิดเข้าไปได้

2. เวลาน้อฟ้าอยากกินน้ำ , นมกล่อง หรือสิ่งต่างที่เรารู้ ผมจะแขวนไว้ที่สูงน้องฟ้าไม่ถึง เพื่อให้เธอมาบอกเรา ซึ่งน้องฟ้าก็จะชี้ครับแรกๆเราก็ยื้อครับ หลังๆถ้าเราเฉย ก็จะมาดึงเรา แต่หลายครั้งที่น้องฟ้าแก้ปัญหาเองโดยการ ลากเก้าอี้มาแล้วขึ้นไปยืนหยิบเอาแก้วน้ำแล้วลงมาเอง หรือบางครั้งถ้าเราแกล้งยื้อน้องฟ้าจะแก้ปัญหาโดยการ เอาฝาขวดน้ำมาใช้แทนแก้ว หรือบางครั้งถ้าหาอะไรไม่ได้จริงๆ เธอเล่นใช้มือรองแล้วกดน้ำมากินเลย(ที่บ้านเป็นเครื่องทำน้ำเย็น)

3. มีวันนึงผมแกล้งพาน้องฟ้ามาเล่นในห้องแต่ห้องไม่ได้เปิดไฟ ผมก็บอกว่า " ว้า...มืดจัง...ทำไงดีน้า.." หรือ ผมชี้ไปที่หลอดไฟ แล้วพูดว่า " ไฟไม่ติด...มืดจัง ฟ้าทำไงดีล่ะ"
สักครู่เธอไปที่สวิทไป(ผมป้องกันอันตรายไว้แล้ว) พยายามจะเปิดแต่ไม่ถึง น้องฟ้าเดินไปหยิบหมอนมา 1 ใบ แล้วยืนบนหมอน พยายามจะเปิดอีก ..แต่ก็ไม่ถึง น้องฟ้าเดินไปหยิบหมอนมาอีก 1 ใบ วางทับใบแรก(แต่ซ้องยังไม่ดีเท่าไร) พยายามจะเปิดอีก ..แต่ก็ไม่ถึง เธอเริ่มจะหมดความพยายาม ผมเลยพูดประโยคเดิมอีก ....น้องฟ้าเดินไปหยิบหมอนใบที่ 3 วางทับ 2 ใบแรก แล้วพยายามยืดตัวจนเปิดไฟได้ ผมร้องว่า "เย้..เย้..น้องฟ้าเก่งมากเล้ย...ๆ..."
แล้วพ่อก็กอดและหอมแสดงความชื่นชม ดูน้องฟ้าดีใจมาก มองมาหาพ่อด้วยความภูมิใจพร้อมอมยิ้ม

4. เวลากินข้าวเย็นเราจะกินพร้อมกัน มี ตา , ยาย , ผม , แฟน น้องฟ้า และพี่ชาย .....น้องฟ้าไม่ค่อยให้เรายื้อว่าอยากกินอะไร ให้ พ่อตัก หรือให้แม่ทำ (เราวางอาหารที่คิดว่าน้องฟ้าชอบ ..ไว้ตรงข้ามกับเขา หรือ ห่างจากเขา)
แต่เธอจะเปลี่ยนจากช้อนสั้น(ของตัวเอง) มาใช้ช้อนยาว(ของพ่อ) แล้วยืนเอื้อมมือตักอาหารที่อยากกินเอง บางทีเผ็ด , ร้อน ผมก็จะปล่อยให้น้องฟ้ากิน ให้เขารับรู้เอง แล้วค่อยบอกตาม

ยังมีหลายเหตุการณ์ครับ ...ที่มีลักษณะคล้ายๆกันของปัญหา ....ส่วนการเข้าใจภาษานั้น น้องฟ้าเข้าใจคำพูดของเราหลายประโยคครับ แต่มักจะตอบโดยการชี้พร้อมส่งเสียงครับ
ในส่วนการพูดเพื่อแก้ปัญหานั้น ยังเรื่อยๆครับ ซึ่งมีน้อย (ตามที่ได้โพสไว้ข้างบน)

คำถามของผมก็คือ
1. การที่ปัญหาต่างๆ ที่เราสร้างขึ้น หรือวางเอาไว้ แล้วน้องฟ้าสามารถแก้ไขได้ มันมีส่วนส่งเสริมพัฒนาการในขั้นที่ 4 ไป 5 หรือเปล่าครับ

2. อาจารย์บอกว่า(ไม่แน่ใจ) เด็กของเราจะพูดแน่ แต่จะเป็นธรรมชาติแค่ไหน อยู่ที่ภาษากาย และเตือนไม่ให้เร่งสอนพูด ผมจึงไม่เน้นให้น้องฟ้าพูดตาม แต่ใช้การตื้อ ยื้อ แกล้งงงและเล่น เพื่อดึงเอาภาษาพูด อย่างนี้ถูกต้องแค่ไหนครับ

รบกวนอาจารย์ และผู้มีประสบการณ์ช่วยตอบด้วยครับ

เพื่อผมจะได้ใช้ปรับแก้ได้ถูกต้อง ....ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 21/08/2010,23:41 , IP : 125.26.168.233  

ความคิดเห็นที่ 105
คำตอบที่ หากคุณพ่ออ่านในหนังสือ ก็จะพบว่าเทคนิคที่ทำตรงกับเทคนิคของการส่งเสริมพัฒนาการระดับ 4 คือการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และสื่อสารเพื่อให้ผู้อื่นแก้ปัญหาให้

ส่วนคำตอบข้อสอง ก็คิดว่าถูกนะคะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 22/08/2010,06:44 , IP : 115.87.176.33  

ความคิดเห็นที่ 106
สวัสดีครับ
ช่วงนี้น้องฟ้ามีปฏิสัมพันธืกับเราดีครับ จะดีใจชัดเจนเมื่อเห็นพ่อแม่กลับมาบ้าน มีอยู่วันนึงที่แม่ของน้องฟ้าต้องไปเข้าค่าย 2 วัน 1 คืน

น้องฟ้าจะชะเง้อมองหาแม่บ่อยๆ พอถึงเวลานอนแกก็งอแงครับ และ เรียกหาแม่ตลอด

พ่อต้องปลอบและกล่อมกันอยู่นาน พอตอนดึกน้องฟ้าตื่น แกก็หันมามอง แต่เป็นพ่อที่นอนข้างๆไม่ใช่แม่ แกก็ร้องไห้ แต่ไม่โวยวายครับ พ่อก็ปลอบจนหลับ ก็เป็นอยู่ราว 3 รอบครับ

พอวันที่แม่กลับมาน้องฟ้าทั้งกอดทั้งหอมแม่อยู่นาน

ส่วนการแก้ปัญหาน้องฟ้าก็ยังทำได้ดีครับ แต่บางอย่างยังต้องกระตุ้น เช่น
คราวที่แล้วเรื่องเปิดไฟ วันนี้ผมก็ทำอีก คือ เข้ามาในห้องแล้วมืด
พ่อ ว้า...มืดจัง
น้องฟ้า นิ่ง....
พ่อ มืดจังเลย...ทำไงดีน้า.....
น้องฟ้า เดินไปที่นอน (แต่ยังไม่ไปเปิดไฟเหมือนคราวที่แล้ว)
พ่อ มืดจังเลย (พร้อมชี้ไปที่หลอดไฟ) ...ทำไงดีน้า...
น้องฟ้า มองตามที่พ่อชี้.....แล้วชี้ที่หลอดไฟ.... เดินไปนั้งบนที่นอน
พ่อ เอ...ทำไงดี มืดจัง (พร้อมหยิบหมอนมา 1 ใบ วางใกล้ๆ น้องฟ้า)
น้องฟ้า มองดู...หยิบเอาหมอนไปวางที่เสา แล้วยืนบนหมอนยืดตัวเปิดไฟ)
พ่อ เย้..เย้.....น้องฟ้เปิดไฟแล้ว.......ฟ้าเก่งจังเลย (พวกเราก็ชมพร้อมปรบมือให้)
น้องฟ้า มองหน้าพ่อ และแม่ ยิ้ม...ดีใจ

ต่อจากนั้นสักครู่
น้องฟ้าถือลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นซึ่งจะมีแสงเวลาสะเทือน
เดินมาหาพ่อ(เขาเคยเล่นแย่งบอลกันกับพ่อ) ยืนอยู่ตรงหน้าพ่อ
พ่อ เอ....อยากเล่นบอล....บอลอยู่ไหนน้า...พูดอยู่ 2-3 ครั้ง
น้องฟ้า แกล้งทำบอลหลุดมือ ...
พ่อ เฮ้....นี่ไงบอล ....(พร้อมปัดให้ไปกระแทกผนังจนเกิดแสง)
น้องฟ้า หัวเราะชอบใจ....วิ่งตามไปจะเก็บอล
พ่อ เอ้า...บอลอยู่ไหน....บอลอยู่ไหน (พร้อมปัดให้ไปอีกทาง)
น้องฟ้า หัวเราะชอบใจ....วิ่งตามไปตะคลุบเอาบอล แล้วหัวเราะ
พ่อ ฮือๆๆ ..น้องฟ้าเอาบอลไป... (พร้อมทำหน้าเสียใจแบบอ้อนๆ )
น้องฟ้า นอนเล่นบอลสักครู่
พ่อ เอ.....บอลอยู่ไหนน้า...ๆๆ(พร้อมทำท่ามองหาบอล)
น้องฟ้า แกล้งทำบอลหลุดออกจากมือ อีก...
พ่อ นี่ไง....แล้วปัดบอลไป
ก็เล่นกันอยู่ในลักษณะนี้ ราว 10 นาที

หลังจากนั้นสักครู่ น้องฟ้าอยากปีนขึ้นบนชั้น แต่มีของวางอยู่ 3 ชิ้น
น้องฟ้า หยิบไม้ตียุงส่งให้พ่อ..
พ่อ ให้พ่อเหรอ......
น้องฟ้า ยื่นให้อีก พร้อมพูดว่า...เอา....
พ่อ อ๋อ...น้องฟ้าเอาให้พ่อ (พร้อมรับเอาไม้ตียุง)
น้องฟ้า เดินไปหยิบไม้ตียุงอีก 1 อัน ยื่นให้อีก พร้อมพูดว่า...เอา....
พ่อ อ๋อ...น้องฟ้าเอาให้พ่อ (พร้อมรับเอาไม้ตียุงอันที่ 2)
น้องฟ้า หยิบของชี้นที่ 3 มาส่งให้....พร้อมพูดว่า...เอา....
พ่อ ให้พ่อเหรอ (พร้อมรับเอาของ)
น้องฟ้า ปีนขึ้นไปนั่งบนชั้น
พ่อ ลองโยนบอลลูกเดิม ขึ้นไปที่น้องฟ้านั่ง
น้องฟ้า น้องฟ้าหยิบบอลขึ้นมา...
พ่อ มา...โยนมาเลย...มาให้พ่อเลย..
น้องฟ้า มองมาหาพ่อ...แล้วขว้างบอลมาให้จริงๆ(คิดว่าจะต้องพูดหลายครั้ง แต่คราวนี้พูดครั้งเดียวน้องฟ้าก็สนองเลย)
พ่อ ทำท่ารับแบบสนุกๆ...เย้ๆ..พ่อได้บอลแล้ว...(พร้อมโยนลูกบอลไปหาน้องฟ้าอีก)
น้องฟ้า หยิบเอาบอล แล้วขว้างกลับมาที่พ่อ

ก็ทำกันอยู่ราว 10 รอบ คราวนี้พี่ชายเขามาขอร่วมด้วย
โดยพ่อโยนให้สลับกันระหว่างพี่กับน้อง.....น้องฟ้าก็ยังสามารถเล่นได้

หลังจากนั้นต่อเนื่องกัน...พี่ชายเขาก็ไปหยิบ เม้าส์ออแกน มาเป่า (ก่อนรู้ว่าน้องฟ้าเป็นออฯ...น้องฟ้ากลัวเสียงนี้มาก ร้องไห้ทุกครั้ง)
น้องฟ้า ทำหน้าดีใจ..ยิ้ม. เดินไปดูพี่เป่า พร้อมยื่นมือจะไปหยิบจากมือพี่ (พ่อเลยบอกให้น้อง 1 อัน ,มี 2 อัน)

น้องฟ้า หยิบเม้าส์ออแกน มายื่นใส่ปากพ่อ...
พ่อ ให้พ่อเหรอ....ให้พ่อเป่าเหรอ....
น้องฟ้า ยื่นส่งให้ (พยายามให้พ่อจับเอา)
พ่อ พ่อไม่จับแต่จับมือน้องฟ้า ถือให้พ่อเป่า...
น้องฟ้า ยิ้ม...พอใจ
พ่อ (ยื่นเม้าส์ออแกน ไปที่ปากน้องฟ้า )...ฟ้าเป่า..
น้องฟ้า ทำท่าจะเป่า...แต่ไม่เป่า...ผลักมือมาให้พ่อเป่า
ทำอยู่ 2 - 3 รอบครับ

ที่เล่ามานี้ ผมยกตัวอย่างการสื่อสารระหว่างเรากับน้องฟ้าครับ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีคำพูดบ้างครับ เรียกแม่ได้ตรงความหมายและสถานการณืมากขึ้นครับ

มีตรงไหนควรเสริม...ช่วยแนะนำด้วยครับ
แล้วจะเล่าให้ฟังอีกครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 28/08/2010,00:05 , IP : 125.26.181.71  

ความคิดเห็นที่ 107
ขอให้คุณพ่อคอยดูแลให้กิจกรรมที่ทำ เป็นความต้องการสื่อสารและการแก้ปัญหาของน้องฟ้าจริง ๆ อย่าเผลอให้มีการชี้นำก็แล้วกันค่ะ  
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 28/08/2010,06:17 , IP : 58.9.71.65  

ความคิดเห็นที่ 108
เรื่องการเปิดไฟคงเป็นเพราะน้องฟ้าไม่ได้ต้องการจริงๆ หรือเปล่าคะ ถ้าต้องการจริงๆ เขาคงกระตือรือร้นมากกว่านี้ ถ้าเป็นดิฉัน
พ่อ ว้า มืดจัง มองไม่เห็นเลย
ฟ้า เปิดไฟไหมลูก น้องฟ้าอาจจะนิ่ง คุณพ่อก็อุ้มขึ้นมาเลยค่ะ แล้วเปิดไฟ พร้อมหันไปพยักหน้าช้าๆ กับฟ้า และพูดว่า "เปิดไฟ"
จากนั้นก็ปิดไฟและพูดว่า "ปิดไฟ" เอาแบบช้าๆ แล้วรอให้เขาเลือก ถ้าเขายังนิ่งอยู่ก็ลองทำซ้ำอีกครั้ง เป็นการสอนศัพท์ไปในตัวด้วยค่ะ
ดูปฏิกิริยาเขานะคะ ว่าเขายังสื่อสารอยู่กับเราหรือเปล่า ถ้ายังอยู่ เราก็ทำงานต่อได้เลยค่ะ เช่น ถ้าน้องฟ้าโต้ตอบหรือเลือกเลยก็ยื้อต่อค่ะ
เอ้า น้องฟ้าจะเปิดหรือให้พ่อเปิด แล้วคุณพ่อก็อาจยื้อเล่นๆ สนุกๆ เช่นก่อนเปิด เอ้านับยัง พอเขานับคุณพ่อก็แหย่ต่อ ใครนับละ
พอเขาตอบก็ต่อ นับ 3 หรือนับ 10 เอ้า นับช้าหรือนับเร็วละ เอามือไหนเปิดดีน้า ซ้ายหรือขวา อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ
ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะเปิดไฟหรือไม่เปิดไฟนั้นไม่สำคัญค่ะ สำคัญที่คุณพ่อกับน้องฟ้ามีการสื่อสารกันตลอด(ทั้งสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง)
บนพื้นฐานแห่งสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้น(สนุก อบอุ่น ผูกพัน)และส่งเสริมกระบวนการคิดของน้องฟ้า(ใครเปิด ใครนับ ฯลฯ)
คุณพ่อคงต้องนำไปปรับใช้เองตามความเหมาะสมของคุณพ่อและน้องฟ้า ทำแบบสนุกๆ นะคะ การตื้อยื้อจะยาวนานขึ้น
เจตจำนงค์ของน้องฟ้าจะชัดเจนขึ้น และจะก้าวหน้าไปได้เร็วค่ะ อันนี้คุณพ่อสามารถนำไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์เลยค่ะ
ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่น้องฟ้าอยากได้แล้วละก็ คุณพ่อจะเห็นว่าน้องฟ้าสื่อสาร ตื้อยื้อกับคุณพ่อได้ยาวนานเลยทีเดียว สำคัญต้องมีอารมณ์ขันด้วยนะคะ
สื่อสารได้ยาวก็ดี ได้ไม่ยาวก็ไม่เป็นไร คราวหน้าเอาใหม่ ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 30/08/2010,08:38 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 109
เรื่องการเล่นบอล คุณพ่อตื้อยื้อให้เขาสื่อสารได้นะคะว่าอยากเล่นบอลกับเราหรือไม่อยาก ก่อนที่จะเล่นน่ะค่ะ
พ่อ ฟ้าอยากเล่นบอลเหรอ
น้องฟ้าอาจจะนิ่ง คุณพ่อก็หยิบบอลมาทำท่าโยนเล่นแบบที่เคยเล่นกับน้องฟ้าด้วยท่าทีที่สนุกสนานและคุณพ่ออยากเล่นมากๆ
พร้อมพูดว่า "เล่น" และพยักหน้า แล้ววางบอลลง แล้วพูดว่า "ไม่เล่น" พร้อมส่ายหน้า ถ้าเขายังเฉยก็ทำซ้ำค่ะ ช้าๆ ให้เขาตอบสนองว่าต้องการอย่างไร
ซึ่งดิฉันเชื่อว่าถ้าเขาอยากเล่นจริงๆ เขาจะทำได้ เป้าหมายสุดท้ายคือต้องการให้เขาเดินเข้ามาแล้วพูดว่า "พ่อเล่น" แล้วชวนกันไปเล่น
แต่คงยังไม่ได้ในครั้งแรกๆ นะคะ แต่ถ้าคุณพ่อทำดีๆ มีอารมณ์ขัน และทำได้ คุณพ่อจะมีกำลังใจและต่อยอดไปในทุกๆ ครั้งที่น้องฟ้ามีความต้องการจะทำอะไรสักอย่างค่ะ
น้องฟ้าจะสื่อสารกับเราได้ดีขึ้นค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 30/08/2010,08:47 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 110
ขอบคุณ คุณ Krongkan มากเลยครับ ที่ให้แนวทาง

ผมก็เกือบลืมไปว่าเราต้องดึงเอาภาษาออกมาจากน้องฟ้า

ตามที่คุณ krongkan แนะนำมาก็ทำให้เห็นแนวทางกว้างขึ้นครับ

เรื่องเปิดไฟ ผมก็มัวแต่ให้น้องฟ้าคิดแก้ปัญหา จนลืมดึงการสื่อสารไปเลย คราวหน้าเดี๋ยวเอาใหม่ครับ

น้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสื่อสารได้ไม่กี่คำเองครับ ที่พูดบ่อยและถูก เช่น แม่ , เอา , ไม่ , ไม่เอา

นอกนั้น ยังไม่มีความหมายครับ

แต่ที่ดีขึ้นคือ ตอนนี้น้องฟ้าเป็นคนเริ่มสื่อสารก่อน มากขึ้นครับ

แต่เธอยังพูดได้แค่ ...เอา...

เวลาต้องการอะไร ก็จะพูดว่า ...เอา... แทนความต้องการ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 30/08/2010,20:05 , IP : 125.26.180.72  

ความคิดเห็นที่ 111
ยังได้ไม่เท่าที่คุณพ่อต้องการก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณพ่อก็รู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าของน้องฟ้าใช่ไหมคะ
ทำไปเรื่อยๆ ค่ะ เดี๋ยวก็จะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ทำสิคะ ยังไงก็ไปไม่ถึงที่เราต้องการค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 31/08/2010,09:00 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 112
สวัสดีครับ ทุกท่าน
ผมขอถาม อ.กิ่งแก้ว ดังนี้

อาจารย์ครับ ผมรู้จักและเริ่ม ทำ ฟลอร์ไทม์ มาเกือบ 7 เดือนแล้ว

ตอนแรกคิดว่าลูกไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คงแก้ไขไม่ยาก

แต่พอทำแล้ว ถึงวันนี้ จึงรู้ว่าลูกมีข้อบกพร่อง (ซึ่งเราอาจไม่รู้ลึก)

ซึ่งตอนนี้ ลูกพัฒนามาอยู่ระดับ 4 และ เริ่มต้นระดับ 5

แต่ผมยังไม่เคยประเมิน SI เลย (คุณหมอเคยบอกให้ประเมิน)

เพราะในตอนนั้นจากที่อ่าน และประเมินจากลูก
ที่ผ่านมา ลูกยังไม่พร้อม (คิดเอง)

ตอนนี้นอกจากฟลอร์ไทม์ ที่ทำอยู่

การสั่งการกล้ามเนื้อของน้องฟ้าก็ดีครับ เช่น

เป่าฟองสบู่ได้ , ขี่จักรยาน มีล้อข้าง เลี้ยวหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้

เปิดประตูรถที่ล็อกอยู่ให้แม่เข้ามาในรถเมื่อแม่เรียกอยู่ข้างนอก

ขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ , ขึ้นลงบันไดเลื่อนเองได้(แต่จับมืออยู่ กลัวล้ม)

กินข้าวเองทั้งแบบใช้ช้อนและมือ , หยิบเหรียญบาทหยอด

ลงกระปุกออมสินที่ทำจากกระป๋องแป้งและทำรูแคบๆได้

ครั้งละหลายเหรียญ
ฯลฯ

ผมไม่ได้ไปตามนัดหมอ 2 เดือนแล้ว

(สังเกตจากพัฒนาการลูก+อ่าน เอง)

พอน้องฟ้าพัฒนามาถึงตรงนี้ เราก็เลยจะกลับไปพบหมออีกครั้ง

ขอถามว่า
การประเมิน SI เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กกลุ่มนี้เลยหรือเปล่าครับ
และสามารถช่วยเสริมสร้าง และแก้ไขความบกพร่องได้หรือเปล่าครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 30/09/2010,23:38 , IP : 125.26.164.239  

ความคิดเห็นที่ 113
ดิฉันเขียนไว้ทุกที่และทุกครั้งที่มีโอกาสว่า การปรับสมดุลของระบบรับรู้ หรือการบูรณาการระบบรับรู้นั้นสำคัญมากและถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กออทิสติก

แต่พ่อแม่จะประเมินเอง หรือให้นักบำบัดประเมินให้ อันนี้แล้วแต่ความพร้อมของพ่อแม่ หรือความพร้อมของนักบำบัดค่ะ

ถ้าพ่อแม่มั่นใจว่าตัวเองแม่นยำในทฤษฎี ช่างสังเกต และเป็นนักวางแผน ก็ทำเองได้ค่ะ

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 01/10/2010,05:22 , IP : 58.9.38.123  

ความคิดเห็นที่ 114
ที่คุณพ่อเล่ามา บางอย่างเป็นการประเมินกล้ามเนื้อมัดเล็ก บางอย่างเป็นการประเมินกล้ามเนื้อมัดใหญ่ บางอย่างเป็นการประเมินการทรงตัว

หากต้องการทราบว่าอะไรเป็นอะไร รบกวนให้อ่านเพิ่มเติมค่ะ เข้าใจว่าเขียนไว้ในคู่มือแล้ว
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 01/10/2010,05:25 , IP : 58.9.38.123  

ความคิดเห็นที่ 115
สวัสดีครับ อาจารย์ และผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ทุกท่าน

เดือนที่แล้วฝนตก ตลอดเลย ป่วยกันทั้งบ้าน นี่เพิ่งดีขึ้นได้ 2 สัปดาห์

ผมจะได้คิวพาน้องฟ้าไปประเมิน SI ที่โรงพยาบาลปลายเดือนนี้ครับ

แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไร เพราะได้คุยกับคุณหมอผู้จะประเมินแล้ว

คำแรกที่ถูกถามคือ น้องฟ้าไปโรงเรียนหรือยัง(3 ปี 2 ด.) ควรไปได้แล้ว เพราะเขาต้องมีสังคม ฯลฯ ผมพูดอธิบาย 2-3 ประโยคเกี่ยวกับพัฒนาการที่ยังไม่พาลูกไป ร.ร. หลังจากนั้นจึงเงียบฟัง (เพราะคิดว่า พูดกันคนละเรื่อง)


อาจารย์ครับ ตอนนี้เรามีเวลาเล่นกันมากขึ้น (พ่อ แม่ ปิดเทอม) ตอนที่น้องฟ้าเล่นจิ๊กซอตัวอักษรภาษาอังกฤษ

(เราจะต่อตัวกรอบของอักษรไว้เป็นแพ 5x5 ) น้องฟ้ามีความตั้งใจและมีส่วนร่วมมากกว่าเมื่อก่อนมาก

มีการสังเกต มองหาตัวที่จะใส่ หมุน พลิก เพื่อจะใส่ตัวอักษร

แต่น้องฟ้าจะอารมณ์หงุดหงิดชัดเจน จากน้อย ไป มาก เวลาที่เธอพยายามจะใส่แล้วใส่ไม่ได้ (ถูกตัวแต่ไม่ถูกด้าน หรือ ผิดตัวเพราะคล้ายกัน)
จนน้องฟ้าหงุดหงิดมาก ร้องงอแง นอนดิ้น พ่อปลอบไม่เอาจะให้แม่ปลอบ พอสงบก็กลับมาเล่นต่อได้ และ

จะเป็นอีก ราว 4 – 5 รอบ กว่าจะเสร็จ แม่ก็จะปลอบและบอกอารมณ์หงุดหงิด โกรธ กับน้องฟ้าเป็นระยะ

ส่วนการเล่นอื่นๆ น้องฟ้าก็เล่นสนุกสนาน เล่นวิ่งไล่กันกับพี่ได้ อารมณ์ดี และเล่นแต่ละอย่างได้นานครับ


ส่วนการสื่อสารของน้องฟ้า ก็มีบ้างครับ แต่ยังไม่มากเท่าไรครับ เวลายื้อ ตื้อ ก็มีเสียงตอบ กลับไป กลับมา

ประกอบสีหน้า ท่าทางของน้องฟ้าอยู่เรื่อยๆ (คงต้องเข้าอบรมอีกรอบ)

เป็นเพราะเรา ยื้อ ตื้อ ไม่ถึง 40-50 รอบ หรือเปล่า น้องฟ้าจึงพูดสื่อสารน้อย


ส่วนการอบรม ผมกับแฟนคงต้องไปร่วมที่มหาสารคาม (เสียดายที่เราอบรมเพียงครั้งเดียวเลยไม่ต่อเนื่อง)
และคงต้องขอรับการกระตุ้นพัฒนาการที่สถาบันฯ รวมทั้งขอรับบริการความช่วยจากคุณครูพบ
เพราะเดี๋ยวช้ากว่านี้จะไม่ทันกาล
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 17/10/2010,10:24 , IP : 125.26.174.95  

ความคิดเห็นที่ 116
หากครอบครัวต่างจังหวัด มีโอกาสมาพบนักบำบัดที่มีประสบการณ์ ทุก 1-2 เดือน จะช่วยให้ก้าวไปเร็วขึ้น

เพราะส่วนใหญ่ ยังคิดเป็นภาพตามไม่ออกว่า ประมาณไหนจึงจะใช่ และหลายท่านก็ประเมินระดับพัฒนาการของลูกคลาดเคลื่อน

การตอบคำถามในเว็ปนี้ ก็ตามไปถามตัวหนังสือที่เขียนมา ไม่แม่นยำเท่ากับการประเมินจริงอย่างแน่นอน ไม่ขาดก็เกินค่ะ

ส่วนคำถามเรื่องการสื่อสาร ก็คงเป็นเหมือนครอบครัวส่วนใหญ่คือ ส่วนหนึ่งกลัวอารมณ์ลูก บางส่วนก็ตื้อไม่ถูกจังหวะ บางส่วนก็ตื้อไม่สนุก บางส่วนก็เน้นเอาคำพูด

การสื่อสารของเด็กเลยขลุกขลักค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 17/10/2010,10:53 , IP : 58.9.32.241  

ความคิดเห็นที่ 117
ก็ตามไปถามตัวหนังสือที่เขียนมา

พิมพ์ผิด

ก็ตอบไปถามตัวหนังสือที่เขียนถามมา
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 17/10/2010,10:55 , IP : 58.9.32.241  

ความคิดเห็นที่ 118
เฮ้อ....พิมพ์ผิดแล้ว ผิดอีก  
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 17/10/2010,10:57 , IP : 58.9.32.241  

ความคิดเห็นที่ 119
ตอนนี้ผมได้ส่ง ข้อมูลขอรับบริการไปที่สถาบันแล้วครับ ต่อไปเราคงต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญ

หลังจากที่ 3-4 เดือนผ่านมา เราทำกันเอง รู้กันเอง คิด แก้ กันเองซะมาก

หลังจากที่เรา ทำงานอารมณ์เกี่ยวกับการเจ็บมานาน ช่วงนี้น้องฟ้าเริ่มบอกว่าเจ็บได้บ้าง

ออกเสียงแบบ เจ ..บ...... บ และชี้บอกตรงที่เจ็บได้

ล่าสุด ตอนกำลังจะอาบน้ำ มีเสียงร้องไห้ดังมาก มาจากห้องน้ำ

น้องฟ้า : ร้องไห้ พร้อมบอกว่า “ เจ..บ ....บ”

พ่อ : อูย.... ฟ้าเจ็บ เจ็บมากเลย เจ็บบบบบ เจ็บตรงไหน

น้องฟ้า : “ เจ..บ ....บ” มือชี้ไปที่หัว

พ่อ : อูย.... ฟ้าเจ็บที่หัว เจ็บมากเลย เจ็บบบบบ เจ็บหัว (พร้อมเอานิ้วคลึงบริเวณที่เจ็บ)

พ่อ : มา มา พ่อเป่า .......พ่อ...เป่า (พร้อมกับเป่า 3-4 ที และ ช่วยบอกว่าน้องฟ้าเจ็บ)

น้องฟ้า : หลังจาก มือชี้ไปที่หัวตรงที่เจ็บ แล้วก็ชี้ไปที่พี่ชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ (ส่วนพี่ชายไม่พูดอะไร)

พ่อ : (งง..ปนดีใจเล็กน้อย) อูย.... ฟ้าเจ็บหัว เจ็บบบบบ อู..ย...ย เจ็บตรงนี้ พี่ทำฟ้าเจ็..บ....บ

น้องฟ้า : ร้องไห้เบาลง จนเป็นปกติ แล้วอาบน้ำตามปกติ

พี่ชายเขาชอบเล่นแรงครับ ทำน้องเจ็บบ่อยๆ แต่เพิ่งมีคราวนี้ที่น้องฟ้าชี้บอก


ตอนนี้ พี่ชายเขา (5 ปี) มีบทบาทช่วยเรามากขึ้นในการเล่นกับน้อง กวนน้อง แกล้งน้อง

น้องฟ้าเล่นกันกับพี่ และพ่อ เกือบทุกคืนก่อนนอน เล่นอย่างสนุกครับหัวเราะเสียงดังดี นอนง่าย หลับยาวถึงเช้า

แต่ในการเล่น น้องฟ้ายังเล่นเป็นฝ่ายรับอยู่ครับ ส่วนกับพ่อ ก็มีบ้างที่น้องฟ้าจะเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง

อาจารย์ และ ท่านอื่นมีข้อแนะนำอะไร จะช่วยเสริมบ้างครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 23/10/2010,23:32 , IP : 125.26.167.155  

ความคิดเห็นที่ 120
น้องฟ้า : หลังจาก มือชี้ไปที่หัวตรงที่เจ็บ แล้วก็ชี้ไปที่พี่ชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ (ส่วนพี่ชายไม่พูดอะไร)

พ่อ : (งง..ปนดีใจเล็กน้อย) อูย.... ฟ้าเจ็บหัว เจ็บบบบบ อู..ย...ย เจ็บตรงนี้ พี่ทำฟ้าเจ็..บ....บ

o้องฟ้าเปลี่ยนจากเรื่องสื่อสารว่าเจ็บไปแล้ว เปลี่ยนไปฟ้องว่าพี่ทำ

แต่คุณพ่อยังอยู่เรื่องเดิมอีกพักหนึ่ง จึงค่อยตามไปเรื่องพี่ทำ

ตรงนี้น่าจะตามไปเลย อ้อ....พี่ทำนี่เอง แล้วจะได้ต่อไปอีก ทำอะไร ทำยังไง ตรงไหน
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 24/10/2010,06:44 , IP : 58.11.9.182  

ความคิดเห็นที่ 121
คนเราเรียนรู้ได้แตกต่างจากกัน บอกคนอ่านแล้วเข้าใจ บางคนต้องดูจึงจะเข้าใจ บางคนต้องลงมือทำ จึงจะเข้าใจ

ดิฉันจะแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญ ก็ต่อเมื่อดิฉันคิดว่าจะเริ่มต้นและไปต่อเองได้ยากค่ะ

หรือว่าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ก็ไม่ทราบนะคะ

 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 24/10/2010,06:51 , IP : 58.11.9.182  

ความคิดเห็นที่ 122
ขอบพระคุณมากครับอาจารย์

เป็นครั้งแรกที่สถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้ยังไม่ได้คิดต่อครับ

ส่วนแนวทางการทำของเรา จะดูตามแนวของคุณน๊อตกับน้องภูครับ (เพราะหลายอย่างคล้ายกัน)

ส่วนข้อปฏิบัติปลีกย่อย จะดูตามหนังสือด้วยครับ

ความยากของผมอยูที่ ผมจะเป็นคนอ่าน ศึกษา หาวิธี ประเมิน แก้ไข (รู้อยู่คนเดียว แต่ลูกจะติดแม่มากกว่าพ่อมาก)

ปัญหาคือ ความตระหนักของแฟน ไม่สม่ำเสมอ ยังไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่(ตามที่ผมดู) ให้เวลากับน้องฟ้าน้อย
ผมจะบอกมากก็ไม่ได้ จะกลายเป็นทะเลาะกัน (ที่เขียนมานี่ ก็เห็นไม่ได้นะ ถ้าเห็นไม่พอใจผมแน่)

แต่ข้อดีก็คือ เวลาทำแฟนเค้าก็เต็มที่ครับ

ดังนั้น วิธีแก้ไขของผมก็คือ ใช้ทฤษฎีคนแปลกหน้า ครับ

ต้องให้ผู้รู้บอกหรือคนอื่นที่น่าเชื่อถือ (เหตุผลที่ผมให้แฟนคุยกับคุณน๊อต ทางโทรศัพท์ แทนที่จะเป็นผมครับ)

ต้องพาไปอบรมทบทวนความตระหนัก และต้องพาไปหาคุณหมอนี่แหละครับ

บางครั้งผมต้องโกหกว่า อ.กิ่งแก้ว แนะนำอย่างนั้น แนะนำอย่างนี้ (ขออภัยที่แอบอ้าง อ.แนะนำจริง แต่เป็นกับคนอื่น)

กลายเป็นผมกำลังพูดไรอยู่เนี่ย...
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 24/10/2010,09:55 , IP : 125.26.169.91  

ความคิดเห็นที่ 123

เป็นธรรมดาของหลายคน
ใกล้กันเกินไปก็ฟังกันยาก

หลายครั้งก็ต้องอาศัยปากคนอื่น


แต่ก็มีหลายครั้งนะครับ ที่เราเองก็เข้าใจผิดได้เหมือนกัน

อีกเรื่องคือ

คำแนะนำนั้น บางครั้งก็เหมาะเจาะเฉพาะกับบางสถานการณ์เท่านั้น

ก็แน่ใจนะครับว่าการเอาคำพูดไปอ้างนั้น
ใช้อ้างได้ตรงสถานการณ์นั้นจริงๆ

ก็เผื่อใจด้วยว่าเขาก็อาจถูกได้เช่นกัน


 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 24/10/2010,12:19 , IP : 58.9.231.177  

ความคิดเห็นที่ 124
ขอบคุณครับ คุณครูพบ ที่ช่วยเตือนสตื

จริงแล้วช่วงที่ผ่านมาผมกับแฟนก็ทำได้ดี หลายครั้งแฟนทำได้ดีมาก จนผมก็ต้องชมเธอ จนปัจจุบันลูกดูดีขึ้นมาก

แต่ช่วงที่เราต้องตื้อเอาภาษา 40-50 รอบ นี่แหละครับที่ผมอยากให้เธอได้ฟังคำยืนยันหลักการจากผู้ชำนาญ เพราะเธอกดดันนะครับ (ลูกยอมตื้อกับแม่ได้ แต่เป้าหมายแม่ยังไม่ชัดเจน)

บทความในเว็บผมปริ้นอ่าน แล้วกรองให้เธออ่านเฉพาะส่วนที่สำคัญ ไม่ต้องเสียเวลา

และ ที่มหาสารคาม 13,15 พ.ย. ผมก็ได้แจ้งจองเข้าอบรมของผมกับแฟนแล้ว แฟนจะได้ฟังจากครูพบโดยตรง


หวังว่า เธอจะเข้าใจตรงจุด ชัดเจน และตระหนักขึ้น โดยที่เธอไม่ต้องกดดันจากผม
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 24/10/2010,12:51 , IP : 125.26.169.91  

ความคิดเห็นที่ 125
ประเด็นนี้เข้าใจนะคะ ตัวดิฉันเองเป็นคนเข้าใจหลักการแต่สามีเข้าใจแต่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แรกๆ ดิฉันก็ทำอย่างคุณพ่อนี่แหละค่ะ ด้วยกังวลกลัวลูกไปช้า
เรา 2 คนควรจะเท่าเทียมกันและช่วยลูกไปด้วยกัน แต่เชื่อไหมคะ กลับรู้สึกเครียดมาก พอเริ่มตั้งสติได้ก็เริ่มเข้าใจคำว่าเอาจุดดีของแต่ละคนมาใช้ที่คุณหมอเขียน
ทั้งๆ ที่อ่านเจอนานแล้ว จากนั้นก็กดดันกันน้อยลง สามีเด่นเรื่องเล่นก็เล่นไป ดิฉันก็จะคอยเสริมตรงโน้นนิดตรงโน้นหน่อย ประมาณพูดให้ฟังว่า
ตอนนี้ลูกอยู่ขั้นไหน แล้วจะไต่พัฒนาการกันอย่างไรให้ขั้นขึ้นต่อไป คุยกันเรื่อยๆ สามีก็เข้าใจขึ้นและทำได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ
ส่วนตัวเองคงเป็นการสะท้อนอารมณ์ การยอมให้โอกาสลูกที่จะทำโน่นทำนี่ ซึ่งสามีไม่ค่อยถนัด อันนี้ก็ต้องยอมรับกันและกันค่ะ
การกดดันก็น้อยลงจนหายไปในที่สุด บางครั้งเราก็ปล่อยให้เขาทำ บางครั้งเขาก็ปล่อยให้เราทำ มีเวลาเราก็จะคุยกันว่าน่าจะอย่างนั้นอย่างนี้ดีกว่า
ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นเดินไปด้วยกันโดยไม่ต้องรู้สึกว่าต้องดึงต้องดันกันค่ะ เพราะดิฉันเชื่อค่ะว่าพ่อและแม่ทุกคนรักลูกของตัวเองไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
เพียงแต่จริตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แตกต่างกัน ซึ่งก็คือหลักการหนึ่งในหลายๆ ข้อที่เราต้องนำไปใช้ในการพัฒนาลูกค่ะ
พอเราเดินไปด้วยกันแล้ว ใครสักคนจะโดดเข้ามาลองฝีมือในเขตแดนของอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก จนที่สุดเราก็พอจะแทนที่กันได้แบบไม่น่าเกลียด
บางครั้งการรู้สึกว่าเราทำอะไรเต็มที่อยู่คนเดียวช่างบั่นทอนกำลังใจและความรู้สึกของเรานะคะ หากแต่ถ้าเรารู้เพียงว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ผลของมันมักจะน่าชื่นใจเสมอค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 25/10/2010,00:24 , IP : 113.53.137.125  

ความคิดเห็นที่ 126
ขอบคุณ คุณแม่น้องปุนมากครับ ที่ให้กำลังใจ


มองในด้านดี พัฒนาไปช้าก็ดีกว่าไม่พัฒนาเลย และเธอก็คงเต็มที่แล้วแหละ


ตอนนี้ก็จะเปิดโรงเรียนแล้ว เวลาของเรากับลูกก็น้อยลงอีก

แต่ก็หวังว่า เราจะตามรอยรุ่นพี่ๆได้ในที่สุด
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 25/10/2010,09:44 , IP : 125.26.173.106  

ความคิดเห็นที่ 127
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว ครูพบ และผู้ปกครองทุกท่าน

หลังจากที่ผมกับแฟนได้เห็นการแสดงของครูพบกับน้องฟ้า ทำให้แฟนผมมีทัศคติเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ตลอดการเดินทางกลับ เราพูดคุยกันถึงสถานการณ์ต่างๆที่เราเคยทำ และร่วมกันวิเคราะห์ถูกผิด

วางแผนแก้ไขร่วมกัน ตอนนี้ เวลาผมแนะนำหรือคอมเม้นท์แฟน เธอก็รับฟัง และเออออไปในทางเดี่ยวกันครับ


ส่วนการยื้อของเรา 1-2 วัน มานี้ ดีขึ้นมากครับ(เข้าใจมากขึ้น)

ผมต้องจินตนาการสวมบทเป็นครูพบ(จากสิ่งที่เห็น) เช่น ทำเสียงเวลาจะเริ่มเคลื่อนไหวยื้อต่อ น้ำเสียงสนุกผ่อนคลาย

จังหวะที่ควรจะเข้าและออก เราสามารถทำการยื้อจากเหตุการณ์ต่างๆที่เมื่อก่อน คิดไม่ออกว่าจะตื้อยื้ออย่างไร

หรือยื้อได้ก็แค่ทำให้น้องฟ้าแค่หงุดหงิดโกรธ แต่ไม่ได้อะไรเป็นแก่นสาร เพราะเราอยากให้น้องสื่อสารด้วยคำพูด

แต่จริงๆ ครูพบ ว่า น้องฟ้าอยู่ระดับที่ต้องเน้นการสื่อสารด้วยภาษากาย ทำให้เราหลงทางอยู่นาน



ตอนนี้ผมตื้อยื้อกับน้องฟ้านานมากครับ (แฟนจะเป็นตัวเสริม) จนผมเหนื่อย เพราะ ผมต้องกระเด็น ต้องเข้า-ออก

เพื่อตื้อน้องฟ้า สังเกตว่า ทุกครั้งที่ตื้อ ตอนแรกๆ น้องฟ้าจะร้องไห้ โวยวาย หงุดหงิดมากครับ แต่น้องฟ้าก็

ปกป้อง ป้องกัน จนถึงต่อสู้ เพื่อสิ่งที่น้องฟ้าต้องการตลอดเวลา แรกๆใช้มือปัด ผลักมือออก ปัดแขน

หลายรอบเข้า ไปจนถึง ลุกมาดันพ่อ ผลักให้ไป บอกให้ไป หรือผลักกันอยู่ 4-5 ครั้งต่อเนื่อง

จนผ่านไปได้สัก 20-30 รอบตื้อ(ราว 20 นาที)

น้องฟ้าเริ่มจะปกป้อง ต่อสู้ ด้วยภาษากายล้วนๆ ไม่มีเสียงร้องไห้โวยวาย หรือ หงุดหงิด

เริ่มรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อผมทำเสียง หรือทำท่าทางบางอย่าง ใช้ภาษาพูดแทนบ้างเป็นระยะ

สุดท้ายผมก็จะหาทางลง หรือทางออกโดยให้แฟนรับไม้ต่อ

คำถามของผม ก็คือ
ผมควรตื้อต่อไปเรื่อยๆ เป็นชั่วโมง (ที่ทำอยู่ก็คิดว่านานมากแล้ว 30-40 นาที) หรือจนกว่าจะเลิกไปข้าง

หรือต้องเพิ่มส่วนใดอีกครับ ของพระคุณมากครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 06/11/2010,16:31 , IP : 125.26.178.60  

ความคิดเห็นที่ 128
คุณพ่อเล่าเรื่องกระเด็นเข้า กระเด็นออก ดูน่าสนุกนะคะ

ภาษากายนั้นหมายถึงน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง เวลาหงุดหงิด มีเสียงขู่ก็ดีค่ะ ไม่ใช่ไม่ดี

ก็เล่นจนพ่อแม่หมดแรง หรือลูกหมดความสนใจค่ะ

อย่าเบื่อก่อนลูกก็แล้วกัน
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 06/11/2010,16:56 , IP : 58.9.41.147  

ความคิดเห็นที่ 129
ขอบคุณมากครับ อ.กิ่งแก้ว

เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยสนุกหลอกครับ แต่พอเราเริ่มเข้าใจ ก็เริ่มสนุกขึ้นครับ ไม่เครียด(เหนื่อยในใจ)มากกว่าเหนื่อยกาย

แต่ตอนนี้ผมเหนื่อยที่กายมากกว่าครับ เพราะผมต้องกระเด็นไปไกล 4-5 เมตรทีเดียว

เมื่อสักครู่ก็เพิ่งไปสู้กันมา ก่อนเค้าอาบน้ำนะครับ รู้สึกว่าน้องฟ้าจะหงุดหงิดน้อยลง คือ สงบเร็วขึ้น แค่ 10 รอบตื้อ

ส่วนเวลาอาบน้ำให้แฟนเค้าทำครับ(เราเริ่มเข้าขากันมากขึ้นครับ)
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 06/11/2010,21:04 , IP : 125.26.178.94  

ความคิดเห็นที่ 130

แปลว่าสุขภาพคุณพ่อก็จะเริ่มดีขึ้น
เพราะได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
555

fitness ราคาประหยัดครับ!

หลังจากที่เขาเปลี่ยนมาเป็น พยายามแก้ปัญหาด้วยการสื่อสารด้วยภาษากาย ได้มั่นคงต่อเนื่องยาวนานแล้ว

อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มนำพาเขาเข้าสู่การแก้ปัญหาด้วยการสื่อสารด้วยถ้อยคำแล้วครับ

คุณพ่อจะเจอว่า
เมื่อเขาใช้ภาษกายสื่อสารได้ต่อเนื่องยาวนานแล้ว
การช่วยให้เขาใช้ภาษาถ้อยคำเพื่อสื่อสารนั้น
จะง่ายกว่าเมื่อก่อนหน้า ที่คุณพ่อพยายามให้เขา"พูด"ได้ก่อนที่เขาจะมีภาษากาย เยอะเลยครับ

 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 08/11/2010,09:37 , IP : 58.9.101.249  

ความคิดเห็นที่ 131
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองที่ร่วมเดินทางทุกท่าน

เมื่อวานเพิ่งพาแฟน กับยาย ไปฟังอ.กิ่งแก้ว ที่มหาสารคาม แต่ต้องเอาน้องฟ้ากับพี่ชายเขาไปด้วย

เพราะไม่มีคนช่วยดู(ต้องขออภัย ที่ทำผิดกติกา) ทำให้ผมไม่ได้ฟังอาจารย์ตั้งแต่หลังเบลคช่วงเช้าครับ จนเลิก

(ได้ยินว่าพ่อน้องอะตอมก็ไป น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกัน )

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะเป้าหมายของผมคือ พาแฟนไปเพิ่มความตระหนัก และพายายไปสร้างความเข้าใจเบื้องต้น

ขากลับได้คุยกันทำให้ คุณยายน้องฟ้า เข้าใจในสิ่งที่ผมทำ (ซึ่งยายคงไปถ่ายทอดให้คุณตาฟังอีกที)

พรุ่งนี้ ก็จะพายายกับแฟนไปอีก เพื่อดูครูพบ สอนแสดงครับ (เห็นว่าทางสารคามให้น้องฟ้าแสดงด้วย)

ไม่รู้จะได้เท่าไหร่ เพราะ ผมยังต้องสะกิดเตือนบ่อยๆ เรื่องการสั่ง สอน และการคิดแทน (มึน...)


ช่วงนี้เราตื้อได้ดีขึ้นครับ วันก่อนนี้ ยื้อเรื่องเปิดไฟได้ 1 ชม.

สังเกตว่าน้องฟ้าใช้คำพูดสื่อสารมากขึ้นครับ พูด “ไม่” , “ไป” , “อย่า” ตอบโต้เกือบทุกครั้งที่ผมแกล้งตื้อ อย่างที่ครูพบบอกเลยครับ

และแสดงสีหน้า ท่าทางประกอบ บางทีใช้พร้อมๆกัน เพื่อจะปฏิเสธผม (แต่แปลกที่เขากลับไว้ใจ และติดพ่อมากขึ้น เข้าหาพ่อมากขึ้น)

อย่างการส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อก่อนเราพยายามทำจนเวียนหัว แต่ตอนนี้น้องฟ้าส่ายหน้าปฏิเสธได้ดี และบ่อยขึ้น

แต่น้องฟ้าก็เหมือนรู้มากขึ้น ไม่ค่อยยอมติดกับดักของเราเหมือนเคย เหมือนรู้ว่าจะถูกยื้อ ตื้อ ครับ

ก็เล่าสู่กันฟังครับ เอาไว้มีอะไรก้าวหน้าขึ้นแล้วจะเล่าสู่กันฟังอีก

เดี๋ยวคงต้องไปวางแผนไปสารคามพรุ่งนี้ก่อน เพราะไม่ได้เอาพี่ชายเขาไปด้วย แต่ต้องออกจากอุดรฯตั้งแต่เช้ามืด
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 14/11/2010,10:02 , IP : 125.26.176.68  

ความคิดเห็นที่ 132
ที่น้องฟ้าติดพ่อมากขึ้น คงเป็นเพราะท่าทีของพ่อที่เปลี่ยนมาเป็น "เล่น" มากขึ้นกระมังคะ

การไปบรรยายให้ผู้ปกครองแถบ ๆ นั้น ค่อยข้างเหนื่อยค่ะ ถ้าไม่ได้กำลังใจจาก "ขาประจำ" คงจะแย่เหมือนกัน

ทั้งปลุกใจ ทั้งปลอบใจ ก็ดูยังไม่ค่อยหาย "มึน" กันเลยค่ะ

ทุ่มพลังลงไปเท่าไร ดูเหมือนพลังเหล่านั้น มันกระเด้งกลับออกมาหมด

ทำให้เสียงหมดก่อนเวลา เจ็บคออีกต่างหาก

เหนื่อยกาย เมื่อยปาก แต่ใจเฉย ๆ ค่ะ

ทำได้ ก็แปลว่าเหตุปัจจัยพร้อม

ทำไม่ได้ ก็แปลว่าเหตุปัจจัยไม่พร้อม

ก็ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แก้ไขกันไป

คิดออก ก็แปลว่าคิดออก

คิดไม่ออก ก็แปลว่ายังคิดไม่ออกค่ะ
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 14/11/2010,10:20 , IP : 58.9.39.29  

ความคิดเห็นที่ 133
ดูก็น่าเห็นใจครับ อาจารย์อุตส่าห์มาตั้งไกล

ผมว่า จิตใจของผู้ปกครองท่านอื่นๆ ท่านอาจยังไม่พร้อมนะครับ

ยิ่งต้องมาฟังเรื่องที่ตนเองเคยมีประสบการณ์เก่าๆ แย่ๆ คงยังไม่รู้เรื่อง

ขนาดแม่น้องฟ้า มีคำถามกับผมมากมาย ผมบอก อ.กิ่งแก้วมาแล้ว อยากถามอะไรถามเลย

แต่เห็นแฟนบอกว่า ไม่มีใครถาม

ขนาดตอนที่ผมไปศาลายา คิดว่าตั้งใจไปเรียนรู้เต็มร้อยแล้ว ทั้งฟัง ทั้งอ่าน ทั้งดู ผมยังเสียเวลาลองผิดลองถูกอยู่นาน และหลงทางด้วยซ้ำ

ตอนนี้คิดว่ารู้จักช่องทางเดินขึ้นมาเยอะ

เป็นกำลังให้อาจารย์และทีมงานทุกคนครับ..สู้.สู้...ครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 14/11/2010,13:30 , IP : 125.26.179.252  

ความคิดเห็นที่ 134
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และ ผู้ปกครองผู้นำทางทุกท่าน

ช่วงนี้น้องฟ้าตื้อกับเราได้นานเป็นชั่วโมงครับ พูด “ไม่” พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธสอดคล้องกันดีขึ้น

ผมแกล้งจะดึงแม่ไปที่อื่น น้องฟ้าทั้ง ปัดมือ ผลักตัว ดึงมือ ลากแขน เหวี่ยงให้เราไปไกลๆ พร้อมพูดว่า “เปย(ไป)”

ผมต้องกระเด็นไปไกลกว่าเดิม แล้วก็ค่อยกลับมาใหม่

น้องฟ้าจะร้องบอกว่า “ไม่” พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ตั้งแต่เห็นผมจะเข้ามาแต่ไกลๆ ผมพยักหน้าบอกจะเข้าไป น้องฟ้าก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

บางครั้งผมจะแกล้งสู้ ขัดขืน ไม่ยอม น้องฟ้าก็จะออกแรงมากขึ้น เพื่อทำให้ผมไป

บางครั้งผมก็แกล้งวิ่งหนีไปรอบๆแคร่ที่แม่เขานั่งอยู่ น้องฟ้าก็จะวิ่งไล่ จับได้เสื้อผมเธอก็จะดึงผมให้ออกไปจากแม่

มีบางวันที่กำลังตื้อกันอยู่ มีเด็กๆข้างบ้าน มาเล่นอยู่ใกล้ น้องฟ้าจะสนใจเดินไปดู

แต่พอผมทำเสียงและกำลังจะเข้ามาดึงแม่เขาไป น้องฟ้าก็จะวิ่งกลับมาไล่ผมเหมือนเดิม แม่ก็จะร้อง “เย้...”

ปรบมือพร้อมบอกว่า “น้องฟ้าเก่ง” บางครั้งน้องฟ้าทำเสร็จก็จะปรบมือเอง


นอกจากนี้ เรามีการเล่นที่คิดว่าน้องฟ้าชอบและติดใจ คือ ผมกับแฟนจะค่อยยกมือทั้งสองขึ้น

แล้วร้อง เย้......ด้วยความสนุก แล้วจบลงที่การจั๊กจี๋ น้องฟ้า

น้องฟ้าจะสนุกมาก หัวเราะชอบใจ จนเดี๋ยวนี้ น้องฟ้าจะยก 2 มือ รอมองหน้าเราเพื่อบอกให้เรารู้ว่าอยากเล่นอีก

น้องฟ้า : ชู 2 มือ ยืนรอบนที่นอน
พ่อ : เล่นเหรอ ได้เลย 1….2….สั้ม เอ้า เย้...... พร้อมชู 2 มือ สบัดไปมา
น้องฟ้า : หัวเราะชอบใจ กระโดดดีใจ
พ่อ : ทำเสียง บรืนๆๆๆ พร้อมจั๊กจี๋ น้องฟ้าจนหัวเราะ
ทำไปได้สัก 4-5 รอบ
น้องฟ้า : ชู 2 มือ มองมาทางพ่อ
พ่อ : ………เฉย
น้องฟ้า : ขยับมาใกล้อีก แล้วชู 2 มือ
พ่อ : : อ๋อ...เล่นเหรอ ได้เลย 1….2….สั้ม เอ้า เย้......
แกล้งงงเป็นระยะ
น้องฟ้า : ชู 2 มือ มองมาทางพ่อ
พ่อ : อ๋อ...เล่นเหรอ ……… “โอย แขนยกไม่ได้”
น้องฟ้า : หงุดหงิด .....เดินมาจับมือพ่อยกขึ้น
พ่อ : ยกมือขึ้น......แล้วทำมือหล่น “โอย แขนยกไม่ได้”
น้องฟ้า : จับมือพ่อยกขึ้น 2-3 รอบ ด้วยความหงุดหงิด
พ่อ : อ๋อ...เล่นเหรอ ได้เลย 1….2….สั้ม เอ้า เย้......
น้องฟ้า : ชู 2 มือ อยากเล่นอีก
พ่อ : โอย...เหนื่อยแล้ว พอเนาะ
น้องฟ้า : “ไม่” พร้อมส่ายหน้า
พ่อ : พอแล้ว นอนได้แล้ว
น้องฟ้า : “ไม่ ไม่” พร้อมส่ายหน้า
พ่อ : ไม่นอน........ ไม่นอน แล้วทำอะไร
น้องฟ้า : ชู 2 มือ อยากเล่นอีก
พ่อ : อ๋อ...เล่นเหรอ อยากเล่นอีก พร้อมพยักหน้า ได้เลย 1….2….สั้ม เอ้า เย้......
น้องฟ้า : ชู 2 มือ อยากเล่นอีก
พ่อ : ………เฉย.....แกล้งนอน
น้องฟ้า : เข้ามาดึงมือพ่อให้นั่ง
พ่อ : อืบ......อืบ........อะไร...ทำไร....
น้องฟ้า : ชู 2 มือ
พ่อ : พอแล้ว นอนได้แล้ว
น้องฟ้า : “ไม่ ไม่” พร้อมส่ายหน้า ชู 2 มือ

หลังจากนั้น จะเป็นพี่ชายน้องฟ้าแกล้งทำท่าจะปิดไฟ น้องฟ้าก็จะทั้ง ผลักตัว ดึงมือ ลากแขน เหวี่ยงไปไกลๆ

พี่ชายเข้าก็จะกระเด็นไปไกล (ตามที่พ่อบอก และคงเห็นพ่อทำบ่อยๆ จนเริ่มแกล้งน้องแทนพ่อได้)

มีจุดใดบกพร่อง ควรแก้ไข ช่วยแนะนำด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 20/11/2010,00:10 , IP : 125.26.173.38  

ความคิดเห็นที่ 135
ดีแล้วค่ะ ระหว่างที่เล่น ขอให้สนุกไปด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะึคะ  
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 20/11/2010,06:59 , IP : 58.9.50.162  

ความคิดเห็นที่ 136
(แย่งของเล่น)
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และ ผู้ปกครองผู้นำทางทุกท่าน



หลังจากที่เราปรับวิธีการในการเล่นใหม่ ตอนนี้น้องฟ้าติดเล่นกับพ่อมากขึ้นจนพ่อเกือบไม่ไหว

ช่วงนี้น้องฟ้าชอบเล่นมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทั้งเล่นกับ พ่อ แม่ หรือคนอื่น หรือว่าของเล่นเป็นก็บ่อยๆ

มีการพูดออกเสียงคำที่มีความหมาย บ่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนครับ เช่น

กางแขน ชูมือ แล้วพูดว่า อีก , อิ , เอา หรือ คำอื่น ๆ ขณะเล่นกับพ่อ พ่อก็จะพูดว่า อ๋อ..เล่นอีก ,เอา..อีก

แต่เราต้องตั้งใจฟังสักหน่อย เพราะน้องฟ้ายังพูดน้อย เบา คิดช้า เพื่อให้เข้าใจว่าน้องฟ้าสื่อสารกับเรา

และเราจะได้ตอบสนองการสื่อสารได้สอดคล้อง


ตอนนี้น้องฟ้ามีบางอย่างให้เห็นเพิ่มขึ้นมา คือ น้องฟ้าไปแย่งของเล่นกับพี่

(พ่อกับแม่ จะคอยดูแล แนะนำพี่ชาย 5 ปี ช่วยแกล้ง ช่วยตื้อ ในสถานการณ์ที่เหมาะๆ)

มีอยู่คืนนึง พี่ชายเขาเอาปืนลมมีเสียงมาเล่น น้องฟ้าได้ยินและมองดู (พ่อรู้ว่าน้องสนใจอยากเล่น)

พ่อบอกให้พี่ชายลองยั่วโดยเอาของเล่นมาล่อน้อง น้องฟ้าก็หยิบเอาไปเล่นหัวเราะชอบใจ

คราวนี้แหละ เราเลยให้พี่ชายแกล้งไปหยิบปืนแล้ววิ่งหนี

พ่อ : อูย....อยากเล่นปืนจัง.......... แต่พี่เอาไป......ทำไงดีน้า.....
น้องฟ้า : มองไปที่พี่
พ่อ : อยากเล่นปืนจัง.......... แต่พี่เอาไป......ทำไงดีน้า...........
น้องฟ้า : ลุกไปจะจับ...
พี่ชาย : ไม่ให้.... เดินหนี
น้องฟ้า : เดินตาม.....จับได้ (แต่พี่ชายไม่ปล่อย ดึงยื้อกัน)
พ่อ : อืบ.......เอามา....อืบ......
น้องฟ้า : เอามาได้ ดีใจ เดินกดปืนเล่น
พ่อกับแม่ : เย้....เย้.......เอาได้แล้ว พร้อมปรบมือ
พี่ชาย : เดินตาม…จะเอาคืน
พ่อ : พี่จะเอาปืนแล้ว.....ทำไงดีน้า......
น้องฟ้า : เดินหนี…วิ่งหนี
พี่ชาย : เดินตามไปเอาคืนจนได้
พ่อ : อ้าว...พี่เอาปืนไป......ทำไงดีน้า...........อยากเล่นปืนจัง..........ทำไงดีน้า........
น้องฟ้า : เดินตามไปแย่งคืน (พี่ชายแกล้งยกหลบไปด้านหลังบ้าง ด้านบนบ้าง ดึงยื้อกัน)
พ่อ : อืบ.......เอามา......อืบ.........เอามา.....
น้องฟ้า : เอามาได้ ดีใจ เดินกดปืนเล่น (พ่อกับแม่ : เย้....เย้.......เอาได้แล้ว พร้อมปรบมือให้)

ทำอยู่หลายรอบ นานเกือบชั่วโมง น้องฟ้าก็มีหงุดหงิดบ้าง แต่ไม่ถึงกับโวยวาย หรือร้องไห้

บางทีน้องฟ้าทั้งดึงเสื้อ ดึงแขนพี่ให้ล้ม(บนที่นอน) แล้วก็ดึงแย่งกัน

บางทีพี่ชายจะมาแย่งเอา น้องฟ้าจะผลักพี่ชายออกไป หรือจับแขนพี่ดึงเหวี่ยงไปทางอื่น

มี 2-3 ครั้ง ที่ตอนนอนแย่งกันบนที่นอน น้องฟ้าไปดึงหูพี่ แต่ผมไม่อยากขัดจังหวะ เลยไม่ได้ห้ามอะไร

เพราะ(คิดเอง)ว่าไม่ใช่การทำร้ายหรือก้าวร้าว แต่เป็นการแย่งของเล่นกัน

ผมกับแฟนคุยกันว่า พี่ชายเขาจะเล่นเป็นธรรมชาติกว่าเราทำ เพราะเขาวัยใกล้กันกว่า

อาจารย์ และรุ่นพี่ๆ มีอะไรจะเพิ่มเติมให้ หรือแนะนำ ช่วยเสนอแนะด้วยครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 16/12/2010,15:52 , IP : 125.26.163.127  

ความคิดเห็นที่ 137
ดีแล้วค่ะ คุณพ่อ ถ้าบรรยากาศการเล่นยังเป็นลักษณะสนุกๆ เล่นกัน ช่วยกันเชียร์ ช่วยกันลุ้น น้องฟ้าก็มีทั้งจังหวะชนะ และ จังหวะหงุดหงิดบ้าง

คุณพ่อคุณแม่ อย่าลืมให้เวลา ๑ ต่อ ๑ กับพี่ชายน้องฟ้าด้วยนะค่ะ เช่น เล่นกับเขาโดยไม่ต้องมีน้องฟ้าอยู่ด้วย ชวนกันไปกินไอติม หรือ ทำอะไรก็ได้พี่ชายชอบ ให้เวลาฟลอร์ไทม์กับพี่ด้วย ถ้าเป็นไปได้สัก ครึ่่งชั่วโมงต่อวัน สลับกันบางวันคุณพ่อ บางวันคุณแม่ค่ะ

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่ให้กับพี่ชายจะช่วยป้องกันปัญหาความน้อยใจ อิจฉา และเป็นกำลังใจให้พี่ช่วยเล่นกับน้องฟ้ามากขึ้นค่ะ

เรื่องน้องฟ้า คุณพ่ออย่าลืม ภาพรวมที่จะเน้นทั้งการออกกำลังกาย พาไปสนามเด็กเล่นบ่อยๆ (ทุกวันได้ก็ดีค่ะ) ให้เขาได้เล่นอิสระ ปีนป่าย เจอเด็กคนอื่น

คุณพ่ออาจเริ่มสอดแทรกการฝึกกล้ามเนื้อปากให้น้องฟ้าได้บ้าง โดยเน้นความสนุกและความสนใจ ความอยากของน้องฟ้า เช่น เล่นเป่าฟองลูกโป่ง เล่นเลียนแบบท่าทางแปลกๆ แลบลิ้น ในทิศต่างๆ เปล่งเสียงเลียนแบบสัตว์ หรือ ทำเสียงแปลกๆแล้วหัวเราะด้วยกันค่ะ

เรื่องดึงหูพี่ ถ้าต่อไปน้องฟ้ายังเผลอทำอีก คุณพ่อน่าจะต้องห้าม เพื่อไม่ให้เกิดการเรียนรู้ว่าเป็นส่ิงที่ทำได้ค่ะ
 
โดย   แก้วตา   เมื่อ 17/12/2010,06:57 , IP : 110.168.58.35  

ความคิดเห็นที่ 138

สิ่งสำคัญคือให้ภาษากายของเราชัดมากๆ ว่าเป็นการเล่นกัน

เพื่อให้เขารู้ว่าการทดลองต่างๆ ที่เขากำลังทำอยู่นั้น ทำได้เพราะเป็นการเล่น

ขณะที่เiาเองก็ต้องไวมากๆ
พอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่ากลายจากการ" เล่น" เป็น "โมโหจริงๆ" แล้วหรือยัง

ถ้าใช่ ก็เปลี่ยนท่าทีจากเล่นเป็นจริง แล้วทำงานอารมณ์กัน


เมื่อมีการแก้ปัญหาที่เกินขอบเขตเช่น ตี ดึงผม ดึงหู(แรงๆ) ฯลฯ
และเราต้องการให้หยุด ก็เปลี่ยนท่าทีจากท่าที"เล่น" เป็นท่าที"จริงจัง" เช่นกัน


น้องก็จะแยกได้ง่ายว่านี่ไม่ใช่การเล่นแล้ว และต้องหยุด
จริงๆ

............


ระหว่างที่เล่น เมื่อน้องติดใจมากๆ ก็เพิ่มการสื่อสารนะครับ
เช่น ชู 2 มือขึ้น (อยากให้จั๊กจี๋) ก็เติมคำศัพท์ให้ว่า "เล่น" หรือ "จั๊กจี๋"
เพิ่มเติมจากการถามให้ตอบเฉย ๆ ว่า อีก มั้ย?

เพื่อให้เด็กริเริ่มสื่อสารเป็นคำพูดด้วยตัวเองได้ด้วย (active) แทนการรอตอบ(passive) อย่างเดียว

..................


และขอย้ำสิ่งที่หมอแก้วตาเตือน..
ให้ความสนใจลูกคนพี่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนะครับ
นั่นก็ลูกเช่นเดียวกัน
การให้ความสนใจพี่ที่พอเพียง นอกจากป้องกันปัญหาการอิจฉา รู้สึกถูกทอดทิ้งแล้ว
ก็จะทำให้เราได้ผู้ช่วยที่แสนจะเต็มใจอีกด้วยครับ



ทำต่อไปนะครับ
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 17/12/2010,10:59 , IP : 58.9.53.222  

ความคิดเห็นที่ 139
ขอบคุณหมอแก้วตา และครูพบมากครับ ที่เตือนสติ

เรื่องพี่ชายเขา บางทีผมก็ลืมไป ดุเขาที่มากวน ตอนพ่อเล่นกัน้อง บอกเขาอย่าตะโกนเสียงดัง น้องจะกลัว ฯลฯ

พอนึกขึ้นได้ก็เสียใจ ปลอบเขา บางทีเขาก็ซึม บอกว่าโกรธพ่อ โกรธพ่อมาก (ถ้ามีสติก็ใช้ FT กับเขา) เอาใจเขาบ้าง กอดกันหอมกันอยู่เสมอ

ส่วนน้องฟ้า ก็มีเสียงโต้ตอบบ่อยขึ้น เช่น วันนี้ก็มีเสียง อี้..(ตรงนี้) ตอนเล่นกับพ่อ อยากให้พ่อจับที่ขา แล้วยกเท้าขึ้นกลับหัวลง

น้องฟ้า / นอนหงาย ยก 2 ขาขึ้น
พ่อ / อีก...เหรอ....
น้องฟ้า / ชี้ที่ขาตัวเอง
พ่อ / อะไร..... ให้พ่อทำไร...
น้องฟ้า / ชี้ที่ขาตัวเอง...อื้อๆๆๆ
พ่อ / จับเหรอ........จับ..ตรงไหน
น้องฟ้า / ชี้ที่ขาขวา
พ่อ / จับ..ตรงไหน
น้องฟ้า / ชี้ที่ขาขวา...เริ่มหงุดหงิด
พ่อ / จับ..ตรงไหน น้า....... ไหนๆ ตรงไหน..
น้องฟ้า / ชี้ที่ขาขวา...พร้อมพูด ...อี้ ๆ..
พ่อ / อ๊อจับ..ตรงนี้ ...............จับ..ตรงไหนอีก น้า.....
น้องฟ้า / ชี้ที่อีกขา...พร้อมพูด ...อี้ ๆ..
พ่อ / อ๊อจับ..ตรงนี้....

แล้วก็เล่นสนุกกันต่อไป... (แต่พ่อเริ่มยกไม่ไหวแล้ว ก็น้องฟ้า 17 โล แล้ว)

แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 17/12/2010,22:20 , IP : 125.26.176.5  

ความคิดเห็นที่ 140
หายไปนานครับ แต่ไม่ได้หยุด

ครบ 1 ปี พอดีครับ สำหรับการรู้จักฟลอร์ไทม์ (แต่ความสามารถในการทำ ของเราคงไม่ได้ตามเวลา)

มองย้อนกลับไปเมื่อ ปีที่ผ่านมา เริ่มจากที่ น้องฟ้า อยู่แต่ในโลกของตัวเอง นอนที่มุมห้องคนเดียว

ไม่ยินดียินร้ายเมื่อพ่อกับแม่กลับบ้าน วิ่งเตลิด นอนยาก(ต้องใช้อู่ตลอด) ไม่พูด ไม่สบตา ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฯลฯ

เราก็ทำมา ตามเวลาและโอกาสจะอำนวย ถึงแม้จะมีเวลาไม่มากในแต่ละวัน พัฒนาการของน้องฟ้าก็ขยับขึ้นบ้างครับ

ผ่านมา 1 ปี ตอนนี้น้องฟ้าอายุ 3 ปี 7 เดือนแล้ว

ไม่ต้องใช้อู่กล่อมทั้งกลางวันและกลางคืน และทุกอย่างเริ่มทำได้โดยไม่ลำบาก

เวลาไม่ต้องการ สามารถ บอก “ไม่” , “ อย่า” พร้อมโบกมือ หรือส่ายหน้า

เวลาอยากได้อะไร จะชี้บอก และพูด “อี้ๆ”(นี้) พร้อมชี้บอก (แต่ไม่ยอมพูด "เอา" สักที)

เวลาอยากได้อะไรอีกครั้ง จะชี้บอก และพูด “อีก ๆ” พร้อมชี้บอก

เวลาอยากเล่นกับพ่อ จะเดินมาหาตั้งท่าพร้อมเล่น ชี้บอก และพูด “อี้ๆ”(นี้) อยากให้พ่อทำตรงนี้ แต่ยังไม่ยอมพูดว่า “เล่น”

เวลาอยากไปมากๆ หรือ ไม่อยากอยู่ จะดึงแขนพ่อหรือแม่ (หรือทั้ง 2 คน ถ้าอยู่ทั้งคู่) แล้วบอก “ไป ๆ” พร้อมชี้บอก

รู้จักเลือก เช่น พ่อจะตักไอติมให้กิน..ไม่เอา......เธอจะเอาทั้งถ้วย บางที ยื้อกันจนไอติมละลายหมดถึงได้กิน

ดูมีชีวิตชีวา สดใส รู้เรื่องมากมาย แต่ยังทำไม่ค่อยถูก และยังไม่คล่อง

แล้วผมจะเอากรณีตัวอย่างต่างๆ ของน้องฟ้ามาเล่าสู่กันฟัง เพื่อขอคำแนะนำและเป็นความรู้สำหรับผมและผู้ปกครองท่านอื่นๆครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 27/02/2011,22:23 , IP : 125.26.179.191  

ความคิดเห็นที่ 141

ดีใจด้วยครับ กับความสามารถที่เพิ่มขึ้น
พยายามต่อนะครับ



ส่วนการเพิ่มคำศัพท์เฉพาะคำ
ซึ่งผมกับครูแอนน์ใช้คำว่า "ปั้นคำ" นั้น
ก็ต้องใช้การยื้ออย่างเข้มข้น
โดยต้องมีการประเมินความสามารถของกล้ามเนื้อในการออกเสียงนั้นๆ ด้วย หากพบว่ามีความลำบากในการใช้กล้ามเนื้อเพื่อออกเสียงคำนั้นๆ
ก็ต้องใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อช่วยให้เด็กบังคับกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
จนออกเสียงนั้นๆ ได้

ก็ควรปรึกษานักแก้ไขการพูด
แต่ทั้งนี้ เด็กที่จะช่วยเหลือในกรณีนี้ (กระตุ้นให้ออกเสียงเฉพาะคำ)
รวมถึงเด็กที่จะเรียนรู้ภาษาพูดได้ดีนั้น
ควรมีพัฒนาการขั้น 4 อย่างมั่นคงเสียก่อน
การฝึกช่วยเหลือจึงเป็นไปได้ดี
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 28/02/2011,09:42 , IP : 58.9.96.117  

ความคิดเห็นที่ 142
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองทุกท่าน

ช่วงนี้น้องฟ้าดูมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส มาหยอกมาคลอเคลียกับพ่อมากขึ้น (กับแม่มากอยู่แล้ว)

น้องฟ้า แก้ปัญหาได้ดี สนใจคนอื่น สิ่งรอบตัว และมีการเรียนแบบมากขึ้น ชอบเล่นปีนป่าย ขี่คอ จับโยน

ส่วนเรากำลังใช้การยื้อกับน้องฟ้า เพื่อให้เขาใช้คำพูดในการสื่อสารเพิ่มขึ้น

ซึ่งแต่ละคำก็ยากและใช้เวลายื้อนานเอาการ เช่น คำว่า “ไป” , “เอา” , “กิน”

ซึ่งครูพบก็ช่วยแนะนำเกี่ยวกับการใช้ น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง และจังหวะการตอบสนองของพ่อแม่

ทำให้เราอดทน และรู้จักรอคอยจังหวะที่เหมาะสมได้มากขึ้น

ดูน้องฟ้าจะเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังยื้อกับเขาว่า พ่อกับแม่ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการว่าเขาสื่ออะไร

น้องฟ้าจะตอบ “ไม่” หรือ “อย่า” พร้อมส่ายหน้าหรือโบกมือ เมื่อเราเสนอสิ่งที่น้องฟ้าไม่ต้องการ

แต่สิ่งที่น้องฟ้าต้องการ น้องฟ้ายังใช้การร้อง และชี้นิ้ว แล้วพูดว่า “นี้” หรือ “อี้” เป็นหลัก

ไม่พูดว่า “ไป” , “เอา” หรือ “กิน” ซึ่งเราก็ต้องต่อสู้กับเสียงร้องของเขากันต่อไป

ส่วนคำว่า “อีก” น้องฟ้าจะพูดเมื่อเราถามนำว่า “อีกไหม” หรือ “อีกเหรอ” จะมีบ้างที่จะพูดเองไม่ต้องรอให้เราถาม


ส่วนพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขี้นในช่วงนี้ ซึ่งเราสังเกตเห็นคือ เวลาน้องฟ้าถูกขัดใจ หรือไม่พอใจ

น้องฟ้าจะใช้การวิ่งไปสัก 3-4 เมตร แล้วทิ้งตัวนอน หรือมีบางครั้งเริ่มตีพ่อ 1 ครั้ง (แรงพอประมาณ)

การแก้ปัญหาที่ทำอยู่คือ เวลาน้องฟ้าจะใช้การวิ่งไปสัก 3-4 เมตร แล้วทิ้งตัวนอน เราจะแกล้งเฉย

แล้วพูดว่า “โอ...ฟ้าโกรธจังเลย....โกรธมาก” , “โอ้ย...หงุดหงิดจังเลย” , “โอ้ย...ฟ้าไม่ชอบ” อะไรประมาณนี้

แต่ไม่ได้เข้าไปอุ้ม หรือ ปลอบ หรือ ให้ตามต้องการ มีบางครั้งที่เราใช้การยั่ว เช่น จากที่กำลังนอนกลิ้งอยู่

พ่อ : อ๋อ....ฟ้าจะนอน... ไม่เอาแล้ว............งั้นเก็บเนาะ...เก็บเลย
ฟ้า : ลุกขึ้น วิ่งมาหา แล้วใช้ ใช้การร้อง และชี้นิ้ว แล้วพูดว่า “นี้” หรือ “อี้” แล้วยื้อกันต่อ

หรือ ยื้อกันตอนชวนขึ้นรถจะออกจากบ้าน
พ่อ : จะไป (ชี้ไปข้างหน้า) หรือจะจอด (ชี้ลงพื้น)
ฟ้า : อี้ ๆ ...ชี้ไปข้างหน้า
พ่อ : อะไร.....มือเป็นอะไร (จับที่มือน้องฟ้า)
ฟ้า : ไม่ ๆ .....อี้ ๆ ...ชี้ไปข้างหน้า
พ่อ : อ๋อ เช็ดกระจกเหรอ (ทำท่าเช็ดกระจก)
ฟ้า : ไม่ ๆ .....อี้ ๆ ...ชี้ไปข้างหน้า เริ่มโกรธ ร้องดังขึ้น และดิ้นแรง
พ่อ : อ้าว..ไม่ใช่......จะไป (ชี้ไปข้างหน้า) หรือจะจอด (ชี้ลงพื้น)
ฟ้า : ไม่ ๆ ส่ายหน้าโบกมือ .....อี้ ๆ ...ชี้ไปข้างหน้า โกรธร้องเสียงดัง และดิ้นแรง
บางครั้งน้องฟ้าก็สงบพยายามพูด บางครั้งก็โวยวาย ทำอยู่นานพอสมควร จนน้องฟ้ายอมพูด “ปะ” หรือ “ปึย”
พ่อ : อ๋อ....ไป ๆ ฟ้า จะไป แล้วรีบออกรถไป

ท่านใดมีข้อควรแนะนำให้เรา จะขอบคุณมากครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 04/03/2011,08:31 , IP : 125.26.179.145  

ความคิดเห็นที่ 143

ทำใจสบายๆ แอบๆ ขำในใจ
แล้วก็ทำต่อไปครับ

 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 04/03/2011,23:18 , IP : 58.9.216.84  

ความคิดเห็นที่ 144
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองทุกท่าน
หลังจากแกล้งงงกันมาหลายวัน(ต้องฝึกขำด้วยครับ) วันนี้น้องฟ้าสามารถบอกเราว่า “ไป” ได้แล้ว
พ่อ : จอดรถยังไม่ดับเครื่อง น้องฟ้ามองเห็น เดินไปใส่รองเท้า แล้วเดินมาที่รถ
พ่อ : อ้าว... สวัสดีจ้า...
ฟ้า : เดินยิ้มมา....พร้อมยกมือสวัสดี เปิดประตูรถฝั่งที่พ่อนั่ง
พ่อ : อุ้ย..ฟ้าจะไปเหรอ...มา มา ......ฟ้าจะไปด้วย
ฟ้า : ขึ้นมาบนรถ ... ยกมือสวัสดีแม่ ทำท่ากอดและจุ๊บแม่
พ่อ : อุ๊ย...อยากจุ๊บจังเลย
ฟ้า : ทำท่าจะให้พ่อจุ๊บ
พ่อ : “อยากจุ๊บแก้มจัง....แก้มอยู่ไหนน้า...”
ฟ้า : “อี้” พร้อมชี้ที่แก้ม
พ่อ : จุ๊บแก้ม.... “แก้มอีก ๆ”
ฟ้า : “อี้” พร้อมชี้ที่แก้ม (ขมวดคิ้วเล็กน้อย)
พ่อ : “ปากอยู่ไหนน้า ...จุ๊บปาก ๆ”
ฟ้า : “อี้” พร้อมชี้ที่ปาก (ขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงเริ่มเข้ม)
พ่อ : จุ๊บปาก .... แล้วทำท่าเฉย....
ฟ้า : รอสักครู.... “อี้ๆ” ชี้ไปข้างหน้า
พ่อ : อะไร.....เหรอ
ฟ้า : “ไป ๆ” พร้อมชี้ไปข้างหน้า
พ่อ : “อ๋อ..ไปเหรอ เย้ๆๆ...ไปๆๆ อ๋อ..น้องฟ้าอยากไป ฟ้าอยากไปนั่นเอง” ชี้ไปข้างหน้า พร้อมขับรถออกไป
แม่ : เย้ๆ.. ไปๆๆ ฟ้าเก่งจังเล้ย
ฟ้า : ทำหน้าดีใจ
พ่อ : ขับรถไปสักครู่ แล้วชลอรถ... “พอรึยัง”
ฟ้า : “ไม่ ๆ” สีหน้าไม่ยอม พร้อมโบกมือ ... “ไป ๆ” ...พร้อมชี้ไปข้างหน้า
พ่อ : ขับรถไปสักครู่ แล้วชลอรถ... “พอแล้วเนอะ...กลับเนาะ”
ฟ้า : “ไม่ ๆ” ส่งเสียงเข้ม พร้อมโบกมือ ... “ไป ๆ” ...พร้อมชี้ไปข้างหน้า

พ่อก็ทดสอบจะเลี้ยว จะจอด จะกลับ หลายครั้ง น้องฟ้าก็แสดงท่าทางและพูดบอกสั้นได้ครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/03/2011,10:21 , IP : 180.180.170.97  

ความคิดเห็นที่ 145
ดีใจด้วยค่ะ คห.144 นี้ ชอบที่
ฟ้า : “อี้” พร้อมชี้ที่ปาก (ขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงเริ่มเข้ม) ค่ะ
ชอบที่น้องแสดงอารมณ์ แบบเป็นขั้นๆ ว่าเริ่มกรุ่นแล้วน่ะค่ะ
เพราะกว่าสายป่านจะแสดงอารมณ์ลบทีละขั้นได้ นานค่ะ
เธอมีแต่หน้าตาไร้อารมณ์ แล้วก็กรี๊ดเลย
คำพูดเริ่มมาแล้ว เดี๋ยวก็มาเยอะค่ะ
 
โดย   สายป่าน   เมื่อ 09/03/2011,10:39 , IP : 203.155.220.121  

ความคิดเห็นที่ 146
ขอบคุณครับคุณแม่น้องสายป่าน ที่ให้กำลังใจ

อารมณ์ที่น้องฟ้ายังทำได้ไม่ดีคือ ตกใจครับ

ถ้าน้องฟ้าตกใจ จะวิ่งมาหาพ่อหรือแม่ แต่จะเป็นหน้านิ่งๆ เฉยๆ

ส่วนดีใจ เสียใจ หงุดหงิด โกรธ ก็ทำสีหน้าได้แต่ยังบอกไม่ได้ครับ

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 09/03/2011,17:56 , IP : 125.26.167.17  

ความคิดเห็นที่ 147

ดีใจด้วยครับ
 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 09/03/2011,23:03 , IP : 58.9.56.83  

ความคิดเห็นที่ 148
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองทุกท่าน ไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาอัพเดตครับ

วันนี้เลยมี 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมามาเล่าสู่กันฟัง เผื่ออาจารย์หรือท่านผู้ปกครองจะมีข้อเสนอแนะให้ปรับหรือเพิ่มเติม จะขอบพระคุณมาครับ

เหตุการณ์ที่ 1 แข่งจักรยาน
ช่วงนี้มีหลายครั้งที่ตอนหัวค่ำผมชวนน้องฟ้าขี่จักรยาน(มีล้อข้าง)แข่งกัน(บนฟุตบาทหน้าบ้าน ระยะทางประมาณ 15 เมตร)
พ่อ : “ฟ้า... ป๊ะ ขี่บรื้นๆ” พร้อมขยับรถเตรียมพร้อม
ฟ้า : ยิ้มดีใจ เข็นรถมาใกล้ๆพ่อ
พ่อ : “มา......จับมือกัน (น้องฟ้ายื่นมือมาจับกับพ่อ) หนึ่ง... , สอง... , ซ่ำ” ......“ไป”
ยกมือที่จับกันไว้ขึ้นแล้วปล่อยมือ แล้วขี่แข่งกัน โดยพ่อจะแกล้งให้น้องฟ้าขี่เร็วกว่า
น้องฟ้าจะคอยหันมามองหลังเป็นระยะว่าพ่ออยู่ตรงไหน น้องฟ้าขี่รถได้ดีดูคล่องแคล่ว
พ่อ : ขี่ตามหลัง “อุ๊ย...พ่อจะทันแล้วน้า” หรือ “พ่อมาแล้ว...จะแซงแล้วน้า” หรือ “โอ้โห...ฟ้าขี่เร็วมากเล้ย”
หรือ “เย้...ถึงแล้ว...โฮ... เหนื่อยจัง”
พ่อ : “เอาอีกไหม”
ฟ้า : “อาอี้” ...... “ไปอี้” พร้อมกับชี้กลับไปทางเดิม หน้าตามีความสุข
พ่อ : “ไปทางไหนนะ”
ฟ้า : “ไปอี้” พร้อมกับชี้บอก หน้าตาดีใจ
พ่อ : “โอเคๆ ไปทางนี้...” พร้อมพยักหน้าและชี้บอกไปทางเดียวกัน
พ่อ : “มา........จับมือกัน (น้องฟ้ายื่นมือมาจับกับพ่อ) หนึ่ง... , สอง... , ซ่ำ” ......“ไป”
บางทีแม่นั่งอยู่ห่างๆ ผมก็หันไปทำท่าบ๊ายบาย น้องฟ้าก็หันไปทางมาแล้วทำท่าบ๊ายบาย พร้อมพูด “เบ้เบ”
น้องฟ้าขี่รถเร็ว อย่างไรก็ตาม แต่เธอจะสามารถเบรครถไม่ให้ตกฟุตบาทได้
ทำเหมือนเดิมอยู่หลายรอบ เป็น 10 เที่ยว จนผมต้องเป็นฝ่ายบอกพอแล้วถึงเวลาอาบน้ำแล้ว

เหตุการณ์ที่ 2 ขี่จักรยานเล่นกัน
ช่วงนี้เรามีไปขี่จักรยานเล่นกันครับ มีน้องฟ้าขี่จักรยานมีล้อข้าง พี่ชายเขา และพ่อขี่คนละคัน
ส่วนคุณแม่คอยเดินระวังหลังครับ ระยะทางก็ประมาณ 1 กม. ครับ
ก็เป็นการขี่เลี้ยวเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ รถไม่ค่อยมี ไม่มีรถใหญ่มีแต่มอเตอร์ไซต์ น้องฟ้าก็ขี่ไปกับเราได้ดี
พอถึงทางแยกทุกครั้ง เราก็จะถามลักษณะนี้ครับ
พ่อ : “เอ...ไปทางไหนดีน้า”
ฟ้า : “อ้าอี้” พร้อมชี้บอก
พ่อ : “ไปทางนี้น่า...” พร้อมชี้บอกไปอีกทาง
ฟ้า : “ไม่ๆ.....ไปๆ” พร้อมโบกมือ “อ้า...อี้” พร้อมชี้บอกไปทางเดิม
พ่อ : “ไปทางนี้น่า...” พร้อมชี้บอก
ฟ้า : “ไม่ๆ” พร้อมโบกมือ “ไปๆ.... อ้าอี้” พร้อมชี้บอกไปทางเดิม
พ่อ : “โอเคๆ ไปทางนี้...” พร้อมชี้บอกไปทางเดียวกัน
แม่ : “เย้ๆ...ฟ้าจะไปทางนี้... ไปกันเล้ย”
ข้อที่สังเกตพบ ก็คือ ดูน้องฟ้าจะคิดสักครู่ก่อนที่จะตอบ
เวลาพูดเพื่อสื่อสารกับเรา น้องฟ้าจะพูดหรือร้องเสียงดังเหมือนไม่พอใจ หรือ หงุดหงิด
บางทีก็รู้ตัวว่าพูดผิดก็จะตาลอยเหมือนนึกอยู่ แล้วค่อยพูดใหม่
น้องฟ้าจะมีความสุขมากหน้าตาเบิกบาน เจอ ไก่ , เป็ด ,หมู , หมา , รถ , น้ำ(สระ) , เสียงดัง(รถ)
แม่เขาก็จะเข้าไปบอก และปลอบใกล้ๆ
น้องฟ้าพอจะเริ่มรับกับเสียงมอเตอร์ไซดังๆได้บ้างแล้ว ไม่หน้าเสียเหมือนเมื่อก่อน แต่จะหยุดแล้วมองตาม ยกเว้นถ้าดังมากจริงๆ ก็จะมากอดแม่หรือพ่อ

มีข้อสังเกตๆอีกอย่างว่า น้องฟ้าจะกลัวสระน้ำกว้างๆ ตอนพ่อพาไปยืนดูน้ำที่อ่าง น้ำกว้างๆใกล้ๆ
น้องฟ้าจะหน้าเสียแล้วรีบขึ้นไปข้างบน มีครั้งหนึ่งตอนแวะที่ลำตะคองน้องฟ้าโวยวายมากไม่ยอมลงรถ แต่ตอนไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะรอบหนองหลายครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร

 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 15/04/2011,16:56 , IP : 125.26.175.31  

ความคิดเห็นที่ 149
ค่อย ๆ นำเสนอโลกให้กับลูก ทั้งโลกภายในและโลกภายนอก

ตัวอย่างของโลกภายนอก คือสระน้ำกว้าง ๆ เพื่อให้เขาค่อย ๆ ชิน ทนได้นานพอที่จะทำความรู้จัก และเข้าใจมัน

โลกภายใน ในที่นี้ คือ คือ ความรู้สึกกลัว ซึ่งเขาก็จะต้องค่อย ๆ ทำความรู้จักและเข้าใจมันเช่นกัน
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 15/04/2011,20:01 , IP : 58.9.97.78  

ความคิดเห็นที่ 150

แข่งจักรยานสนุกดีครับ

ตอนเริ่มออกรถ ลองเปลี่ยนเป็นให้สัญญาณแบบอื่นบ้างก็ได้นะครับ
เช่น ใช้การนับ การพยักหน้า การตอบว่า"เอา" การบอก "ไป" ฯลฯ

และก็อยู่กันกลางแดดอ่อนให้นานพอนะครับ เรายังต้องการวิตามินดี จากแสงแดดอยู่ครับ

 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 16/04/2011,07:33 , IP : 61.90.99.101  

ความคิดเห็นที่ 151
ขอบคุณ คุณหมอและครูพบ ครับ แล้วผมจะนำไปใช้ครับ

มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมทำ ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า คือ น้องฟ้าพูดคำว่า “เอา” ยากมาก

เวลาอยากได้อะไรแล้วเรายื้อกัน น้องฟ้าจะพูดแต่คำว่า “บี บี” อย่างเดียวครับ

ผมเลยลองใช้คำว่า “อา.......” ลากเสียง ให้น้องฟ้าพูดแทนคำว่า เอา คราวนี้น้องฟ้ายอมพูดครับ

ฟ้า : “บี บี” พร้อมชี้ไปสิ่งที่อยากได้
พ่อ : “อะไร......”
ฟ้า : “บี บี”
พ่อ : “อะไร......” “อา.......เหรอ...”
ฟ้า : “อา........”
พ่อ : “อํอ...อา......... นี่ไงเอาไปเลย...อา......” พร้อมยื่นของให้ (แต่ไม่ใช่ของที่ต้องการ)
ฟ้า : “ไม่ ไม่ .........อา........” ชี้ ไปสิ่งที่อยากได้อีก
พ่อ : “อํอ...อา......เหรอ... นี่ไงเอาไปเลย...อา......” พร้อมยื่นของให้ (แต่ไม่ใช่ของที่ต้องการ)
ยื้ออยู่นาน

พ่อ : “โอเค ....ตกลง........อา..........ไหน” พร้อมยกของให้ดู 2 อย่าง
ฟ้า : “อา........” พร้อมชี้ ไปสิ่งที่อยากได้
พ่อ : “.ตกลง........ฟ้า..อา......นี้....” พร้อมยื่นของที่ต้องการให้ แต่ยังไม่ปล่อย
ฟ้า : “อา........”

หลังจากนั้น น้องฟ้าก็ใช้คำว่า “อา.....” บ่อยขึ้นครับ

ผมคิดเองว่า ถ้าน้องฟ้าได้ใช้บ่อยๆ น้องฟ้าจะพูดคำว่า “เอา” ได้เองครับ ไม่รู้ว่าถูกไหมครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 16/04/2011,17:17 , IP : 125.26.179.144  

ความคิดเห็นที่ 152

ที่คุณพ่อใช้
เป็นเทคนิคการปั้นคำให้เด็กที่ออกเสียงยากครับ
สระ "เอา" ประกอบด้วย 2 เสียง คือ "อา" และ "อู"

เริ่มที่เสียง "อา" ก่อน เพราะง่ายกว่า
เมื่อเด็กเข้าใจแล้วว่าเสียง "อา" แปลว่าได้ของ
ค่อยเติมเสียง"อู" ต่อท้าย "อา" เป็น "อาาา-อููู"
(พูด "อาาา-อู" แล้วจึงได้)

เมื่อได้คล่องแล้ว ก็จะกลายเป็น "อาวววว"
และ "อาว" ในที่สุด

แล้วจึงค่อยลดเสียงให้สั้นลงจนเป็น "เอา" ครับ


กระบวนการนี้จะได้ผลดีขึ้น เมื่อมีอารมณ์มากๆ
เสียง "อา-อู" ซึ่งกลายเป็น"อาว"
จะสั้นเป็นเสียง "เอา" ชัดเจน เมื่อมีอารมณ์เข้มข้นประกอบ
นั่นแปลว่าห้ามทิ้งขั้น 4 เด็ดขาด


 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 17/04/2011,16:10 , IP : 125.24.16.222  

ความคิดเห็นที่ 153
ขอบคุณครูพบมากครับ
ก็จริงอย่างที่ครูพบว่า น้องฟ้าพูดไ้ด้ทั้ง อา และ อู แล้วเวลาที่อารมณ์ขึ้นน้องฟ้าจะพูดเลยว่า "เอามา"

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง เผื่ออาจารย์หรือท่านผู้ปกครองจะมีข้อเสนอแนะ จะขอบพระคุณมาครับ

2 เดือนที่ผ่านมา น้องฟ้าเริ่มใช้คำพูดสื่อสารกับเราได้บ่อยขึ้นครับ สามารถพูดคำว่า “เม่หรือแม่”
“ไป”+ชี้มือ , “ไม่” + ส่ายหน้า , “มา”+ดึง , “อา”(เอา) +ชี้มือ , “บี้”(นี้) +ชี้มือ , “ปิ๊”(ปิด) +ชี้มือ
และที่ทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้น คือ น้องฟ้าชี้มาที่ผมและเรียก “ พั่ว ” บางทีเรียก “ อู ” ลากเสียง
หรือ ออกเสียงเพี้ยนๆ คงห่อและเม้มปากยาก แต่ยังชี้มาหาพ่อเพื่อจะสื่อสารต่อ (บางทีน้องฟ้าก็เรียกผมว่า “เม่”)

มีบางเหตุการณ์ที่เราไม่แน่ใจว่าจะทำถูกหรือเปล่า เช่น

1. เรื่อง เสียใจ
เวลาน้องฟ้าถูกห้าม น้องฟ้าจะเสียใจแล้วทำท่านอนลงนิ่งๆที่พื้น พอเราเข้าไปปลอบ “โอ...ฟ้าเสียใจ”
น้องฟ้าก็จะร้องไห้ ก็ให้แม่เขาปลอบกันไป (เวลาน้องฟ้าเสียใจ จะร้องไห้ กอดแม่ และ พูดว่า “แม่”)

2. เรื่อง ความกลัว
เวลาน้องฟ้าได้ยินเสียงเครื่องเป่า หรือเครื่องดูดฝุ่น น้องฟ้าจะกลัวมาก(บางทีพ่อยังไม่ได้ยินเลย แต่เขาได้ยินก่อนเรา) ทำท่าจะหนีท่าเดียว ให้แม่กอดแล้วบอกอารมณ์ น้องฟ้าก็จะดิ้น ร้องโวยวายจะไป
พูด “ไป ไป” แล้วชี้ไปทางที่จะไป
ผมบอกให้แม่กอดน้องฟ้าและ บอก “กลัวๆ...ฟ้ากลัว” และพาน้องฟ้าค่อยๆขยับ ห่างออกไปจนอยู่ในระยะที่น้องฟ้าไม่กลัว (แต่น้องฟ้ายังดิ้นอยู่เป็นระยะ) พอหายน้องฟ้าจะกลับมาส่องดูว่าสิ่งที่กลัวยังอยู่หรือเปล่า

มีบางครั้งที่บ้าน เวลาที่น้องฟ้าต้องการอะไรบางอย่างแต่เขาก็กลัวอะไรบางอย่างแถวนั้น น้องฟ้าก็จะดึงมือ
แม่หรือพ่อให้ไปด้วย และสอดส่ายสายตาตรวจดูรอบๆ ผมกับแฟนต้องวิเคราะห์กันว่ากลัวอะไร
ก็พยายามเก็บสิ่งนั้นออกไปก่อน (น้องฟ้ากลัว รูปไก่ , รูปนก แต่ของจริงไม่กลัว ยืนดูใกล้ๆได้)

อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองท่านอื่นๆ มีข้อแนะนำก็กรุณาด้วยครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 28/04/2011,09:16 , IP : 125.26.174.84  

ความคิดเห็นที่ 154
ดีใจด้วยค่ะ ก็ค่อยๆ พาลูกเผชิญโลกกันไปค่ะ กลัวก็กลัว แต่ถึงจะกลัวก็มีพ่อแม่อยู่ใกล้คอยเข้าใจ ปลอบใจ และเห็นใจ

ดิฉันว่าบางครั้งอาจต้องดูว่าจำเป็นจะต้องเก็บออกไปหรือเปล่า ถ้าในกรณีน้องฟ้าที่เริ่มสื่อสารได้แล้วก็อาจไม่จำเป็น

ต้องเก็บสิ่งที่น้องกลัวออกหมดก็ได้นะคะ เอาไว้เป็นเครื่องมือช่วยให้น้องฟ้าสื่อสารอารมณ์ออกมา เพราะสุดท้ายแล้ว

คุณพ่อคงไม่อาจตามเก็บทุกอย่างที่น้องฟ้ากลัวออกไปได้ ส่วนตัวคุณพ่อเองที่ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าน้องฟ้ากลัวอะไร

ก็เพื่อให้มีความเข้าใจในตัวน้องฟ้าอย่างแท้จริงค่ะ และช่วยรับรู้อารมณ์ สะท้อนอารมณ์ และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูก

ที่คุณพ่อทำก็ถูกนะคะ ก็แนะนำให้พยายามต่อยอดสื่อสารให้ยาวนานขึ้นในอารมณ์นั้นๆ อย่างอารมณ์เสียใจ ก็

โอ๋ น้องฟ้าเสียใจมากเลย เสียใจมากๆ ไหนๆ แม่กอดหน่อยสิ โอ๋ ลูกจ๋า เสียใจเนอะ ร้องไห้ใหญ่เลย ทั้งนี้ก็ประกอบ

ภาษากายให้ชัดๆ อาจจะลูบหน้าลูบหลัง เช็ดน้ำตาให้ โอบกอด โยกตัวเบา หรืออะไรก็ได้ที่แสดงถึงความรักความ

ห่วงใยที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อน้องฟ้า และอยากจะช่วยเหลือให้น้องฟ้าคลายความกังวลในเรื่องที่เสียใจอยู่ โดยไม่ต้อง

พยายามเบี่ยงเบนไปในทางใดๆ และเมื่อน้องฟ้าเปลี่ยนเรื่องหรือเปลี่ยนอารมณ์ไปหลังการปลอบโยนรับรู้อารมณ์แล้ว ก็

ให้ลองถามว่า น้องฟ้ายังเสียใจอยู่หรือเปล่าลูก ถ้าลูกยังเสียใจอยู่ ดิฉันเชื่อว่าน้องฟ้าจะมีอาการเสียใจออกมาอีก ก็

ให้เริ่มรับรู้อารมณ์และปลอบกันใหม่ ซึ่งเวลาในการเสียใจน่าจะน้อยลงเรื่อยๆ จากครั้งแรกๆ ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่คาด

หวังว่าน้องฟ้าจะต้องเลิกเสียใจ เป็นชั่วโมงก็เป็นชั่วโมงค่ะ ถ้าคุณพ่อทำถูกวิธี น้องฟ้าจะทนต่ออารมณ์เสียใจได้ดีขึ้น

และคลี่คลายตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ

พึงคิดว่าเป็นเวลาทองเลยค่ะเมื่อน้องฟ้าสื่อสารอารมณ์อะไรออกมา แล้วก็ตีระฆังบอกตัวเองให้เริ่มต้นทำงานได้ทันที ยิ่งทำมากยิ่งได้มากค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 28/04/2011,10:12 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 155
อ้อ เวลาที่น้องฟ้าต้องการอะไรแล้วดึงมือพ่อแม่ไปก็น่าจะได้เวลาตื้อยื้อกันแล้วนะคะ แล้วเชื่อเถอะค่ะ ยิ่งตื้อยื้อสื่อ

สารกันทั้งภาษากายและภาษาพูดได้มากเท่าไหร่ ภาษากายและภาษาพูดของลูกจะยิ่งก้าวหน้าขึ้นค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 28/04/2011,10:18 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 156
ตอนที่น้องฟ้ากลัวและอยากจะขยับออกห่างก็ตื้อยื้อได้ค่ะ แต่ระวังท่าทีว่าไม่เป็นการแกล้งลูกนะคะ เพราะถ้าท่าทีไม่

ถูกลูกอาจแปลความได้ว่าพ่อแม่แกล้งหนู ทั้งๆ ที่หนูก็กลัวจะแย่อยู่แล้วค่ะ ให้ปรับท่าทีเป็นอยากช่วยลูกและพร้อมจะ

ช่วยแต่กระตุ้นให้ลูกสื่อสารและคิด ถ้าขยับออกแค่นี้หายกลัวไหม ไปทางซ้ายหายไหม ไปทางขวาล่ะ ไปก้าวเดียว

วิ่งไป หรือจะค่อยๆ ไป ฯลฯ ตื้อยื้อได้เยอะเลยค่ะ แล้วนับวงรอบการสื่อสารไปด้วย ทุกครั้งเอาให้ยาวนานขึ้นค่ะ อย่าลืมอารมณ์ขันนะคะ จะช่วยให้ลูกทนการตื้อยื้อได้ดีขึ้นค่ะ
 
โดย   krongkan   เมื่อ 28/04/2011,10:25 , IP : 113.53.243.210  

ความคิดเห็นที่ 157
ขอบคุณมากเลยครับ คุณ krongkan

อย่างที่บอกเลยครับ ปลอบไปสักพัก พอถามว่าฟ้าเสียใจอยู่ไหม น้องฟ้าก็จะร้องไห้เสียใจอีก (เวลาเจ็บ ก็เป็นในลักษณะเดียวกันครับ)
ก็จะเป็นอยู่หลายรอบครับ

ส่วนการปฏิบัติ เกี่ยวกับความเสียใจและความกลัวก็ได้แนวทางที่ชัดเจนขึ้นเลยครับ

ขอบคุณครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 28/04/2011,14:29 , IP : 125.26.174.128  

ความคิดเห็นที่ 158
สวัสดีครับ อ.กิ่งแก้ว คุณครูพบ และผู้ปกครองทุกท่าน หายไปนานเลย


ช่วงนี้น้องฟ้าดูมีความสุขดีครับ (พัฒนาการก็ไปอย่างช้า ๆ เราก็ทำ FT ตามเวลาและโอกาส ที่เรากับลูกจะมีให้กันครับ)

ถึงแม้จะสามารถพูดสื่อสารได้ยังไม่ถึง 10 คำ แต่ก็พอใช้บอกความต้องการของตัวเองได้ คำเก่าๆ ก็ใช้ได้ดีขึ้น

เราก็พยายามเพิ่มเติมคำใหม่ๆ ขยายออกไป(ยาก แต่ก็ยังทำอยู่)

เรื่องความกลัวก็ดีขึ้นครับตกใจก็ไม่ค่อยวิ่งหนีแล้ว ยกเว้นเสียงตัดเหล็ก อันนี้ยังต้องกอดรัดกันอยู่

การเล่นของเล่น น้องฟ้ายอมที่จะเล่นสมมติบ่อยขึ้น เช่น กินน้ำในแก้วเปล่าที่พ่อทำท่าป้อน ป้อนอาหารในหนังสือให้พ่อกิน

หรือทำท่าหยิบอาหารในภาพกิน ฯลฯ


มีสิ่งหนึ่งที่อยากเรียนถามครับ คือ

น้องฟ้าจะพยายามหลบเลี่ยงความเสียใจตอนที่พ่อกับแม่จะไปโรงเรียน ซึ่งทุกวันพ่อจะเข้าไปบอกน้องฟ้าว่า

พ่อ + แม่ จะไปแล้วนะ ขอกอด ขอจุ๊บแก้ม บ๊ายบาย น้องฟ้าก็จะร้องไห้ฟูมฟาย เสียอกเสียใจครับ

เราก็ “โฮ...เสียใจ ฟ้าเสียใจ “

แต่เดี๋ยวนี้ พอถึงเวลาพ่อกับแม่จะไปทำงาน น้องฟ้าก็จะรู้ น้องฟ้าจะแกล้ง มึงมือยาย พร้อมชี้บอก “ไป ไป” แล้วพยายาม

ดึงยายไปเซเว่น ไม่รอส่งพ่อกับแม่เหมือนเคย หรือไม่ก็นั่งเล่นอยู่ในห้องแกล้งไม่ยอมออกมาส่ง แต่จะยังไงเราก็จะเข้าไป

บอกน้องฟ้าทุกครั้งว่า พ่อ/แม่ จะไปแล้วนะ เดี๋ยวกลับมา น้องฟ้าก็จะมีสีหน้าเสียใจ

พอถึงตอนเที่ยงพ่อกับแม่ก็จะกลับมารับฟ้าไปกินข้าวด้วยทุกวัน(โรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน) พอน้องฟ้าเห็นรถจอด

เธอจะดีใจวิ่งมาหาที่รถ หรือถ้าพ่อเข้าไปเรียกในบ้าน น้องฟ้าจะดีใจวิ่งเข้ามากอดพ่อ น้องฟ้าก็ไปกินข้าวกับเราได้ทุกร้าน

อย่างนี้เป็นพัฒนาการไหมครับ แล้วผมควรทำอย่างไรบ้างตอนที่น้องฟ้าหลบเลี่ยงความเสียไปทำอย่างอื่น

หรือว่าเธอพอจะยอมรับไดบ้างแล้ว (เสียใจมาประมาณ 2 เดือน จนเลิกร้องไหฟูมฟายแล้ว)
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 11/07/2011,21:14 , IP : 180.183.69.204  

ความคิดเห็นที่ 159

เด็กหลายคน เสียใจมากจนไม่อยากเจอกับความเสียใจ
ก็จะใช้วิธีเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เสียใจนั้น

เด็ก(ปกติ)หลายคนเวลาไปค่าย หรือต้องไปพักค้างกับญาติต่างจังหวัดหลายๆ วัน
ก็เลี่ยงที่จะพูดโทรศัพท์กับพ่อแม่ที่โทรไปหา
จนพ่อแม่ต่างใจเสีย น้อยใจ คิดว่าลูกไม่รักไปตามๆ กัน

บางทีน้องฟ้าก็อาจมีปฏิกริยาเช่นเดียวกันนี้ได้ครับ


ก็ทำงานอารมณ์ไปครับ
ด้วยท่าทีที่สงบ เข้าใจ

เวลาจากก็จากด้วยความสงบ ไม่ละล้าละลัง

เวลาเจอหน้า ก็สื่อความรัก ความดีใจไปยังน้องฟ้า

และเติมการเล่นที่เพิ่มความเข้าใจเรื่องการคงอยู่ของวัตถุ :- จ๊ะเอ๋ ซ่อนของ ให้มากขึ้น


 
โดย   ครูพบ   เมื่อ 12/07/2011,07:12 , IP : 61.90.68.216  

ความคิดเห็นที่ 160
สวัสดีครับ คุณหมอกิ่งแก้ว ครูพบ ทีมงานและผู้ปกครองทุกท่าน

ช่วงนี้น้องฟ้าก็สื่อสารกับเราได้เรื่อยๆ ด้วยคำสามารถใช้การได้ที่มีอยู่ราว 10 คำ

สิ่งที่เคยกลัวหลายอย่างก็ดีขึ้นคือ ไม่วิ่งเตลิดหนี สามารถทนดูหรือเข้ามาในวงแขนเรา

ส่วนอารมณ์เสียใจ มีบางครั้งที่เปลี่ยนไปครับคือ น้องฟ้าจะเสียใจทางสีหน้า มีน้ำตาไหลเป็นทาง แต่ไม่ร้องไห้

พอพ่อหรือแม่เห็นและเข้าไปปลอบ น้องฟ้าจึงร้องไห้ออกมาเสียงดัง พร้อมพึมพำ ก็ปลอบกันไป


สิ่งที่อยากจะเรียนถามวันนี้ก็คือ อารมณ์โกรธครับ

เมื่อก่อนน้องฟ้าเวลาโกรธ จะทิ้งตัวลงนอน แล้วร้องไห้เสียใจ เราก็ปลอบกันไปตามปกติ

แต่ช่วงหลัง ๆ ที่เห็นบ่อยขึ้นครับ ก็คือ

เวลาโกรธแล้ว จะล้มเก้าอี้(พลาสติก หลายตัว) เอาไม้ไปตีกล่องไม้ กล่องกระดาษ เอามือตีที่โต๊ะทำงานพ่อ

หรือแสดงออกให้เรารู้ครับ แต่เท่าที่สังเกตดูก็ไม่ได้รุนแรงอะไรครับ(เหมือนแสดงสัญญาณ) ของไม่ได้เสียหายอะไร

ปล่อยให้น้องฟ้าทำยังไม่ได้ห้ามอะไร เราก็ปลอบกันไป หรือบอกอารมณ์โกรธ

บางครั้งพอหายโกรธแล้ว พ่อถามว่า “อ้าว ...แล้วเก้าอี้..ทำไงดีเนี่ย.....” น้องฟ้าก็จะลุกไปเก็บเข้าที่


ที่ผมจะถามก็คือ เราทำถูกหรือเปล่าที่ปล่อยให้น้องฟ้าแสดงออกทางอารมณ์ โดยไม่กำกับวินัย เพราะอย่างที่บอกว่า สังเกตดูไม่ได้รุนแรงอะไร(เหมือนแสดงสัญญาณ) ของไม่ได้เสียหายอะไร

หรือเราควร มากำกับว่า “ไม่ทำ” “ทำไม่ได้”

หรือมีความคิดเห็นอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
 
โดย   พ่อน้องฟ้า   เมื่อ 07/08/2011,21:21 , IP : 180.183.25.18  

ความคิดเห็นที่ 161
ก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณพ่อคิดว่าเขาพอจะควบคุมตัวเองได้หรือเปล่า เขาแสดงแบบนี้กับทุกคนไหม

เป็นแค่การสื่อสาร อยากแสดงให้คุณพ่อรู้ว่าเขาโกรธ

หรือคุมตัวเองไม่ได้เลย อาละวาดระบายความโกรธ

เราคงไม่อยากให้เด็ก รู้สึกโกรธปุ๊บ ฟาดอะไร ๆ ใกล้มือปั๊บ กระมัง
 
โดย   กิ่งแก้ว   เมื่อ 08/08/2011,06:58 , IP : 202.28.187.187